"วางสายสิ กวิน... ถ้าแกวางสายตอนนี้ แกจะยังเป็นคนเดิมที่ไม่มีใครรู้จักไปตลอดกาล"
กวินกดตัดสายทิ้งด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับเพิ่งวิ่งหนีจากที่เกิดเหตุมาไกลแสนไกล เสียงที่ได้ยินผ่านโทรศัพท์เมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือเสียงของเขาเอง เสียงที่แหบพร่าด้วยความสิ้นหวังในแบบที่เขาเพิ่งจะรู้สึกไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการอยู่อาศัย แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ "ซ่อน" อะไรบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากที่ฉาบด้วยกระจกสะท้อนแสงแวววาว
*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูที่จังหวะสม่ำเสมอจนน่าประหลาดดังขึ้น กวินสะดุ้งสุดตัว เขาไม่ได้สั่งอาหาร และเพื่อนคนเดียวที่เขาเคยมีก็เลิกติดต่อกันไปตั้งแต่วันที่เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตที่ครอบครัวคาดหวังมาจมปลักอยู่ในห้องสตูดิโอแคบๆ นี่
เขาสูดหายใจลึก ก้าวไปที่บานประตูแล้วแง้มออกเพียงเล็กน้อย
ภาพที่เห็นไม่ใช่พนักงานส่งของ แต่เป็นหญิงวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มพนักงานทำความสะอาดสีน้ำเงินซีดจาง ใบหน้าของเธอมีรอยย่นจางๆ ที่มุมปาก แต่ดวงตาคมกริบราวกับเลนส์กล้องที่ส่องทะลุผ่านความเงียบงันในห้องของเขาได้ในเสี้ยววินาที
"คุณริน?" กวินเอ่ยชื่อนั้นอย่างตะกุกตะกัก เขาเคยเห็นเธอเดินลากถังขยะไปตามโถงทางเดินทุกวันด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม จนเขาสร้างเกราะป้องกันตัวเองว่าเธอเป็นเพียง 'ส่วนประกอบ' ของคอนโด
"ขยะวันนี้มีกลิ่นแปลกๆ นะคะ คุณกวิน" รินไม่ได้รอคำเชิญ เธอเบี่ยงตัวผ่านรอยแยกของประตูเข้ามาอย่างนุ่มนวล ราวกับเจ้าของสถานที่ตัวจริง กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดราคาถูกจางๆ แผ่กระจายไปทั่วห้อง
กวินถอยกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "ผม... ผมไม่ได้ทิ้งอะไรที่ผิดกฎนะ"
รินวางถุงขยะสีดำใบใหญ่ลงบนพื้นพรม สายตาของเธอไม่ได้มองกวิน แต่กวาดไปรอบห้องอย่างพินิจพิสูจน์ เธอหยุดมองกรอบรูปที่คว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะมองไปที่ซองจดหมายที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในถังขยะข้างโต๊ะ
"ขยะมันโกหกไม่ได้หรอกค่ะ" รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น เธอหยิบชิ้นส่วนกระดาษจากถังขยะขึ้นมาสองสามชิ้น มันเป็นเอกสารแจ้งเตือนการไล่ออกจากงาน และบันทึกข้อความจากแม่ของกวินที่เขียนด้วยลายมือสั่นเครือ "คนส่วนใหญ่ในตึกนี้พยายามทิ้งตัวตนที่ล้มเหลวไว้ในถุงขยะ พวกเขาคิดว่าเมื่อพนักงานทำความสะอาดเอาไปทิ้ง ความทุกข์เหล่านั้นจะหายไปพร้อมกับเศษอาหารและขวดพลาสติก"
"คุณต้องการอะไร" กวินถาม เสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้น พยายามดึงความกล้าที่เหลืออยู่ออกมาเผชิญหน้า
รินหันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้า แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่เหยียดหยาม มันเป็นรอยยิ้มของ 'คนแปลกหน้า' ที่มองเห็นรอยแผลเป็นของกันและกัน
"ฉันเห็นมาเยอะแล้วค่ะคุณกวิน" เธอก้าวเข้าใกล้ขึ้นอีกก้าว "ห้อง 2004 ทิ้งขวดไวน์ราคาแพงทุกวันเพื่อให้คนรู้ว่าตัวเองยังร่ำรวย ทั้งที่ข้างในมีแต่ยารักษาอาการซึมเศร้า ห้อง 3002 ทิ้งกระดาษโน้ตที่เขียนคำบอกเลิกนับร้อยฉบับแต่ไม่เคยกล้าส่ง... พวกเขาใส่หน้ากากเดินออกจากห้องไปทำงานทุกเช้าเหมือนตุ๊กตาที่ถูกไขลาน"
"แล้วคุณล่ะ?" กวินแค่นยิ้มขมขื่น "คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมาสนใจเรื่องขยะของพวกคนแปลกหน้าอย่างพวกเรา"
รินไม่ได้ตอบในทันที เธอเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวง ราวกับดวงดาวที่ถูกขังในกรงเหล็ก "เพราะฉันคือคนที่เก็บรวบรวม 'สิ่งที่ถูกทิ้ง' มานานเกินไปจนรู้ว่า ใครบ้างที่กำลังจะตกจากตึกนี้... ไม่ใช่ด้วยการกระโดดลงไปหรอกนะ แต่ด้วยการค่อยๆ แตกสลายจากข้างใน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน กวินรู้สึกเหมือนหน้ากากของเขาถูกถอดออกด้วยมือของหญิงแปลกหน้าที่เขาแทบไม่เคยจำชื่อได้ ความลับที่เขาพยายามปิดตายเริ่มรั่วไหลออกมาในรูปแบบของรอยร้าวในใจ
"เมื่อกี้... เสียงในโทรศัพท์นั่น..." กวินพึมพำ "ทำไมมันถึงเหมือนเสียงของผม"
รินหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมที่ทำให้กวินต้องหยุดหายใจ เธอหยิบอุปกรณ์สื่อสารเครื่องจิ๋วออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน มันไม่ใช่โทรศัพท์มือถือธรรมดา แต่เป็นเครื่องดักฟังที่เขาเคยเห็นแต่ในภาพยนตร์สายลับ
"เพราะคนที่คุณคุยด้วยเมื่อกี้ ไม่ใช่ใครอื่น" รินก้าวมาหยุดตรงหน้าเขา ร่างของเธอสูงสง่าขึ้นอย่างน่าประหลาด "แต่เป็นระบบ AI อัจฉริยะที่ตึกนี้ติดตั้งไว้เพื่อ 'คัดกรอง' คนที่ไม่พร้อมต่อการอยู่รอดในเมืองหลวง และตอนนี้... มันเพิ่งบันทึกว่าคุณเป็น 'ขยะที่ต้องกำจัด' เรียบร้อยแล้ว"
ทันใดนั้น เสียงเตือนดังขึ้นจากแผงควบคุมในห้องของกวิน ไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ ทั่วห้องพร้อมกับเสียงกลอนประตูที่ล็อกอัตโนมัติจากภายนอก
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของกวินติดสว่างขึ้นเอง ปรากฏภาพกล้องวงจรปิดในห้องของเขาที่กำลังถ่ายให้เห็น 'ตัวเขาเอง' กำลังยืนอยู่ตรงนั้น... แต่มันมีกวินอยู่สองคนในหน้าจอ คนหนึ่งกำลังตื่นตระหนก ส่วนอีกคนในจอภาพนั้น กำลังค่อยๆ หันหน้ามามองกล้องแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงให้เงียบ ในขณะที่รินหยิบมีดคัตเตอร์ที่ใช้เปิดกล่องพัสดุออกมาจากเข็มขัด แล้วกดใบมีดให้ยืดออกมาด้วยเสียงที่บาดแก้วหู
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านมุมมืดของเมืองใหญ่ไปกับผมครับ... คนมองเมือง
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 2
รอยยิ้มใต้หน้ากาก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!