“คุณกวินครับ ผมว่าคุณกำลังทำเรื่องที่ทำให้ตัวเอง ‘ไม่มีที่ยืน’ ในตึกนี้ ถ้าคุณคิดจะเปลี่ยนระบบการเบิกจ่ายโครงการนี้ใหม่ ผมแนะนำให้คุณกลับไปนั่งที่โต๊ะ แล้วลืมเอกสารพวกนี้เสีย”
เสียงทุ้มต่ำของหัวหน้าแผนกดังขึ้นข้างหูขณะที่ผมกำลังวางแฟ้มข้อมูลลงบนโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นกาแฟราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องทำงานปรับอากาศเย็นเฉียบกลับทำให้ผมรู้สึกคลื่นไส้มากกว่าสดชื่น ผมไม่ตอบโต้ทันที แต่มองผ่านกระจกบานยักษ์ออกไปเห็นไฟเมืองกรุงที่เริ่มเปิดประชันกันในยามโพล้เพล้ ตึกระฟ้าเหล่านี้ช่างดูคล้ายหลุมฝังศพของความฝันที่ถูกสร้างขึ้นด้วยกระจกและเหล็กกล้า
ผมหันกลับไปสบตาเขา แววตาของผมคงไม่ได้แสดงความกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง
“ผมไม่ได้จะเปลี่ยนระบบเพียงเพื่อความสนุกครับคุณสมศักดิ์ แต่ถ้าเรายังปิดหูปิดตาปล่อยให้งบประมาณ ‘ไหลไปในที่ที่มองไม่เห็น’ แบบนี้ต่อไป สุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพวกเราทุกคนในห้องนี้” ผมเว้นจังหวะ พลางสังเกตเห็นนิ้วมือของเขาที่เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะกระวนกระวาย “ผมเลือกที่จะเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนความถูกต้อง มากกว่าจะเป็นเพียงเงาที่เดินตามหลังความเน่าเฟะครับ”
สมศักดิ์แค่นหัวเราะ พลางโน้มตัวลงมาหาผมจนได้กลิ่นซิการ์จางๆ “ความถูกต้องเหรอ? คุณกวิน... ในป่าคอนกรีตแห่งนี้ ความถูกต้องคือสินค้าที่แพงเกินกว่าพนักงานเงินเดือนอย่างคุณจะซื้อไว้ครอบครองได้หรอกครับ”
ผมถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ก้มหัวให้เขาเล็กน้อยตามมารยาทของผู้น้อยที่จงใจให้ดูเย่อหยิ่ง “งั้นผมคงต้องขอลองใช้ชีวิตแบบคนจนที่รักษาความถูกต้องดูสักครั้งครับ”
ผมเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ออฟฟิศในยามค่ำคืนเงียบเชียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ บรรยากาศกดดันเหมือนพายุที่กำลังจะก่อตัว ภายในใจของผมไม่ได้รู้สึกถึงชัยชนะ แต่มันคือความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความหวาดหวั่น ผมรู้ดีว่าการเปิดโปงครั้งนี้อาจหมายถึงการสิ้นสุดของอาชีพที่ผมเพียรพยายามสร้างมา แต่ภาพของพ่อที่เคยสอนให้ผมซื่อตรงกับตัวเองแม้ในวันที่เหลือเพียงข้าวเปล่ากับเกลือ ก็ย้อนกลับมาเตือนใจผมทุกครั้งที่กำลังจะถอย
ผมเดินมาหยุดที่โถงทางเดินชั้นล่าง รินกำลังง่วนอยู่กับการถูพื้นคราบกาแฟที่ใครบางคนทำหกไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาที่เหนื่อยล้าของเธอมีความเข้าใจบางอย่างฉายชัดอยู่เสมอ
“วันนี้ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลยนะคะคุณกวิน” รินพูดขึ้นเบาๆ มือยังคงขยับไม้ถูพื้นไปตามจังหวะ “ห้องทำงานข้างบนนั่น... อากาศข้างในคงไม่ถ่ายเทสินะคะ ถึงได้ทำคนข้างในหน้าตึงเครียดกันจัง”
ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พักคอยใกล้ๆ แล้วถอนหายใจยาว “อากาศถ่ายเทครับริน แต่สิ่งที่มองไม่เห็นมันอุดตันจนหายใจไม่ออก”
รินหยุดงานชั่วครู่ เธอขยับมานั่งห่างจากผมเล็กน้อย “คนเรามักจะกลัวการทำความสะอาด ‘ห้อง’ ของตัวเองนะคะ เพราะเรากลัวว่าพอเปิดประตูเข้าไปแล้ว จะเจอขยะที่ถูกซุกไว้ใต้พรมที่เราเคยพยายามลืมมันไป แต่เชื่อมั้ยคะคุณกวิน... ถ้าไม่เปิดทำความสะอาดเสียบ้าง ในนั้นก็จะเหลือแต่กลิ่นอับที่คอยกัดกินลมหายใจเราไปเรื่อยๆ”
คำพูดของเธอกระตุกหัวใจผมอย่างประหลาด ผมมองมือของรินที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก แต่กลับเป็นมือที่ดูสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดในชีวิตที่ผมรู้จัก
“ถ้าผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อความถูกต้องจริงๆ... คุณคิดว่ามันจะคุ้มไหมริน”
“ความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ที่ว่าเราได้อะไรกลับมาหรอกค่ะ” รินยิ้มบางๆ แววตาเธอมองออกไปที่ประตูทางเข้า “แต่มันอยู่ที่ว่า คืนนี้ตอนที่คุณกลับไปนอนบนเตียง คุณจะยังสามารถสบตาตัวเองในกระจกได้หรือเปล่าต่างหาก”
ผมกำลังจะเอ่ยปากตอบ แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็ดังสะท้อนเข้ามาในโถงทางเดิน ผมหันไปมองพบชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มสามคนที่ผมคุ้นตาเป็นอย่างดี หนึ่งในนั้นคือหัวหน้าแผนกบัญชีใหญ่ที่ผมเคยพยายามขอเข้าพบแต่ถูกปฏิเสธมาตลอดหกเดือน
พวกเขามองมาที่ผมด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ชายคนที่เป็นหัวหน้าเดินตรงมาที่ผม ก่อนจะหยุดยืนกอดอก
“คุณกวินครับ... ไฟล์เอกสารที่คุณส่งอีเมลถึงบอร์ดบริหารเมื่อห้านาทีก่อน กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทางตึกกำลังตรวจสอบอยู่” เขาเว้นจังหวะ “แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลที่คุณมี... มันอาจจะไม่ครบถ้วน และถ้าคุณยังยืนกรานจะเปิดโปงต่อ เราอาจจะต้องคุยกันในพื้นที่ที่ไม่ใช่ออฟฟิศแห่งนี้แล้วล่ะครับ”
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งมาให้ผม มือของเขาบีบซองแน่นจนกระดาษด้านในยับย่น
“ข้างในนี้คือข้อเสนอสุดท้ายที่จะทำให้คุณ ‘อยู่รอด’ ในตึกนี้ต่อไป หรือคุณจะเลือกเปิดกล่องแพนโดร่าใบนี้ แล้วดูว่าชีวิตคุณจะพังทลายลงเร็วแค่ไหน... เลือกเอาครับ”
หัวใจผมกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ประทับตราอยู่บนมุมซอง มันไม่ใช่ชื่อบริษัท แต่เป็นชื่อของคนคนหนึ่งที่ผมเคยคิดว่าเขาตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... พ่อของผมเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและเลือกที่จะยืนหยัดไปกับผมในตอนนี้นะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 18
ความมืดในห้องทำงาน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!