เอกสารสัญญาสองฉบับบนโต๊ะพิจารณาคดี มีน้ำหนักราวกับภูเขาทั้งลูกที่กดทับลงบนบ่าของผม
"ท่านผู้พิพากษาครับ ในฐานะทนายจำเลย ผมขอคัดค้านการอ้างอิงพยานเอกสารชุดนี้"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่ากังวานและเฉียบคมพอที่จะตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องพิจารณาคดีอันโอ่อ่านี้ได้ สายตาของผมกวาดมองไปยังคู่ปรับตลอดกาลอย่างอัยการวิชาญ ผู้ซึ่งกำลังยกยิ้มมุมปากด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาคิดว่าไพ่ในมือของเขาคือใบตายที่ไม่มีทางพลิกกลับได้อีกแล้ว
"คุณรณภพครับ เอกสารฉบับนี้มีลายมือชื่อของจำเลยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผ่านกระบวนการพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาแล้วทุกขั้นตอน การคัดค้านอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ รังแต่จะทำให้ศาลเสียเวลาอันมีค่าเท่านั้นนะครับ" อัยการวิชาญลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีผยอง กวาดสายตามองผู้พิพากษาและคณะลูกขุนอย่างเหนือกว่า
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและคราบหมึกในห้องนี้ช่างคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อน วันที่พ่อของผมต้องยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมเพียงลำพัง ก่อนที่ความจริงจะถูกบิดเบือนด้วยอำนาจมืดและความโลภของคนบางกลุ่ม
ผมไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด
"ท่านครับ..." ผมก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างในชุดสูทสีเข้มตั้งตรงอย่างสง่างาม "สิ่งที่อัยการวิชาญนำเสนอต่อศาล หาใช่ความจริงแท้ไม่ แต่มันคือภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต เพื่อปิดบังความเน่าเฟะเบื้องหลังบัลลังก์เลือดแห่งนี้ต่างหากครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาเคาะค้อนไม้ลงบนแท่นเสียงดังสนั่นเพื่อควบคุมความสงบ สายตาของผู้พิพากษาอาวุโสเพ่งมองมาที่ผมด้วยความระคนสงสัยและสนใจ
"เชิญทนายรณภพชี้แจงเหตุผลของการคัดค้านครับ" ท่านผู้พิพากษาเอ่ยอนุญาต
ผมหันไปหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา มันคือสำเนาบันทึกการส่งมอบพัสดุและข้อมูลดิจิทัลที่สารวัตรศิรินทร์เพิ่งเสี่ยงชีวิตส่งให้ผมเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ แม้ภายนอกเธอจะดูเป็นตำรวจหญิงผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย แต่ในยามวิกฤต เธอคือพันธมิตรที่ผมไว้วางใจที่สุดในการขุดคุ้ยความจริงจากเบื้องล่าง
"เอกสารที่ท่านอัยการนำมาแสดง เป็นสัญญาโอนหุ้นที่ลงวันที่เมื่อสามเดือนก่อน..." ผมเดินเข้าไปใกล้แท่นพยาน ชี้ให้เห็นจุดสังเกตที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม "แต่ถ้าเราสังเกตให้ดีที่รอยประทับตราของสำนักงานทนายความฝั่งโจทก์... หมึกพิมพ์ตรายางนั้นใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบดิจิทัลเลเซอร์ ซึ่งในประเทศไทยเพิ่งเริ่มนำเข้ามาใช้งานเมื่อสองเดือนก่อนเท่านั้นครับ"
อัยการวิชาญชะงัก รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของเขาเริ่มกระตุกเล็กน้อย สายตาเริ่มกวาดมองเอกสารในมือของตนเองอย่างร้อนรน
"นั่นหมายความว่า..." ผมเว้นจังหวะให้คำพูดมีน้ำหนัก บีบคั้นบรรยากาศรอบตัวให้ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ "เอกสารชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นย้อนหลัง เพื่อใส่ร้ายจำเลยให้กลายเป็นแพะรับบาปในคดีฆาตกรรมอำพราง และคนที่ถือครองกุญแจสำคัญในการปลอมแปลงเอกสารนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น... แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจเข้าถึงคลังข้อมูลลับของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีเพียงอัยการระดับสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครับ!"
บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีพลันเงียบกริบ ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของคนรอบข้าง อัยการวิชาญหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เขาจะพยายามรักษาฟอร์มและกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกด้วยการหัวเราะแห้งๆ ออกมา
"เหลวไหล! ทนายรณภพ คุณกำลังกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอนะครับ!" อัยการวิชาญโต้กลับเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว
"ไม่มีหลักฐานอย่างนั้นหรือครับ?"
ผมยิ้มเยาะในใจ ก่อนจะหันไปทางประตูห้องพิจารณาคดีที่กำลังเปิดออกช้าๆ
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาอ่อนเดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นคง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยับย่นแห่งกาลเวลา แต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและทรงพลัง เขามือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะเดินตรงมาหยุดยืนที่หน้าบัลลังก์ ก่อนจะโค้งคำนับท่านผู้พิพากษา
"ผม... พลตำรวจตรีประจักษ์ อดีตหัวหน้าชุดเฉพาะกิจสอบสวนพิเศษ ขออนุญาตส่งมอบพยานปากเอกและหลักฐานชิ้นสุดท้าย ที่จะพิสูจน์ว่าฆาตกรตัวจริงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้คือใครครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนานี้มาด้วยกันนะครับ
เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงื่อนตายในบัลลังก์เลือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!