เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 21

รอยแยกของความสุข

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าพวกคุณคิดว่าการจ่ายค่าส่วนกลางปีละหลักแสนทำให้พวกคุณซื้อความเป็นส่วนตัวได้ล่ะก็ ผมบอกเลยว่าพวกคุณคิดผิดถนัด!" เสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบตะโกนก้องกลางโถงล็อบบี้ เสียงนั้นก้องสะท้อนไปมาจนชวนให้รู้สึกอึดอัด กวินยืนนิ่งอยู่มุมเสา สายตาจับจ้องไปยังฝูงชนที่กำลังแตกตื่น นี่ไม่ใช่การพบปะเพื่อนบ้านปกติ แต่มันคือการรวมตัวของกลุ่มลูกบ้านที่เริ่มหมดความอดทนต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ที่เข้มงวดจนเกินเหตุ รินยืนอยู่ไม่ไกลจากกวิน เธอถือไม้ถูพื้นแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาของเธอไม่ได้มองที่กลุ่มผู้ประท้วง แต่เธอมองไปที่กล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่มุมเพดาน มุมมองที่จับภาพความขัดแย้งนี้ไว้ได้ทั้งหมด "กวิน..." รินกระซิบเบาๆ เมื่อสบโอกาสที่คนกลุ่มนั้นเริ่มถกเถียงกันจนชุลมุน "พวกเขาไม่ได้โกรธเรื่องค่าส่วนกลางหรอก พวกเขากำลังกลัว" "กลัวอะไรครับริน" กวินถามพลางขยับตัวเข้าใกล้ แววตาของเขาซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้กรอบแว่น "กลัวว่าความลับที่ซ่อนไว้หลังประตูบานหนาๆ จะถูกรื้อค้นออกมาน่ะสิ" เธอหันมามองเขา สายตานั้นคมกริบราวกับมองทะลุผ่านเสื้อผ้าและผิวหนังไปถึงหัวใจ "เหมือนกับความลับของคุณไงครับ" คำพูดนั้นจี้จุดตาย กวินชะงัก ลมหายใจสะดุด ความลับที่ว่าเขาเป็นคนดึงรินเข้ามาพัวพันกับคดีความที่เขากำลังปกป้องเธอนั้น ทำให้เขาตกอยู่ในวงล้อมของคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ เขาเป็นคนให้กุญแจสำรองรินเข้าไปทำความสะอาดห้องพักของนักธุรกิจที่หายตัวไป แต่ตอนนี้เรื่องราวกลับบานปลาย เมื่อกลุ่มลูกบ้านเริ่มเรียกร้องให้ตรวจสอบ 'ทุกคน' ที่เข้าออกห้องพักเหล่านั้น รวมถึงพนักงานทำความสะอาดอย่างเธอด้วย "ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง" กวินพูดพลางกำหมัดแน่นในกระเป๋ากางเกง "คุณจัดการไม่ได้หรอกกวิน" รินแค่นยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง "เพราะตอนนี้ กรรมการคอนโดชุดนี้กำลังร่วมมือกับคนที่คุณกลัวที่สุดเพื่อบีบให้ผมคายความจริงที่ผมเห็นในห้องห้องนั้นออกมา" บรรยากาศในล็อบบี้ตึงเครียดขึ้นเมื่อฝ่ายนิติบุคคลพยายามห้ามปราม แต่เสียงโต้เถียงกลับดังขึ้นกว่าเดิม กวินมองเห็นชายในชุดสูทคนเดิมเดินตรงมาทางเขาราวกับมีจุดหมายชัดเจน เขาคนนั้นคือ 'คุณศรุต' ผู้อยู่เบื้องหลังความหรูหราที่ฉาบฉวยของตึกนี้ ศรุตหยุดยืนตรงหน้ากวิน เขาไม่ได้มองรินเลยแม้แต่น้อย แต่สายตาของเขากลับสำรวจกวินเหมือนกำลังประเมินสินค้าชิ้นหนึ่งที่กำลังจะถูกนำไปประมูล "คุณกวินครับ" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความข่มขู่ "คนบางคนมักจะเผลอไปเห็นสิ่งที่ตัวเองไม่ควรเห็น และมักจะพยายามทำตัวเป็นฮีโร่โดยที่ลืมนึกไปว่า... ฮีโร่ในตึกระฟ้าแห่งนี้ มักจะตกลงมาตายแบบไม่เหลือซากเสมอ" กวินไม่ถอยหนี เขาสบตาอีกฝ่ายตรงๆ "ถ้าความจริงมันหนักจนต้องพังตึกนี้ทิ้ง ผมว่าเราทุกคนก็ควรเตรียมตัวรับผลกรรมที่ก่อไว้นะครับ" ศรุตหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังแล้วชวนให้ขนลุก "ความจริงมันเหมือนฝุ่นครับคุณกวิน ยิ่งปัดกวาดมันก็ยิ่งฟุ้งกระจาย แต่สุดท้ายมันก็กลับมาเกาะที่เดิมอยู่ดี สู้ปิดห้องไว้ให้สนิทดีกว่าไหม" รินวางไม้ถูพื้นลง เสียงเหล็กกระทบพื้นกระเบื้องดังเปรี้ยงราวกับเสียงปืน เธอเดินก้าวออกมายืนข้างกวิน "ถ้าฝุ่นมันหนาจนคนอยู่หายใจไม่ออก การเปิดหน้าต่างระบายอากาศบ้าง ก็คงไม่ใช่เรื่องผิดใช่ไหมคะคุณศรุต?" คำว่า 'หน้าต่าง' ที่รินใช้ สื่อความหมายถึง 'หลักฐาน' ที่เธอเก็บรักษาไว้ในโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ถูกซ่อนอยู่ในล็อกเกอร์พนักงาน ศรุตหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยนิ่งเฉยเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างเปิดเผย "พวกคุณสองคนคงไม่รู้ตัวสินะ" ศรุตลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงสามคน "ว่าคืนนี้พวกคุณจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะในขณะที่พวกคุณกำลังเล่นบทฮีโร่อยู่นี้ ข้อมูลในระบบคลาวด์ของคอนโดได้ถูกลบไปหมดแล้ว รวมถึงประวัติการเข้าออกของคุณทั้งคู่ที่ผมจะ 'แก้ไข' ให้มันกลายเป็นการบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" กวินหน้าซีดเผือด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที หน้าจอมืดสนิทและเริ่มมีข้อความแจ้งเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นมาว่า *'ตรวจพบการบุกรุกห้องพักหมายเลข 404 โดยพนักงานรหัส 8812'* รหัสพนักงานของริน! "นี่มันอะไรกัน!" รินอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ฉันไม่ได้เข้าห้องนั้นมาสามวันแล้วนะ!" "แต่นี่คือหลักฐานที่จะส่งให้ตำรวจครับ" ศรุตยิ้มเยาะพลางหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้กวินและรินยืนอยู่ท่ามกลางสายตาของลูกบ้านที่เริ่มหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียว เสียงไซเรนจากรถตำรวจเริ่มดังแว่วมาแต่ไกลจากถนนด้านล่าง กวินมองกระจกบานเดิมที่เขาเคยเห็นเงาตัวเองแตกสลาย แต่ครั้งนี้เขามองเห็นบางสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่า... เขาเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่หน้าตึก คนคนนั้นกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมด และที่สำคัญที่สุด คนคนนั้นกำลังโบกมือให้กวินด้วยท่าทางที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ชายคนนั้นคือ 'ธนา' คนที่กวินคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ความลับของครอบครัวถูกเปิดโปงออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน กวินตัวชาวาบ ความเป็นไปได้ทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา นี่ไม่ใช่การจัดฉากของศรุตเพียงฝ่ายเดียว แต่มันคือกับดักที่เขากำลังถูกล่อให้เดินเข้าไปติดจนดิ้นไม่หลุด "รินครับ" กวินเรียกเสียงสั่นพลางจับไหล่เธอแน่น "เราต้องไปจากที่นี่... เดี๋ยวนี้" แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ก้าวเดิน ร่างของตำรวจในเครื่องแบบสี่นายก็กรูเข้ามาในล็อบบี้ พร้อมกับกุญแจมือที่เงาวับในมือของหัวหน้าชุดปฏิบัติการ "กวินและรินใช่ไหมครับ? พวกคุณทั้งคู่ถูกจับกุมในข้อหาขโมยทรัพย์สินมีค่าและบุกรุกเคหสถาน" กวินหันไปมองรินที่ยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเธอไม่ได้มีความกลัว แต่กลับมีความสงบอย่างน่าประหลาด เธอค่อยๆ ล้วงมือลงไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนแล้วดึงวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันไม่ใช่โทรศัพท์มือถือที่กวินคิด แต่เป็น 'กุญแจดอกจริง' ของห้องลับชั้นบนสุดที่เธอแอบไปขโมยมาจากห้องทำงานของศรุตตั้งแต่ตอนที่เขาเผลอ เธอกระซิบข้างหูกวินในจังหวะที่ตำรวจกำลังเข้ามาถึงตัว "ไม่ต้องห่วงนะคะ... เพราะสิ่งที่ฉันจะมอบให้พวกเขาในคืนนี้ ไม่ใช่หลักฐานที่ถูกลบไป แต่เป็นสิ่งที่เปิดโปงตึกทั้งตึกให้ราบเป็นหน้ากลอง" ทว่าทันทีที่เธอกำลังจะยื่นกุญแจนั้นให้หัวหน้าตำรวจ จู่ๆ ไฟทั้งล็อบบี้ก็ดับลงสนิทเหลือเพียงความมืดมิดที่แผ่คลุมไปทั่วอาคาร พร้อมกับเสียงปืนนัดหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากชั้นบนสุด ตามด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นของใคร ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกแห่งความสุขและความลับนี้ไปกับผมนะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%