แสงไฟนีออนสีส้มแดงจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมข้างตึกระฟ้าสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างห้องควบคุมเก่าๆ อาบไล้ใบหน้าด้านข้างของรินรดาให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่กำลังถูกไฟแผดเผา ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงพรมลงบนคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงกระทบอากาศดังระรัว แต่ความเร็วนั้นไม่สามารถกลบเสียงเตือนภัยระดับวิกฤตที่ดัง *'ปี๊บ... ปี๊บ...'* เป็นจังหวะกระชั้นชิดในโสตประสาทได้
"โปรโตคอลการเข้ารหัสชั้นที่สี่ถูกเจาะแล้ว" เสียงของรินรดาเรียบสนิท แต่มันสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค เธอปรายตามองหน้าจอหลักที่ตอนนี้ถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน ข้อมูลการเงินและความทรงจำดิจิทัลในเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางกำลังถูกดึงออกไปราวกับสายน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนมรณะ "พวกมันไม่ใช่แค่นักเจาะระบบทั่วไป... นี่คือหน่วยสืบราชการลับของซีเนท พวกมันใช้ระบบ AI กวาดล้างร่องรอยแบบเรียลไทม์"
คีย์ยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่มุมห้อง ดวงตาข้างขวาที่เป็นเลนส์ไซเบอร์เนติกส์หรี่ลงเล็กน้อย แสงไฟสีฟ้าอ่อนกะพริบถี่ภายในม่านตาเทียมประมวลผลสภาพแวดล้อมรอบตัว เขายกมือขึ้นแตะที่หลังคอตรงรอยต่อผิวหนังเทียมกับกระดูกสันหลัง ซึ่งยังคงมีไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นจากการเชื่อมต่อข้อมูลเมื่อครู่
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อกู้คืนข้อมูลครับ..." คีย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนิ่ง เยือกเย็น และมีจังหวะจะโคนราวกับเครื่องจักรที่คำนวณความน่าจะเป็นมาอย่างดีเยี่ยม "พวกเขามาเพื่อลบทุกอย่าง... รวมถึงพวกเราด้วย"
สิ้นคำพูดนั้น หน้าจอหลักก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟกระพริบจากอุปกรณ์สำรองไฟสีเขียวที่ยังคงทำหน้าที่อย่างไร้ความหมาย ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่ามันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกจากปอด
รินรดาหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที เธอนิ่งงันอยู่หน้าจอที่มืดสนิท เงาของเธอสะท้อนบนกระจกจ้องมองกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและความโกรธขึงที่พยายามกดทับไว้ ปมในใจเรื่องการหายตัวไปของพ่อเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ เทคโนโลยีการลบข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จนี้... เธอจำมันได้ดี มันคือลายมือชื่อเดียวกันกับวันที่พ่อของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากห้องแล็บใต้ดิน
"คุณรู้ไหมว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกส่งหน่วยล่าสังหารรุ่นล่าสุดมา" รินรดาหันกลับมามองชายหนุ่ม แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น "เพราะคุณ... คีย์ ข้อมูลในหัวของคุณมันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากคอพวกสภาสูงมาเข้าเครื่องประหารได้"
คีย์ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงามืด เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ร่างกายสูงใหญ่แฝงไว้ด้วยมัดกล้ามเนื้อและโครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ แต่ในแววตากลับมีความอ่อนโยนประหลาดฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ความทรงจำของผมอาจเป็นหลักฐานครับ... แต่มันก็เป็นเป้าเล็งขนาดใหญ่ที่ติดอยู่กลางหลังของผมเช่นกัน" คีย์ทอดเสียงต่ำลง โน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ลอดผ่านริมฝีปาก "และคุณกำลังยืนอยู่ในรัศมีทำลายล้างนั้นด้วยความเต็มใจ... รินรดา ทำไมคุณถึงไม่หนีไปตั้งแต่ตอนที่เราแยกกันที่สถานีรถไฟใต้ดินล่ะครับ"
