“คุณจะทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน... กวิน?”
เสียงของแม่ในสายโทรศัพท์สั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงร้องไห้ฟูมฟาย แต่เป็นเสียงของความผิดหวังที่ตกตะกอนจนกลายเป็นความเย็นชา กวินกดยกเลิกการสนทนาโดยไม่ตอบโต้ เขาโยนสมาร์ทโฟนลงบนโซฟาหนังสีเทาที่ยังไม่ได้แกะพลาสติกหุ้มออกดีนัก กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่พยายามจะหอมหวนกลายเป็นกลิ่นสารเคมีที่บาดจมูก กวินเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นมหานครในยามวิกาล—ที่นี่คือชั้น 24 ของคอนโดหรูใจกลางเมือง ที่ซึ่งแสงไฟนับหมื่นดวงส่องสว่าง แต่ละดวงคือชีวิตหนึ่งที่ถูกขังไว้ในกล่องคอนกรีต
เขาย้ายเข้ามาได้สามวันแล้ว แต่ความโดดเดี่ยวกลับหนักอึ้งราวกับเขาย้ายเอาภูเขามาไว้ในห้อง
กวินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน ตัวเขาหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง แต่สายตาไม่ได้มองไปที่วิวเมืองเบื้องหน้า เขากลับจ้องมองไปยังตึกฝั่งตรงข้าม—ตึกที่รูปทรงเหมือนเงาสะท้อนในกระจก ห้องเลขที่ 2404 ของตึกนั้นอยู่ตรงกับห้องของเขาพอดี
ห้องนั้นมืดสนิทมาตลอดสองคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อครู่นี้... แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟตั้งพื้นดวงเล็กๆ ถูกเปิดขึ้น
กวินเห็นเงาร่างคนคนหนึ่งเคลื่อนไหวผ่านม่านโปร่งบาง เธอไม่ได้ทำอะไรหวือหวา เพียงแค่เดินไปที่โต๊ะทำงาน วางแก้วน้ำหนึ่งใบ แล้วก็นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น... กวินจ้องมองด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับคนจมน้ำที่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่านั่นไม่ใช่ทางออก แต่เป็นเพียงเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ติดอยู่ในกรงขังเดียวกัน
เสียงก๊อก ก๊อก ก๊อก ดังขึ้นที่ประตูห้อง กวินสะดุ้งสุดตัว เขาไม่เคยสั่งอะไรมาส่ง และเขาไม่ได้บอกใครว่าย้ายมาที่นี่
เมื่อเปิดประตูออกไป เขาพบกับหญิงวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มแม่บ้านคอนโด เธอถือถุงขยะสีดำใบใหญ่ไว้ในมือ ใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ที่ดูอบอุ่นอย่างประหลาด
"ขอโทษที่รบกวนค่ะคุณกวิน ดิฉันชื่อริน เป็นแม่บ้านประจำชั้นนี้ค่ะ" เธอพูดพลางส่งถุงขยะในมือให้เขา "เห็นคุณย้ายมาใหม่ ขยะค่อนข้างเยอะ ดิฉันเลยกะว่าจะมาเก็บให้ตั้งแต่วันแรก แต่เห็นไฟห้องคุณปิดมืดก็นึกว่ายังไม่พร้อมจะให้ใครเข้าใกล้"
กวินรับถุงขยะมาพลางพยักหน้าเล็กน้อย "ขอบคุณครับ... ที่นี่เงียบดีนะ"
"เงียบจนน่ากลัวใช่ไหมล่ะคะ?" รินอมยิ้ม สายตาของเธอเหลือบมองไปที่หน้าต่างห้องที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนจะหันมามองกวิน "คนในตึกนี้เก่งเรื่องการมีชีวิตอยู่คนเดียวค่ะ แต่เชื่อเถอะค่ะ... บางทีความเงียบของห้องข้างๆ ก็อาจจะมีเสียงตะโกนที่ไม่มีใครได้ยินซ่อนอยู่"
กวินนิ่งไป ครู่หนึ่งเขาตัดสินใจถามในสิ่งที่คาใจ "ห้องฝั่งตรงข้าม... ห้อง 2404 น่ะครับ ใครอยู่เหรอครับ?"
รินหุบยิ้มลงเล็กน้อย แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้ง "ห้องนั้นน่ะเหรอคะ? ห้องนั้นว่างมานานแล้วค่ะคุณกวิน ไม่มีใครจอง ไม่มีใครเข้าอยู่มาตั้งแต่คอนโดนี้สร้างเสร็จ"
คำตอบของรินทำให้ลมหายใจของกวินสะดุด "ว่างเหรอครับ? แต่... เมื่อกี้ผมยังเห็นคนเปิดไฟอยู่เลย"
รินไม่ได้แสดงอาการตกใจ เธอเพียงแค่จ้องเข้าไปในดวงตาของกวินอย่างหยั่งลึก "ถ้าคุณเห็นไฟที่นั่น... คุณคงไม่ได้เห็นแค่แสงสว่างหรอกค่ะคุณกวิน คุณกำลังเห็นรอยแผลเป็นของตึกนี้"
เธอโค้งตัวให้เขาก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้กวินยืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตู หัวใจเขาเต้นรัวราวกับกลองรบ กวินรีบปิดประตูและสาวเท้ากลับไปที่หน้าต่างห้องอีกครั้ง ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ห้อง 2404 ไม่ได้มืดสนิท และไม่ได้มีแค่แสงไฟจากโคมไฟดวงเล็กแล้ว แต่ร่างของหญิงสาวคนเดิมคนนั้น กำลังยืนหันหลังให้หน้าต่าง เธอไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่ในมือของเธอ... กวินเห็นประกายวาววับของโลหะบางอย่างที่สะท้อนกับแสงไฟ
วินาทีนั้นเอง หญิงสาวในห้องตรงข้ามก็ค่อยๆ หันหน้ากลับมา สายตาของเธอไม่ได้มองไปที่วิวเมือง แต่มองตรงมายังหน้าต่างของกวินราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังมองอยู่ และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือเธอยกมือขึ้นช้าๆ แล้วเขียนตัวอักษรบางอย่างลงบนกระจกฝั่งนั้น เป็นตัวอักษรที่กวินอ่านออกได้ทันทีแม้จะอยู่ในระยะไกล
'ช่วย... ด้วย'
กวินผงะถอยหลังจนล้มลงบนพื้นห้อง เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นอีกครั้งเป็นสายเรียกเข้าที่ไม่ระบุเลขหมาย กวินหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกดรับ
"ฉันเห็นคุณแล้วนะ" เสียงปลายสายไม่ใช่เสียงของผู้หญิง แต่มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก... เสียงของกวินเอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับชีวิตของคนแปลกหน้าในมหานครแห่งนี้ครับ - คนมองเมือง
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 1
แสงไฟในหน้าต่างห้องข้างๆ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!