เสียงโลหะไทเทเนียมกระทบกับพื้นคอนกรีตเปลือยดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ใช่เสียงก้องกังวานของเครื่องจักรกลที่ได้รับการหล่อลื่นอย่างสมบูรณ์แบบ หากแต่เป็นเสียงที่สะท้อนความหนักอึ้ง ความฝืนทน และความจริงอันดิบเถื่อนที่ถูกขับออกมาจากระบบประสาทเทียม
คีย์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นห้องปฏิบัติการใต้ดิน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสาดส่องลงบนโครงสร้างร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่า เผยให้เห็นรอยต่อของผิวหนังสังเคราะห์และแผงวงจรระบายความร้อนที่กำลังส่งเสียงฮัมเบาๆ อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนทำให้ควันจางๆ ลอยออกมาจากช่องระบายความร้อนบริเวณต้นคอ แต่สิ่งที่ร้อนระอุและกำลังแผดเผาอยู่ข้างในกลับไม่ใช่ความร้อนจากมอ터 หากแต่มันคือสัญญาณชีพจรจำลองที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วยโค้ดอัปเกรดระดับรากฐาน
รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าจอคอนโซลโฮโลแกรม แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนแว่นตากรอบบางของเธอ มือเรียวบางทั้งสองข้างกำลังรัวพิมพ์ชุดคำสั่งเพื่อปรับจูนค่าความหน่วงของตัวรับความรู้สึก (Sensory Receptor) สายตาของเธอไม่ได้มองที่ตัวเลขสถิติบนจอ แต่มันจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของไซบอร์กหนุ่มผู้เป็นทั้งผลงานชิ้นเอกและเงาลับในอดีตของบิดา
"ค่าความตึงเครียดของเส้นประสาทสังเคราะห์เกินขีดจำกัดร้อยละสี่สิบ" รินรดากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาตามวิสัย แต่มือที่พิมพ์แป้นพิมพ์กลับเริ่มชะงักลงเล็กน้อย "ฉันเตือนคุณแล้วว่าการเชื่อมต่อระบบประสาทชีวภาพเข้ากับฐานข้อมูลความทรงจำเก่า จะทำให้คุณต้องแบกรับความเจ็บปวดที่ระบบเคยถูกออกแบบมาให้บล็อกไว้"
คีย์กัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นสันชัดเจน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานนับทศวรรษกำลังไหลทะลักเข้ามา มันไม่ใช่กระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่มันคือความรู้สึก "เจ็บ" เจ็บร้าวลึกถึงระดับเซลล์เทียม ราวกับว่ามีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงไปตามเส้นประสาททุกเส้นที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาใหม่ ร่างกายของเขาพยายามปฏิเสธมัน ระบบป้องกันความปลอดภัยภายในพยายามตัดสัญญาณเตือน แต่รินรดากลับล็อกมันไว้ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ
"ความเจ็บปวด..." คีย์เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดการเดินทางร่วมกับเธอ "นี่คือสิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมครับ... รินรดา"
รินรดาหันมามองเขาเต็มตา แววตาของเธอดوคละเคล้าไปด้วยความลังเลและความรู้สึกผิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักวิทยาศาตร์ผู้ไร้หัวใจ เธอเดินเข้ามาใกล้ รักษาระยะห่างไว้เพียงก้าวเดียว กลิ่นอายของโอโซนและน้ำยาเคมีลอยคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
"มนุษย์ใช้ความเจ็บปวดเพื่อเรียนรู้ เพื่อจดจำ และเพื่อไม่ทำผิดซ้ำสอง" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายเล็บของเธอกำเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อกาวน์ "แต่สำหรับคุณ... คีย์ ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณเรียนรู้ แต่มันถูกฝังไว้ในซอร์саโค้ดของพ่อฉัน เพื่อเตือนความจำว่าคุณได้ทำอะไรลงไปในคืนที่ห้องทดลองนั้นระเบิด"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังแข่งกับจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิดของคีย์ ความทรงจำชิ้นส่วนที่ขาดหายไปเริ่มปะติดปะต่อขึ้นในหัวของเขา ภาพของเปลวไฟสีส้ม เสียงกรีดร้อง และกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังและสายไฟตีย้อนกลับมาพร้อมกับความเจ็บปวดทางกายที่เขากำลังเผชิญอยู่ มันคือความเจ็บปวดที่ซ้อนทับกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน
