เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 51

แสงสุดท้ายของความมืด

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าคุณคิดว่าลายเซ็นบนกระดาษแผ่นนี้จะปกป้องพวกคุณจากความจริงได้ตลอดไปละก็... คุณกำลังประเมินอำนาจของความถูกต้องต่ำเกินไปครับ" เสียงทุ้มต่ำของทนายความหนุ่มที่กวินว่าจ้างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมของนิติบุคคล บรรยากาศภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของเอกสารเก่าและเหงื่อเย็นๆ ที่ซึมออกมาจากขมับของประธานนิติบุคคลผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จมานานปี ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงพยายามจัดเนคไทเพื่อกลบเกลื่อนอาการสั่นเทาของมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไม้สักตัวใหญ่ กวินนั่งอยู่ตรงข้ามเขา เขาสังเกตเห็นจุดหนึ่งบนใบหน้าของประธานนิติบุคคล เป็นรอยกระตุกที่มุมปาก—ร่องรอยของความพ่ายแพ้ที่พยายามจะถูกฝังกลบภายใต้หน้ากากของความหยิ่งยโส "กฎหมายมันก็แค่ตัวหนังสือที่คนมีเงินเขียนขึ้นมาหรอกครับคุณกวิน" ประธานนิติบุคคลแค่นหัวเราะพยายามรักษาฟอร์ม "ที่นี่คืออาณาจักรของผม และคนอย่างคุณก็เป็นแค่ฟันเฟืองตัวเล็กๆ ที่วันหนึ่งก็ต้องสึกกร่อนไปตามกาลเวลา อย่าได้พยายามเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงเลย มันเสียเวลาเปล่า" กวินไม่ได้โต้ตอบทันที เขายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่คู่สนทนา แต่มองทะลุออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่นั่น... แสงสีส้มจางๆ ของยามเย็นกำลังทอดตัวลงบนยอดตึกระฟ้าข้างเคียง กวินนึกถึงคำพูดของรินเมื่อเช้านี้ ก่อนที่เธอจะก้มลงถูพื้นทางเดินด้วยความมุ่งมั่น เธอเคยบอกเขาว่า 'ตึกที่สูงที่สุด ไม่ได้แปลว่ารากฐานจะหยั่งลึกที่สุดหรอกค่ะคุณกวิน บางครั้งการพังทลายก็เริ่มจากอิฐแค่ก้อนเดียวที่วางผิดที่' "คุณพูดถูกครับ" กวินวางแก้วน้ำลง เสียงกระทบโต๊ะดัง 'กริ๊ก' อย่างหนักแน่น "ที่นี่คืออาณาจักรของคุณ แต่มันไม่ใช่ที่พักพิงของพวกเรา... เอกสารในแฟ้มสีน้ำเงินเล่มนั้น ไม่ใช่แค่กระดาษครับ แต่มันคือเส้นทางการเงินที่ถูกส่งตรงมาจากธนาคารกลาง และมันชัดเจนพอที่จะทำให้เก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่ กลายเป็นที่นั่งที่ร้อนที่สุดในกรุงเทพฯ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งจนแทบจะหยุดลมหายใจ คนในชุดสูทที่ยืนล้อมรอบประธานนิติบุคคลเริ่มขยับตัวด้วยความกระวนกระวาย สายตาของพวกเขาสอดประสานกันด้วยความหวาดระแวง ความจงรักภักดีที่เคยถูกซื้อด้วยเงินและอำนาจเริ่มปริแตกเหมือนรอยร้าวบนผนังคอนกรีต รินซึ่งยืนหลบมุมอยู่หลังประตูทางเข้าห้องโถง สังเกตเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านช่องว่าง เธอไม่ได้แค่ทำความสะอาดพื้น แต่อยู่ที่นี่เพื่อเป็นพยานให้แก่ความเงียบที่กวินต่อสู้มาตลอด 51 ตอน... เธอเห็นสายตาของกวินที่เปลี่ยนไป เขาไม่ใช่ชายหนุ่มผู้โดดเดี่ยวที่หลบซ่อนความคาดหวังของครอบครัวอีกต่อไป แต่เขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่พร้อมจะเปิดเผยความเน่าเฟะของเมืองที่เขารักและเกลียดในเวลาเดียวกัน "คุณจะเอาอย่างไรต่อไปครับ?" ทนายความของกวินถามขึ้น ทำลายความเงียบ "จะให้ผมแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนนี้ หรือจะให้โอกาสพวกเขาได้เก็บข้าวของเองก่อนที่หมายศาลฉบับจริงจะมาถึง?" ประธานนิติบุคคลลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น เขามองไปรอบห้องด้วยสายตาที่ไร้จุดหมาย เหมือนคนตาบอดที่เพิ่งมองเห็นแสงสว่างในตอนที่ไม่มีอะไรเหลือให้กอบโกยแล้ว "พวกคุณทำลายทุกอย่าง..." เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ทำลายความสงบสุขที่พวกคุณเรียกว่าบ้าน" "ความสงบสุขที่แลกมาด้วยการกดขี่... ไม่เรียกบ้านหรอกครับ" กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบขาด "มันคือคุก และถึงเวลาที่นักโทษทุกคนจะได้ก้าวออกมาเสียที" กวินเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่หันกลับไปมองความพินาศที่เขาสร้างขึ้น เขาเดินผ่านโถงทางเดินที่คุ้นเคย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์ตัวเดิมที่เขามักจะใช้ยืนลำพัง รินเดินตามเขาออกมา เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยื่นผ้าสะอาดผืนหนึ่งให้เขา มือของเขาสั่นเล็กน้อยจากการสะสมความตึงเครียดมาทั้งวัน "เราชนะแล้วใช่ไหมครับริน?" กวินเอ่ยถามด้วยเสียงที่แผ่วเบา "ชัยชนะมักจะมาพร้อมกับน้ำตาเสมอค่ะคุณกวิน" รินตอบพลางมองขึ้นไปบนเพดานที่หม่นแสง "แต่ลองมองดูสิคะ แสงสุดท้ายของวันนี้กำลังจะลับตาไป แต่นั่นก็หมายความว่าพรุ่งนี้... พระอาทิตย์จะขึ้นใหม่ในที่ที่สว่างกว่าเดิม" ขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านหลัง ไม่ใช่เสียงของยามที่พวกเขาคุ้นเคย แต่เป็นเสียงของรองเท้าหนังขัดมันที่เร่งรีบและดุดัน กวินชะงัก ประตูลิฟต์หยุดค้างไว้ครึ่งหนึ่งก่อนจะเปิดออกอีกครั้ง ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนก้าวเข้ามาในลิฟต์ เขามองกวินด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนมือของกวิน "คุณกวินครับ... มีคนฝากมาบอกว่า สิ่งที่คุณทำน่ะมันดีแล้ว แต่มันไปขัดขาคนที่ใหญ่กว่าประธานนิติบุคคลคนนี้มากครับ" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "และคนที่เขาส่งผมมาเตือน... เขาไม่ใช่คนที่ชอบรอคำตอบจากศาลเสียด้วยสิ" กวินก้มลงมองซองเอกสารในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนแปลกหน้าที่ยิ้มอย่างน่าสยดสยอง ประตูกำลังจะปิดลงอีกครั้ง และทันใดนั้น... ไฟในลิฟต์ก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับสติสัมปชัญญะของเขาไว้จนสิ้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของคนแปลกหน้ากลุ่มนี้ในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาตึกระฟ้ากับน้ำตาของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%