เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 19

เมื่อรินถูกไล่ออก

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณรินครับ... ผมว่าคุณเข้าใจที่ผมพูดนะ เรื่องค่าน้ำยาทำความสะอาดที่หายไปสามถังเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับนิติฯ นะครับ" น้ำเสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีกรมท่าที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ฟังดูราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนความอดทนของหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าอยู่เบื้องหน้าเขา รินกำชายผ้ากันเปื้อนสีซีดของเธอไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเธอพยายามเค้นเสียงตอบ "แต่ดิฉันไม่ได้เป็นคนเบิกมาค่ะคุณธนา... ดิฉันเป็นแค่แม่บ้าน วันนั้นดิฉันหยุดงานด้วยซ้ำ ตรวจเช็กกล้องวงจรปิดได้เลยนะคะ" ธนาหัวเราะหึในลำคอ เขามองรินผ่านแว่นสายตาทรงเหลี่ยมที่สะท้อนแสงไฟนีออนบนเพดานจนดวงตาของเขาดูว่างเปล่า "กล้องตัวนั้นน่ะเสียมาสองวันแล้วครับคุณริน... และผมมีเอกสารการเซ็นรับของที่ระบุชื่อคุณชัดเจน อย่าให้ผมต้องทำเรื่องให้เป็นเรื่องใหญ่โตจนเสียประวัติการทำงานเลยครับ ลาออกเสียตอนนี้ ยังถือว่าเราจากกันด้วยดี" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันโอ่อ่า กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลจนรินรู้สึกหายใจลำบาก เธอไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องของการทำของหาย แต่มันคือการ "กำจัด" คนที่รู้ความลับมากเกินไป—คนที่คอยสังเกตเห็นว่าใครบ้างที่แอบเดินเข้าออกห้องพักราคาหลายสิบล้านในยามวิกาล หรือใครบ้างที่ขนกระเป๋าเดินทางปริศนาขึ้นไปชั้นบนสุดโดยไม่แจ้งนิติบุคคล "คุณจะให้ดิฉันออก เพราะดิฉันเห็น... สิ่งที่ควรจะมองไม่เห็นใช่ไหมคะ" รินเงยหน้าขึ้น สบตาชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดไว้ ธนาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเย็น "คุณริน... คุณเป็นคนมีน้ำใจ คนเมืองมักชอบบอกแบบนั้น แต่ความเมตตาเลี้ยงปากท้องไม่ได้หรอกครับ ถ้าคุณไม่มีงานทำ" รินไม่ตอบ เธอเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกที่ตัวเบาหวิวเหมือนคนถูกสูบวิญญาณ โถงทางเดินคอนโดหรูที่เธอเคยทำความสะอาดด้วยความใส่ใจจนเงาวับ กลับดูเย็นชาและแปลกแยกในวินาทีนี้ เธอเดินผ่านประตูห้องพักห้องแล้วห้องเล่า จนมาหยุดที่หน้าห้องของกวิน ชายหนุ่มผู้เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของเธอในป่าคอนกรีตแห่งนี้ เธอไม่ได้เคาะประตู แต่เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องนั้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับปีประดังเข้ามาจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว *แกร๊ก...* ประตูห้องเปิดออกกวินยืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือแก้วกาแฟที่ยังส่งควันจางๆ เขาชะงักไปเมื่อเห็นสภาพของรินที่ดูผิดปกติไปจากทุกวัน "ริน... มีอะไรหรือเปล่าครับ" กวินถามน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความกังวล รินส่ายหน้า พยายามฝืนยิ้มที่บิดเบี้ยว "ไม่มีอะไรค่ะคุณกวิน รินแค่... เพิ่งรู้ว่ารินกำลังจะไม่มีงานทำในอีกสามวันข้างหน้า" กวินขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นในตึกนี้ บรรยากาศที่ตึงเครียดของนิติบุคคลในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ "พวกนั้นไล่คุณออกงั้นเหรอ เพราะเรื่องที่ห้อง 4402 ใช่ไหม" "รินไม่รู้ค่ะ... รินแค่รู้สึกว่า ยิ่งเรามองเห็นชีวิตคนอื่นชัดเท่าไหร่ เราก็ยิ่งกลายเป็นคนที่ไม่มีตัวตนมากขึ้นเท่านั้นในตึกนี้" รินก้มหน้าลง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนพื้นพรมราคาแพงที่เธอเพิ่งถูเมื่อเช้า กวินก้าวออกมาจากห้อง เขาไม่ได้พูดปลอบใจด้วยคำหวาน เพราะเขารู้ดีว่านั่นไม่ได้ช่วยอะไร เขาเพียงแค่มองไปที่ทางเดินยาวสุดลูกหูลูกตา สบตากับกล้องวงจรปิดที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมตึกราวกับดวงตาของปีศาจ "รินครับ... พรุ่งนี้คุณไม่ต้องไปนิติฯ แล้วนะ เก็บของของคุณให้หมด ส่วนเรื่องหลักฐานที่เขาใช้กล่าวหาคุณ... ผมพอจะมีวิธีที่น่าจะทำให้เขาลำบากใจได้บ้าง" "คุณกวิน... มันอันตรายนะคะ" "สำหรับคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย ความเงียบคือความอันตรายที่สุดครับ" กวินตอบสั้นๆ น้ำเสียงหนักแน่นของเขาทำให้นิ่งงัน ทว่าในจังหวะที่กวินกำลังจะปิดประตูห้องเพื่อเตรียมวางแผนนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังสะท้อนเข้ามาในโถงทางเดิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนเดินตรงมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง โดยมีธนาเดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นผู้ชนะ ธนาหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมา "ขอโทษนะครับคุณกวิน พอดีทางเราตรวจพบว่ามีทรัพย์สินสูญหายเพิ่ม และมีการระบุว่าคุณอาจจะมีส่วนรู้เห็นในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด... เชิญคุณทั้งคู่ไปคุยกับทางตำรวจที่ล็อบบี้เดี๋ยวนี้ครับ" กวินมองหน้าธนา ความเยือกเย็นในดวงตาของเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่น่าสะพรึงกลัว เขาหันไปมองรินแล้วบีบไหล่เธอเบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณว่า 'นี่คือจุดเริ่มต้น' กวินก้าวเดินไปข้างหน้า สวนทางกับธนาด้วยท่าทีที่ดูมั่นคงเสียจนอีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้น กวินก็หยุดเดินแล้วกระซิบที่ข้างหูธนาด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันเพียงสองคนว่า "คุณธนาครับ... กุญแจสำรองของห้องพักทุกห้องที่หายไปน่ะ อยู่ในช่องลับใต้โต๊ะทำงานของคุณ ไม่ใช่เหรอครับ" ธนาหน้าถอดสีไปในทันที มือที่ถือซองเอกสารสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันกลับมามองกวินที่กำลังแสยะยิ้มบางๆ ให้เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ขอบคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงไปกับผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%