กลิ่นอายของโอโซนผสมกับสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดินอุณหภูมิต่ำ แสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนนัยน์ตาคู่คมของรินรดา เธอนั่งนิ่งอยู่หน้าคอนโซลควบคุมหลัก นิ้วเรียวยาวทั้งสิบกำลังรัวลงบนแป้นพิมพ์แสงด้วยความเร็วที่แทบจะไร้เสียง ราวกับกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความเป็นและความตายบนเส้นด้ายที่บางที่สุด
เบื้องหน้าของเธอคือร่างของคีย์ ไซบอร์กต้นแบบรุ่นที่ 9 ที่กำลังนั่งพิงอยู่บนเก้าอี้โลหะ อกเสื้อของเขาถูกปลดออกเผยให้เห็นแผงวงจรและเส้นใยนาโนคาร์บอนที่เชื่อมต่อกับสายเคเบิลนับร้อยเส้น ดวงตาสีฟ้าครามของเขาหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องใบหน้าที่เคร่งเครียดของหญิงสาวโดยไม่กะพริบ
"คุณกำลังเร่งอัตราการเต้นของหัวใจเทียมในตัวผม 15 เปอร์เซ็นต์ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีย์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง "ความกลัว... กำลังทำให้สมาธิของคุณลดลง"
รินรดาชะงักนิ้วที่กำลังป้อนคำสั่ง เธอไม่ได้หันไปมองเขา เธอยังคงจดจ้องอยู่กับบรรทัดโค้ดนับล้านที่กำลังไหลผ่านหน้าจอ
"ฉันไม่ได้กลัวคีย์ ฉันแค่กำลังคำนวณความเสี่ยง" น้ำเสียงของเธอเย็นชาและราบเรียบไม่แพ้กัน แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามขมับกลับทรยศความนิ่งงันนั้น "ถ้าการเขียนทับซ้อนโปรแกรมหลักในระบบเซนทิเนลพลาดแม้แต่มิลลิวินาทีเดียว สมองกลของคุณจะถูกลบความทรงจำทั้งหมด... รวมถึงความทรงจำที่คุณมีเกี่ยวกับพ่อของฉันด้วย"
คีย์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ในอก "คุณกำลังเอาอนาคตของตัวเองมาเดิมพันกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่อาจไม่มีอยู่จริง... มันคุ้มกันแล้วหรือครับ"
"สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่เศษเสี้ยว" รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววดุดันและเปราะบางในเวลาเดียวกัน "พ่อของฉันไม่ได้หายสาบสูญไปเฉยๆ และรหัสผ่านที่ฝังอยู่ในคอร์ปอเรศของคุณคือเบาะแสเดียวที่เหลืออยู่ ฉันต้องแก้โปรแกรมหลักนี้ เพื่อดึงข้อมูลชิ้นนั้นออกมา... ต่อให้ฉันต้องแลกด้วยการล้างระบบของคุณทั้งหมดก็ตาม"
บรรยากาศในห้องอึมครึมลงในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายความร้อนที่ทำงานอย่างหนักหน่วง ทั้งสองต่างเป็นมืออาชีพที่ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งอุดมการณ์ที่แตกต่าง รินรดาผู้ยึดมั่นในความจริงและบาดแผลในอดีต กับคีย์เครื่องจักรที่มีหัวใจของมนุษย์ผู้ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ของระบบมาโดยตลอด
"ถ้าอย่างนั้น..." คีย์หลับตาลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรมที่อีกฝ่ายเป็นผู้กำหนด "เริ่มกระบวนการเถอะครับ ผมพร้อมแล้ว"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติ เธอยกมือขึ้นแตะปุ่มยืนยันขั้นสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." ถี่กระชั้น รหัสโปรแกรมหลักเริ่มถูกแยกส่วนและเขียนทับด้วยอัลกอริทึมใหม่ที่เธอพัฒนาขึ้นเองตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
เส้นแสงสีทองพุ่งพล่านไปตามสายเคเบิล เข้าสู่ร่างของคีย์ ร่างของชายหนุ่มสะท้านเฮือก กล้ามเนื้อสังเคราะห์เกร็งตัวแน่น นัยน์ตาสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นด้วยรหัสข้อมูลที่ไหลทะลักเข้าสู่สมองกล ประมวลผลความเจ็บปวดที่ถูกจำลองขึ้นผ่านระบบประสาทเทียม
"รินรดา..." เสียงของคีย์ขาดหช่วง ลมหายใจสะดุด ราวกับระบบภายในกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างคำสั่งดั้งเดิมของผู้สร้างกับเจตจำนงเสรีที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่
"อดทนไว้นคีย์ อีกนิดเดียว..." รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด นิ้วมือยังคงพิมพ์คำสั่งป้อนข้อมูลอย่างบ้าคลั่งเพื่อประคองระบบไม่ให้ล่มสลาย
ทว่า ในวินาทีที่แถบความคืบหน้าพุ่งถึง 99 เปอร์เซ็นต์ หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน!
ความมืดมิดเข้ากลืนกินห้องปฏิบัติการทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของรินรดาในความเงียบงัน หัวใจเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความพยายามทั้งหมดพังทลายลงแล้วหรือ?
*แกร๊ก...*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังขึ้นจากความมืดที่มุมห้อง... ไม่ใช่เสียงของคีย์ และไม่ใช่เสียงของระบบอัตโนมัติ
รินรดากลั้นหายใจ ชักปืนพกขนาดเล็กออกจากซองใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวติดขึ้น เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่หน้าประตูห้องควบคุม—ร่างนั้นกุมแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาถึงเธอ
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริงครับ คุณวิศวกร"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงความคิดอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 35
ความหวังในความมืด
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!