มิติฟาร์มสวรรค์ของสะใภ้ใหญ่ผู้ไม่ง้อฟ้าดิน•ตอนที่ 3

กลิ่นหอมของโจ๊กหมูสับสะท้านหมู่บ้าน

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
“ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยก ประหนึ่งว่าผู้มาเยือนไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่ตั้งใจจะพังบานไม้เก่าๆ ให้แหลกคาเท้า ร่างผอมเกร็งของแม่เฒ่าสวี่ที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าบ้านพักทรุดโทรม ส่งเสียงแหลมสูงเสียดแทงแก้วหูจนนกกระจอกบนต้นไม้ข้างบ้านพากันบินหนีเตลิด “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี สะใภ้ใหญ่อกตัญญู! เจ้าซ่อนของเถื่อนอะไรไว้ในบ้าน กล้าดีอย่างไรถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ จนเจ้าหน้าที่คอมมูนต้องมาเคาะประตูบ้านตระกูลสวี่ของพวกเรา!” เสียงโวยวายของแม่เฒ่าสวี่ไม่ได้ทำให้ไป๋ลี่จูสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นและระคนขบขัน ร่างสูงสง่าของสวี่จวินหาวผู้เป็นสามี ยืนบังอยู่เบื้องหน้าภรรยา แผ่นหลังกว้างดั่งภูผานั้นแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนคนด้านนอกเริ่มชะงักเสียง เมื่อครู่ ประตูไม้แทบจะหลุดจากวงกบเมื่อเจ้าหน้าที่คอมมูนและหน่วยรักษาความปลอดภัยสามคนบุกเข้ามาค้นบ้านตามคำกล่าวหา แต่ทว่า… สิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่กระสอบข้าวสารลับ ไม่ใช่สินค้าหนีภาษีจากตลาดมืด และไม่ใช่ทองคำแท่งอย่างที่เฉินกุ้ยฮวา สะใภ้รองผู้ปากพล่อยวิ่งไปฟ้องร้อง ภายในห้องครัวเล็กๆ กลับมีเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิชั้นดีที่เคี่ยวจนเมล็ดบานนุ่มละมุน ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของเนื้อหมูสับหมักเครื่องเทศสูตรลับจากมิติฟาร์มสวรรค์ และเห็ดหอมย่างไฟอ่อนๆ ที่ลอยฟุ้งกระจายผ่านช่องหน้าต่างออกไปอบอวลทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลสวี่ “ไหนล่ะของต้องห้าม? ไหนล่ะสินค้าตลาดมืดที่พวกเจ้าว่า?” สวี่จวินหาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุบต่ำ ทรงพลัง และเย็นชาจนผู้ใหญ่บ้านที่จำใจต้องมาเป็นพยานในการตรวจค้นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่คอมมูนผู้ถือกระดาษรายงานในมือถึงกับหน้าเจื่อน กวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่สะอาดสะอ้านจนผิดวิสัยชาวนาทั่วไป บนเตาดินเผามีหม้อดินขนาดกลางตั้งอยู่ ควันสีขาวนวลพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่ทำเอาท้องไส้ของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้นส่งเสียงโครกครากออกมาพร้อมกันอย่างไม่รักดี “นี่มัน… นี่มันเรื่องอะไรกัน?” แม่เฒ่าสวี่ที่เบียดเสียดแทรกตัวเข้ามาเป็นคนแรกตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นว่าในหม้อไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย มีเพียง “โจ๊กหมูสับ” เนื้อเนียนละเอียดที่ลอยหน้าด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยหอมกรุ่น นางพลาลร้องแว้ขึ้นทันทีด้วยความอิจฉาริษยาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด “นังตัวดี! พวกเจ้าเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูชั้นดีแบบนี้กินกันตามลำพัง! เงินนี่ต้องเป็นเงินที่แอบซ่อนไว้จากเงินเดือนทหารของจวินหาวแน่ๆ เจ้ามันเห็นแก่ตัว คิดจะกินอยู่คนเดียวโดยไม่แบ่งปันแม่สามีผู้ให้กำเนิดเลยหรือไง!” เฉินกุ้ยฮวาที่เดินตามเข้ามาสมทบรีบพยักหน้ารับลูกคู่อย่างรู้จริต นางทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่กระตุ้นต่อมน้ำลายจนน้ำลายสอเต็มปาก “นั่นสิคะพี่ใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ พวกท่านช่างกินอย่างราชาในขณะที่คนอื่นๆ ในบ้านต้องกินโจ๊กเจือจางน้ำใสๆ ช่างใจร้ายเหลือเกิน!” ไป๋ลี่จูแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนทำให้สองแม่ลูกตระกูลสวี่ชะงัก นางค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของสามี ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าแม่สามีและสะใภ้รองด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “คุณแม่พูดจาให้เกียรติกันบ้างนะคะ” ลี่จูเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น้ำคำเชือดเฉือนคมกริบ “เงินเดือนของพี่จวินหาว เราส่งมอบให้ส่วนกลางและแบ่งเข้ากองกลางของตระกูลสวี่ตามกฎทุกประการ ส่วนเนื้อหมูชามนี้… ได้มาจากการที่ข้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรป่าไปแลกเปลี่ยนกับนายพรานมาอย่างสุจริต ไม่ได้ไปลักขโมยใคร หรือว่า… กลิ่นหอมของโจ๊กหมูชามนี้มันไปรบกวนจมูกของใครเข้า จนต้องร้อนรนวิ่งมาแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจค้นบ้านพวกเรากันแน่คะ?” คำพูดส่อเสียดตรงประเด็นนี้ทำให้เฉินกุ้ยฮวาหน้าเจื่อนลงทันที นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เพราะแท้จริงแล้วเป็นนางเองที่ได้กลิ่นหอมโชยมาแล้วเกิดความริษยา จึงยุยงให้แม่เฒ่าสวี่ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านว่าบ้านใหญ่ซ่อนของผิดกฎหมายหวังจะให้พวกเขาล่มจม แต่ใครจะรู้เล่าว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่กลับเป็นอาหารชั้นเลิศที่ทำเอาคนทั้งกลุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความหิว ผู้ใหญ่บ้านกระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อแก้สถานการณ์ที่น่าอึดอัด “เอาล่ะๆ ในเมื่อไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย การตรวจค้นก็ยุติเพียงเท่านี้… แต่ว่านะลี่จู อาหารกลิ่นหอมเย้ายวนใจเช่นนี้ เจ้าทำอะไรกินกัน ถึงได้หอมตลบอบอวลไปทั่วหมู่บ้านขนาดนี้เล่า?” ลี่จูแย้มยิ้มบางเบາ นางตักโจ๊กหมูสับเนื้อเนียนข้นสีขาวนวลลงในชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ไอความร้อนคละคลุ้งพร้อมกลิ่นหอมของข้าวใหม่และหมูสับหมักราดด้วยน้ำมันกระเทียมเจียวกรอบๆ ชวนให้รู้สึกน้ำลายสอขึ้นมาทันที “เป็นแค่โจ๊กหมูสับธรรมดาๆ ที่ข้าเคี่ยวด้วยความใส่ใจค่ะผู้ใหญ่บ้าน หากท่านไม่รังเกียจ เชิญลองชิมสักถ้วยไหมคะ?” ลี่จูเอ่ยด้วยท่าทีเป็นมิตร ทว่าแววตากลับเหลือบมองแม่เฒ่าสวี่ที่ยืนกลืนน้ำลายเอืือกใหญ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่ยังคงฟอร์มจัด แม่เฒ่าสวี่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “ใครจะไปอยากกินของเดนตระกูลพวกเจ้ากัน…” แต่ทว่าท้องของนางกลับส่งเสียงร้อง “โครก…” ออกมาเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัน สร้างความอับอายจนใบหน้าเหี่ยวย่นขึ้นสีแดงก่ำ สวี่จวินหาวกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียบนิ่ง มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่ภรรยาไว้ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องคุ้มครองอย่างเต็มที่ บรรยากาศในห้องครัวที่ตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดันรูปแบบใหม่—ความกดดันจากความหิวโหยและความพ่ายแพ้ของฝ่ายตัวร้าย ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและลี่จูกำลังจะปิดประตูไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปนั้นเอง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกของเด็กน้อยในหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา “แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน… มีคนพtสามีของพี่ลี่จู… อะ- เอ้ย! มีทหารบาดเจ็บสาหัสถูกหามกลับมาที่ลานหมู่บ้านแล้ว!” ร่างของสวี่จวินหาวที่ยืนอยู่ข้างกายลี่จูชะงักกึกทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างฉับพลัน ขณะที่ลี่จูหันขวับไปมองหน้าสามี หัวใจกระตุกวูบด้วยสังหรณ์ใจประหลาด—ในเมื่อสวี่จวินหาวตัวจริงยืนอยู่ตรงนี้ แล้วใครกันเล่าคือทหารที่ถูกหามกลับมาด้วยสภาพปางตายผู้นั้น? โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มิติฟาร์มสวรรค์ของสะใภ้ใหญ่ผู้ไม่ง้อฟ้าดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%