เสียงกระดาษปึกหนากระแทกลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนราคาแพงในห้องประชุมชั้นสามสิบห้าดังสะท้อนก้อง มันไม่ใช่เสียงของการทะเลาะเบาะแว้งด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หากแต่เป็นความรุนแรงที่ถูกกลั่นกรองด้วยชุดสูทราคาแพงและรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยผลประโยชน์
"คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม กวิน ว่านี่คือหนทางที่คุณเลือก"
น้ำเสียงของประธานกรรมการบริหารแห่งกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ไม่ได้แสดงความโกรธขุ่นเคือง ตรงกันข้าม มันราบเรียบ เย็นชา และเจือด้วยความดูแคลนอย่างมิดชิด สายตาของผู้บริหารรุ่นใหญ่มองต่ำลงมาผ่านกรอบแว่นสายตา ราวกับกำลังมองมดตัวเล็กๆ ที่กำลังพยายามขวางล้อเกวียน
กวินยืนอยู่ตรงนั้น หลังตรง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อกั๊กสูท ปลายนิ้วยังคงเย็นเฉียบจากความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดหลายเดือน ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่หัวใจข้างในกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึก ใบลาออกที่วางอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือประกาศสงครามเงียบๆ ระหว่างตัวเขากับโครงสร้างอำนาจอันเน่าเฟะที่หล่อเลี้ยงตึกระฟ้าแห่งนี้มานานนับทศวรรษ
"ผมไม่ได้เลือกหนทางนี้หรอกครับท่าน... แต่พวกท่านต่างหากที่บีบให้ห้องสี่เหลี่ยมเหล่านี้กลายเป็นหลุมศพของความเป็นมนุษย์" กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีก่อนหน้านี้ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของแผนกบัญชี ชื่อของ "กวิน ธนาภัทร" บุตรชายคนเล็กผู้เพิ่งยื่นใบลาออกไป ได้กลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่สั่นคลอนเสาหลักของบริษัท ข้อมูลการทุจริตในโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง—ซึ่งเป็นโปรเจกต์เรือธงที่ใช้ล้างหนี้สินของครอบครัว—ถูกอัปโหลดขึ้นสู่ระบบคลาวด์สาธารณะโดยอัตโนมัติ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องในใจของพนักงานตัวเล็กๆ ที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบตัดกับความกดอากาศที่ต่ำลงเรื่อยๆ
ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ชั้นสิบสองของคอนโดมิเนียมหรูแห่งเดียวกัน รินกำลังใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดคราบหยดน้ำบนกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงอันกว้างไกล เบื้องล่างคือมหานครที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าเรียงรายกันราวกับแท่งปูนไร้วิญญาณ ทุกตึกล้วนมีเรื่องราว มีคราบน้ำตา และมีรอยยิ้มจอมปลอมซ่อนอยู่หลังกระจกใส
รินหยุดมือลงชั่วขณะ เธอถอนหายใจเบาๆ เมื่อนึกถึงกวิน ชายหนุ่มห้องมุมผู้เก็บตัวเงียบเชียบคนนั้น แม้ทั้งสองจะแทบไม่เคยสนทนากันเกินสามประโยค แต่วิญญาณที่โดดเดี่ยวของคนแปลกหน้ามักจะจูนเข้าหากันได้เสมอผ่านความเงียบงัน รินสัมผัสได้ถึงความพังทลายบางอย่างในแววตาของกวินทุกครั้งที่เขาเดินผ่านล็อบบี้ มันเป็นสายตาของคนที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าโดยไม่มีใครเหลียวแล
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ทำให้รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมองพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตึก สีหน้าของเขาดูตื่นตระหนกจนผิดปกติ
"คุณริน... ทางนิติบุคคลประกาศให้ทุกคนเฝ้าระวังแล้วนะครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ชั้นบนสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขึ้นมาตรวจค้นห้องพักของตึกนี้แล้ว" ร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มกล่าวด้วยลมหายใจหอบกระชั้น
รินขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ "เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ทำไมถึงต้องถึงมือตำรวจ?"
"เรื่องการฮุบที่ดินและการก่อสร้างที่ไม่ปลอดภัยของโครงการนี้... คนที่ปล่อยข่าวออกมาคือคุณกวิน ลูกชายเจ้าของบริษัทอสังหาฯ คนนั้นแหละครับ ตอนนี้บอร์ดบริหารกำลังส่งคนมาเคลียร์พื้นที่เพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด!"
หัวใจของรินกระตุกวูบ ภาพของชายหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนั้นผุดขึ้นมาในหัวทันที กวินกำลังเอาชีวิตทั้งชีวิตของตัวเองไปแลกกับความถูกต้องในเมืองหลวงที่ไร้ความปรานีแห่งนี้
ตัดกลับมาที่ห้องประชุมชั้นสามสิบห้า รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของประธานกรรมการบริหารจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล
"เธอคิดว่าการทำลายบริษัทของพ่อตัวเอง แล้วเธอก작รอดไปได้คนเดียวอย่างนั้นหรือ กวิน?" ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือไปด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "แกมันก็แค่ไอ้ขี้แพ้คนหนึ่งที่ไม่มีวันหนีเงาของตระกูลนี้พ้นหรอก!"
กวินไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำดูถูกนั้น เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่เด็ดเดี่ยวเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
"ผมอาจจะหนีเงาของตระกูลนี้ไม่พ้น... แต่ผมเลือกได้ครับว่า ผมจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของตึกระฟ้าที่สร้างขึ้นบนคราบน้ำตาของคนอื่นอีกต่อไป"
กวินหันหลังให้ผู้เป็นพ่อ เตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมเพื่อเผชิญหน้ากับโลกกว้างที่เขาไม่เคยรู้จัก ทว่า ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับบานประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ร่างของชายชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้ทั้งหมด และคนที่เดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือทนายความส่วนตัวของตระกูลผู้กุมความลับดำมืดทั้งหมดไว้ ในมือของเขาถือหมายศาลฉุกเฉินพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีแดงเพลิงที่ระบุข้อหาหนักหนาเกินกว่าที่กวินจะคาดคิด!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงาตึกระฟ้าแห่งนี้ไปด้วยกันนะครับ
เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 43
ภาพสะท้อนแห่งความเห็นแก่ตัว
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!