คำถามนั้นไม่ใช่การตำหนิ แต่มันคือการขุดคุ้ยลงไปในจิตวิทยาอันซับซ้อนของเธอ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามเลือดแทบไม่อยู่ เธอหลบสายตาคมกริบนั้นโดยการมองไปที่รอยสักรูปวงจรบนข้อมือของเขา
"ฉันไม่ใช่คนที่จะวิ่งหนีปัญหาโดยเฉพาะเมื่อปัญหามันเกี่ยวข้องกับการตายของพ่อ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนภายในที่รุนแรง "และอีกอย่าง... ระบบป้องกันที่คุณกำลังพึ่งพามันมีช่องโหว่ทางความคิดที่ฉันเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง ถ้าไม่มีฉัน คุณก็เป็นได้แค่เศษเหล็กเดินได้ที่รอวันถูกรีเซ็ตความทรงจำ"
มุมปากของคีย์ยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งจากสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลเช่นเขา "ความมั่นใจของคุณนี่ช่างน่าหลงใหลและเป็นอันตรายในเวลาเดียวกันเสียจริงนะครับ... วิศวกร"
*ครืนนนนน!*
เสียงระเบิดแรงดันสูงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากผนังด้านนอกของตึก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองและเศษปูนร่วงกราวลงมาจากเพดาน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงเริ่มหมุนวนสาดส่องไปทั่วห้อง คีย์พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของรินรดาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ดึงร่างเธอล้มลงหลบหลังแนวเสาคอนกรีตเสริมเหล็กในเสี้ยววินาทีที่กระสุนปืนพลาสมาความร้อนสูงเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา เกิดเป็นรอยไหม้สีดำสนิทบนผนังที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่
"พวกมันมาถึงเร็กว่าที่ผมประเมินไว้สามนาทีสิบสองวินาทีครับ" คีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงนิ่งสนิท แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะกำลังเดือดดาลด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์จากโดรนลาดตระเวนที่บินวนอยู่รอบตึก
รินรดาหอบหายใจถี่เล็กน้อย อะดรีนาลีนในร่างกายพุ่งพล่าน แต่สมองของเธอกลับทำงานด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าเดิม เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด จนสัมผัสได้ถึงไอความเย็นจากผิวหนังเทียมของเขา
"ทางหนีไฟถูกตัดขาดแล้ว เซิร์ฟเวอร์สำรองชั้นใต้ดินคือทางเดียวที่เราจะส่งข้อมูลนี้ออกไปได้ทันก่อนที่พวกมันจะล็อกเกตเวย์ทั้งหมด" เธอกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบไดรฟ์ข้อมูลขนาดเท่าเหรียญบาทออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ "แต่ปัญหาคือ... ลิฟต์ขนของถูกบล็อกด้วยรหัสผ่านระดับผู้บริหาร"
คีย์มองหน้าเธอนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่แววตาในดวงตาข้างที่เป็นเลนส์จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต เขายกมือขึ้นแตะที่ขมับของตัวเองเบื้องซ้าย เสียง *คลิก* เบาๆ ดังขึ้นจากกลไกภายใน
"รหัสผ่านระดับผู้บริหารไม่ได้ถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางหรอกครับ..." คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้ว "แต่มันถูกฝังอยู่ในชุดคำสั่งเริ่มต้นของสมองกลผม... ซึ่งเป็นโค้ดเดียวกับที่พ่อของคุณใช้เขียนโปรแกรมให้ผมเมื่อสิบปีก่อน"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยกระแทกเข้ากลางความรู้สึกของเธอราวกับถูกหมัดเหล็กชกเข้าที่ลิ้นปี่ ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
ก่อนที่เธอจะได้กล่าวถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชุดปฏิบัติการพิเศษนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงปืนกลหนักที่กำลังถูกขึ้นลำเพื่อเตรียมพังประตูเข้ามาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกไซไฟนี้ด้วยกันนะครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 2
สถานะ: ผู้หลบหนี
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!