กลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็กยังคงคละคลุ้งอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ร่างของรินสะท้านเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงนับแสนโวลต์แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังในดันเจี้ยนระดับ SSS มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกอันทรงพลังที่แผ่ซ่านมาจากกลางหน้าอก
หน้าต่างสีฟ้าเข้มเรืองแสงสะท้อนอยู่ในม่านตาของเขา มันไม่ใช่ระบบฮีลเลอร์เกรดขยะที่สมาคมฮันเตอร์เคยยัดเยียดให้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือราคาถูกอีกต่อไป แต่มันคือขุมอำนาจระดับพระเจ้าที่สั่นคลอนรากฐานของจักรวรรดิ
[ติ๊ง! ตรวจพบความเสียหายทางชีวภาพระดับวิกฤต...]
[ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ทำการรีบูตเสร็จสิ้น 100%]
[ปลดล็อกทักษะติดตัว: "หัตถ์พิพากษาแห่งความตาย" (God's Executioner Hand) และ "เนตรทิพย์พลิกฟ้า" (Omniscient Divine Eyes)]
รินหลับตาลงช้าๆ ซึมซับกระแสข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่สมอง เขารู้ดีว่าเวลาของความอ่อนแอได้ตายไปพร้อมกับเลือดหยดสุดท้ายที่ทิ้งไว้บนพื้นหินอัคนีในเขตแดนต้องห้ามแล้ว ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเหยียบย่ำชีวิตของฮีลเลอร์คนหนึ่งราวกับเศษสวะ เขาก็จะใช้ "มือคู่นี้" กระชากพวกมันลงมาคุกเข่าอ้อนวอนบนกองเลือดเช่นกัน
"รah... อึก..." เสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากมุมห้องพักฟื้นราคาถูก รินหันไปมองร่างของเด็กสาวคนสนิทที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาจากคำสั่งประหารเงาของกิลด์เบียฮีม ลิลลี่—ฮันเตอร์สาวสายซัพพอร์ตที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำและรอยดาบ ลมหายใจของเธอกำลังโรยรา ชีพจรเต้นอ่อนลงทุกขณะ
"ลิลลี่..." รินพึมพำ น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งการชำระแค้น
เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย ช21 ชายหนุ่มวางมือขวาลงเหนือหน้าอกของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น สัญลักษณ์อักษรรูนโบราณสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ หมุนวนเป็นวงแหวนเวทมนตร์ซ้อนทับกันถึงสามชั้น
[คำเตือน: เป้าหมายสูญเสียเลือดเกิน 70% อวัยวะภายในล้มเหลว...]
[ท่านต้องการใช้พลังงานฮีลระดับใด? (เลือก: ฟื้นฟูสภาพ / ย้อนเวลาเซลล์ / ตัดวงจรชีวิต)]
รินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าคมคาย "ฟื้นฟูสภาพมันธรรมดาเกินไป... สำหรับคนที่พยายามฆ่าเธอ ฉันจะให้พวกมันได้ลิ้มรสความรู้สึก 'ตายทั้งเป็น' ก่อน"
เขากดเลือกคำสั่งที่เหนือสามัญสำนึกของโลกใบนี้: **[ย้อนเวลาเซลล์ระดับสมบูรณ์แบบ ควบคู่กับการเชื่อมต่อพลังชีวิต]**
วูบ!
แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ บาดแผลฉกรรจ์บนร่างของลิลลี่สมานเข้าหากันด้วยความเร็วสูงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด ลมหายใจที่เคยแผ่วเบากลับคืนสู่ความสม่ำเสมออย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น พลังออร่าระดับ SSS ที่รินปลดปล่อยออกมาได้ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของลิลลี่ ส่งผลให้ขีดจำกัดพลังของเธอพุ่งทะยานข้ามขั้นจากแรงก์ C สู่แรงก์ A ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที!
ลิลลี่สะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก เธอกระثกลุกขึ้นนั่งหอบหายใจถี่รัว เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง "ร... ริน! เรายังไม่ตายเหรอ? แล้วนี่มัน... พลังบ้าอะไรกันทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนร่างกายระเบิด..."