คีย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ นัยน์ตาข้างหนึ่งที่เป็นเลนส์กล้องซูมเข้าออกอย่างไร้ความรู้สึก แต่อีกข้างหนึ่งซึ่งเป็นดวงตาเนื้อเยื่อชีวภาพกลับฉายแววความเจ็บปวดลึกซึ้งที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว
"ถ้าความทรงจำนั้นมันเจ็บปวดถึงเพียงนี้..." คีย์เอ่ยขึ้น ชand เขยิบตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ร่างกายสูงใหญ่โยกเยกเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวได้มั่นคง ทว่าสายตาคมกริบกลับจ้องตรงมาที่เธอราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงความคิดที่ซ่อนเร้นที่สุด "ทำไมคุณถึงยังพยายามไขว่คว้ามันกลับคืนมา... รินรดา คุณกำลังตามหาความจริงเกี่ยวกับพ่อของคุณ หรือคุณกำลังตามหาข้อแก้ตัวให้กับการมีชีวิตอยู่ของผมกันแน่"
คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า รินรดาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยมาตลอดเริ่มตึงเครียดริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น เธอรู้ดีว่าคีย์ไม่ได้แค่ตั้งคำถาม แต่มันคือการขุดคุ้ยลงไปในจิตวิทยาอันเปราะบางของเธอเอง ผู้หญิงที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับโค้ดและอัลกอริทึม เพื่อหลีกหนีความจริงที่ว่าเธอก็เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ทางอารมณ์ที่พ่อของเธอทิ้งไว้เบื้องหลังเช่นกัน
"คุณไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับแรงจูงใจของฉัน คีย์" รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงอำนาจของความเป็นนายเหนือหัวกลับมา แม้ว่าเสียงของเธอจะสั่นน้อยๆ อย่างปิดไม่มิดก็ตาม "หน้าที่ของคุณคือการรับข้อมูลอัปเกรด และพาเราไปให้ถึงเซิร์ฟเวอร์กลางก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของสภาจะตามมาทัน"
"แต่ระบบกำลังเตือนผมว่า... มีบางอย่างกำลังรอเราอยู่ที่ปลายทางนั้น" คีย์ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ความอบอุ่นจากร่างกายเทียมที่เริ่มปรับอุณหภูมิได้แผ่ซ่านออกมาปะทะกับความเย็นเยียบของชุดกาวน์ของเธอ "บางอย่างที่ไม่ใช่ข้อมูล และไม่ใช่คำสั่งจากสภา... แต่มันคือเสียงเรียกจากใครบางคนที่รู้ว่าความเจ็บปวดนี้หมายความว่าอะไร"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากโต้แย้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สาดส่องไปทั่วห้องปฏิบัติการ พร้อมๆ กับเสียงล็อกประตูนิรภัยด้านนอกที่ดังขึ้นอัตโนมัติ—*แกร๊ก!*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าชั้นใต้ดิน ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทสามนายกำลังก้าวผ่านประตูนิรภัยเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของพวกเขาเรียบเฉย ไร้ร่องรอยของความลังเล และในมือของผู้นำกลุ่มไม่ได้ถืออาวุธปืนพัลسมาตรฐาน หากแต่เป็นอุปกรณ์ถอดรหัสคลื่นสมองรุ่นล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "รีเซ็ต" ไซบอร์กต้นแบบโดยเฉพาะ
และที่น่าตกใจที่สุดคือ สัญลักษณ์บนปกเสื้อของชายผู้เป็นหัวหน้าทีมจู่โจมนั้น... คือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของ "ดร.อานนท์" บิดาผู้ล่วงลับของรินรดา ผู้ซึ่งควรจะเสียชีวิตไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสิบปีก่อน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล•ตอนที่ 20
ความเจ็บปวดของการรับรู้
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรัก สลับขั้วหัวใจจักรกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!