ฮีลเลอร์แรงก์ขยะ: กระชากหน้ากากจักรพรรดิเทพในดันเจี้ยน•ตอนที่ 5

คนรู้จักที่ทำเป็นจำไม่ได้

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
"ยินดีต้อนรับครับ... แขกผู้ทรงเกียรติทั้งสามท่าน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองวีไอพีระดับท็อปของภัตตาคารลอยฟ้า *‘เซเลสเทียล ไพรม์’* สถานที่ซึ่งคนระดับรากหญ้าไม่มีวันแม้แต่จะได้ยินชื่อ แสงไฟคริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีของชายหนุ่มผู้สวมแว่นตากลมกรอบสีเงิน คณินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท สายตาคู่คมกริบมองลอดเลนส์แว่นไปยังสามชีวิตที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบ "แกเป็นใครวะ? แล้วรู้ได้ยังไงว่าพวกเราจะมาที่นี่?" สุรศักดิ์ สมาชิกแถวหน้าของกิลด์มังกรฟ้าผู้มีใบหน้าบึ้งตึงและกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ สบถออกมาอย่างหัวเสีย เขายังคงติดนิสัยหงุดหงิดง่ายเวลาเจอคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายดูเหนือกว่าด้วยเครื่องแต่งกายและบรรยากาศรอบตัวที่ชวนให้อึดอัด ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อเพื่อข่มขวัญตามสไตล์อันธพาลในคราบฮันเตอร์ ทว่า... *ปัง!* เสียงตบโต๊ะเบาๆ แต่กังวานลั่นห้องจากหญิงสาวข้างกายคณิน ทำให้สุรศักดิ์ต้องชะงักฝ่ามือ รินรดา ฮันเตอร์สาวแรงก์ S ผู้ซ่อนเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสสีแดงเพลิง ปรายตามองฮันเตอร์รุ่นพี่ด้วยแววตารังเกียจราวกับกำลังมองแมลงสาบสกปรก เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน "ระวังมือหยาบๆ ของคุณไว้หน่อยจะดีกว่านะครับ คุณสุรศักดิ์... รู้จักเจียมตัวเสียบ้างว่าตอนนี้ยืนอยู่บนพื้นที่ของใคร" "รินรดา! เธอมาทำบ้าอะไรที่นี่? แล้วไอ้เวรนี่มันเป็นใคร ทำไมเธอถึงมานั่งอยู่กับมัน!" คทาวุธ หัวหน้าหน่วยจู่โจมลำดับที่สามของกิลด์มังกรฟ้า ซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง ก้าวออกมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหึงหวง เขารู้จักกิตติศัพท์ของรินรดาดี หญิงสาวผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาดูลูกผู้ชายคนไหน ทำไมวันนี้ถึงมานั่งไขว่ห้างเคียงคู่กับชายแปลกหน้าที่พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนในแวดวงไฮโซหรือกิลด์ใหญ่ คณินไม่ได้ขยับตัวหนี เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนตักอย่างใจเย็น ปล่อยให้ความกดดันภายในห้องค่อยๆ บีบอัดอากาศจนหายใจลำบาก ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีเงินกวาดมองใบหน้าของอดีตเพื่อนร่วมทีมที่เคยเหยียบย่ำเขาอย่างสนุกสนานเมื่อหลายเดือนก่อน—ใบหน้าที่ตอนนี้เริ่มซีดเผือดลงทีละน้อยเมื่อสมองเริ่มประมวลผลบางอย่างได้ ภาพของเด็กหนุ่มผู้รักษาแผลจนมือไม้สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า... ภาพของฮีลเลอร์แรงก์ขยะที่ถูกถีบส่งออกจากปาร์ตี้ราวกับเศษขยะไร้ค่า... ภาพที่พวกเขาหัวเราะเยาะเย้ยในวันที่คณินถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับบอสตามลำพัง ทุกภาพซ้อนทับกับชายหนุ่มผู้ทรงอำนาจที่นั่งอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ "จำไม่ได้จริงๆ หรือครับ..." คณินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนหัวใจของคนฟัง "คนที่เราเคยร่วมล่าด้วยกัน... คนที่พวกคุณเคยสั่งให้แบกสัมภาระหนักอึ้งจนหลังแอ่น และห้ามแม้แต่จะกินน้ำร่วมถังเดียวกับพวกคุณ" สุรศักดิ์ชะงักกึก ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากอ้าค้าง พยายามเพ่งมองใบหน้านั้นใหม่อีกครั้ง รอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับซ้าย รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ และแววตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นคู่นั้น... "คะ... คณิน? เป็นไปไม่ได้! แกมันก็แค่ฮีลเลอร์เศษสวะที่น่าจะตายในดันเจี้ยนระดับ S ไปแล้วไม่ใช่เรอะ!" สุรศักดิ์ตะโกนลั่น เสียงของเขาเริ่มสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล "ตายเหรอครับ? น่าเสียดายจังที่ความคาดหวังของพวกคุณมันต่ำเกินไป" คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ฟังดูน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามของมอนสเตอร์ "ดันเจี้ยนระดับ S ที่พวกคุณหวาดกลัวนักหนา... สำหรับผมแล้ว มันก็เป็นแค่สถานที่ฟาร์มเลเวลชั้นดีที่ทำให้ผมได้พบกับ 'ระบบ' ที่แท้จริงต่างหากล่ะครับ" คทาวุธหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปชนผนังห้องโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำเกี่ยวกับความโหดร้ายที่พวกเขากระทำต่อคณินไหลทะลักกลับเข้ามาในหัว หากอีกฝ่ายรอดมาได้แถมยังครอบครองพลังระดับนี้... ชีวิตของพวกเขาในกิลด์มังกรฟ้าคงจบสิ้นแล้ว! "แก... แกต้องการอะไร เงินเหรอ? หรืออำนาจ? พวกเราคุยกันได้นะคณิน... เราเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกันไม่ใช่เหรอวะ!" คทาวุธเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ความหยิ่งยโสหายวับไปกับตา เหลือเพียงชายขี้ขลาดตาขาวที่พยายามเกาะชายผ้าอีกฝ่ายเพื่อเอาชีวิตรอด "เพื่อนร่วมทีม?" คณินทวนคำนั้นช้าๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นในชั่วพริบตา "วันที่พวกคุณหักหลังผม โยนผมให้หมาป่าความมืดฉีกร่างทั้งเป็น... พวกคุณเคยจำคำว่าเพื่อนร่วมทีมได้ไหมครับ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินไปหยิบเอกสารแฟ้มหนังสีดำสนิทขึ้นมาจากโต๊ะด้านข้าง ก่อนจะโยนมันลงไปตรงหน้าของทั้งสามคน เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังสนิท สะท้อนก้องในความเงียบ "นี่คือเอกสารสิทธิ์การถือครองหนี้สินทั้งหมดของกิลด์มังกรฟ้า... และในวินาทีนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของพวกคุณก็คือคนที่พวกคุณเคยเรียกว่า 'ฮีลเลอร์ขยะ' คนนี้นี่แหละครับ" รินรดาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ คณินลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มจัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อยอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวสุรศักดิ์ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เขาก้มลงกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ "เกมการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ... เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการชดใช้ เพราะสิ่งที่พวกคุณต้องจ่ายคืน มันไม่ใช่แค่เงินทอง... แต่มันคือลมหายใจของพวกคุณเอง" คณินหันหลังกลับอย่างไม่ใยดี เขาส่งสัญญาณมือให้รินรดา ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ของตระกูลผู้สนับสนุนระดับสูงก็บินมาจอดนิ่งสนิทบนลานจอดดาดฟ้าภัตตาคาร แรงลมจากการพัดของใบพัดตีระรอกหน้าต่างกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น แสงไฟสปอตไลท์สีขาวส่องตรงลงมายังเบื้องล่าง ขณะที่ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยส่วนตัวนับสิบชีวิตในชุดสูทดำยืนรอรับนายเหนือหัว คณินก้าวเดินออกไปอย่างไร้ความลังเล ทิ้งให้สามสมาชิกกิลด์มังกรฟ้าคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ร่างของพวกเขาสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำเมื่อตระหนักได้ว่า ขุมอำนาจที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้นคือนรกบนดินที่ไม่มีทางหนีพ้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์แรงก์ขยะ: กระชากหน้ากากจักรพรรดิเทพในดันเจี้ยน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%