"เงียบก่อน ลิลลี่" รินเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด มือเรียวยาวดึงผ้าห่มคลุมไหล่ให้เธอ "ร่างกายของเธอตอนนี้ปลอดภัยแล้ว และไม่ใช่แค่ปลอดภัย... เธอกลายเป็นฮันเตอร์แรงก์ A ไปเรียบร้อยแล้วด้วย"
ลิลลี่เบิกตากว้างจนแทบถล่น เธอมองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่เปล่งแสงออร่าสีทองจางๆ ความรู้สึกทรงพลังที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง "แรงก์ A? เป็นไปได้ยังไง... ฉันเป็นแค่ฮีลเลอร์สายซัพพอร์ตเกรดต่ำนะริน"
"โลกใบนี้มันถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความโหดร้าย ลิลลี่ คนที่เคยเหยียบเรา พวกมันคิดว่าเราเป็นแค่เครื่องมือใช้แล้วทิ้ง" รินหันหลังเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานเก่า มองออกไปเบื้องล่างของมหานครนากะ นครหลวงแห่งจักรวรรดิที่เต็มไปด้วยแสงสีและตึกระฟ้าของเหล่ากิลด์มหาอำนาจ "แต่ตอนนี้ กฎของเกมมันเปลี่ยนไปแล้ว"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยดีดังทะลุบานไม้เก่าๆ เข้ามา
"เฮ้ย! ไอ้ขยะริน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ครบกำหนดกำหนดส่งส่วยประจำสัปดาห์แล้ว ถ้านายยังไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้องและค่าบำรุงกิลด์ วันนี้พวกฉันจะหักขาแกแล้วโยนทิ้งลงไปให้พวกมอนสเตอร์ข้างล่างกินซะ!"
เสียงนั้นคือเสียงของ "บารอน" หัวหน้าหน่วยมือสังกัดกิลด์เบียฮีม ชายผู้เคยใช้ดาบฟันเข้าที่กลางหลังของรินในดันเจี้ยนเมื่อสามวันก่อน
ลิลลี่หน้าซีดเผือดโดยสัญชาตญาณ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อนึกถึงความโหดร้ายของชายคนนั้น "ริน... พวกมันมาแล้ว ทำยังไงดี? พวกมันมีกันเป็นสิบคนแถมยังมีอาวุธเวทมนตร์ครบมือ"
รินไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่ง ใบหน้าคมคายเยือกเย็นราตุประติมากรรมน้ำแข็ง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ลิลลี่ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระส่ำระสายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—มันไม่ใช่รอยยิ้มของคนอ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มของ "ผู้พิพากษา"
"กลัวอะไรกัน ลิลลี่" รินก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและหนักแน่น "ในเมื่อสุนัขมันวิ่งมาหาถึงหน้าบ้าน... เราก็แค่เปิดประตูรับมันเข้ามาต้อนรับให้สมเกียรติ"
แอ๊ด...
เสียงบานประตูไม้เก่าถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างหนาใหญ่ของบารอนที่ยืนแยกเขี้ยวด้วยรอยยิ้มหยัน พร้อมด้วยลูกน้องอีกห้าคนถืออาวุธครบมือยืนล้อมกรอบทางเดินแคบๆ
"อ้าว ไอ้ขยะ นึกว่าแกล้งตายคาเตียงไปซะแล้ว—"
บารอนยังพูดไม่ทันจบประโยค รินก็พุ่งตัวออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน!
ปัง!
เสียงหมัดเปล่าๆ ของรินกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของบารอนอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลผสานกับพลังออร่าหมอเทวะแรงก์ SSS ระเบิดออกราวกับพายุไซโคลน ร่างหนาน้ำหนักกว่าหนึ่งร้อยกิโลกรัมของบารอนลอยละลิ่วทะลุกำแพงห้องพักออกไปชนกับผนังทางเดินฝั่งตรงข้ามเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษปูนและฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
ลูกน้องที่เหลืออ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ
รินยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน สายตาสีดำสนิทกวาดมองเหล่าลูกน้องมือสังกัดด้วยความเย้ยหยัน นิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ปรากฏมีดผ่าตัดเรืองแสงสีทองลอยวนอยู่รอบปลายนิ้ว
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายมีเจตนาฆ่า ระบบเปิดใช้งานโหมด: "พิพากษาไร้ปรานี"]
รินเหลือบสายตากลับมามองพวกมันด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจจนทำเอาทุกคนถึงกับเข่าอ่อน
"พวกแก... อยากรักษาตัว หรืออยากให้ฉันช่วยส่งไปลงนรกก่อนกำหนดดีล่ะครับ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอเทวะแรงก์ SSS" เสมอมานะครับ
ฮีลเลอร์แรงก์ขยะกับภารกิจกู้ชีพจักรวรรดิใน 50 วัน•ตอนที่ 2
เสียงเรียกจากระบบหมอเทวะ
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์แรงก์ขยะกับภารกิจกู้ชีพจักรวรรดิใน 50 วัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
