ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 27

บททดสอบความเชื่อ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ถ้าความจริงที่คุณเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต... มันกำลังจะถูกฉีกกระชากออกด้วยความตายล่ะครับสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำของศิลาก้องกังวานอยู่ในความมืดมิดของห้องเก็บวัตถุพยาน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสารเคมีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นธูปจางๆ ที่ลอยมาจากเครื่องรางในมือของร่างทรงหนุ่ม ร.ต.อ.ธันวา ยืนนิ่งสนิท มือหนากำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว แววตาของนายตำรวจหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ฉายแววไหวระริกเป็นครั้งแรก เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพถ่ายในสำนวนคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน—คดีที่พรากครอบครัวไปจากอ้อมแขนของเขา ภาพรอยยิ้มของมารดาและน้องสาวที่ถูกบิดเบี้ยวด้วยความเชื่อเรื่องพิธีกรรมไสยเวทมืดมน ในตอนนั้นธันวาเลือกที่จะปิดตายความทรงจำและปฏิเสธทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ เพื่อปกป้องหัวใจที่แตกสลายของตนเอง ทว่าในวินาทีนี้ ศิลาไม่ได้กำลังนำเสนอทฤษฎีทางคดี แต่กำลังเปิดประตูบานที่ธันวาหวาดกลัวที่สุดในชีวิต "ผมไม่ได้มาเพื่อลบล้างความเชื่อของคุณนะฃรับสารวัตร..." ศิลาขยับแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉายวับวาบ "แต่ผมมาเพื่อให้คุณเผชิญหน้ากับมัน... เพราะเงาที่คุณวิ่งหนีมาตลอดสิบปี แท้จริงแล้วมันกำลังรอให้คุณหันกลับไปมองต่างหาก" ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะทางกฎหมายและหลักฐานฟิสิกส์กำลังปั่นป่วน ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เสียงกรีดร้องในคืนพิธีกรรม ความมืดมิดที่กลืนกินบ้านทั้งหลัง และความรู้สึกไร้พลังที่เขาเกลียดชังที่สุด "คุณจะให้ผมมองอะไร ศิลา... มองความงمงายที่ฆ่าครอบครัวผมอย่างนั้นหรือ?" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องมองคู่สนทนาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ลึกๆ แล้วมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้นอย่างมิดชิด ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูเหล็กหนาของห้องเก็บวัตถุพยานก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่สะท้อนก้องทางเดิน หมวดพิชชาพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเธอนวลเนียนแต่ซีดเผือด มือเรียวถือแท็บเล็ตเครื่องเก่งที่มีกราฟสัญญาณบางอย่างพุ่งสูงผิดปกติ "สารวัตร! ศิลา! แย่แล้วครับ..." พิชชาหอบหายใจถี่รัว สายตาสลับมองคนทั้งสองด้วยความตื่นตระหนก "ผลการวิเคราะห์สารเคมีจากศพเหยื่อรายล่าสุด... มันไม่ใช่พิษจากพืชหรือสารเคมีในโรงงานอย่างที่เราสันนิษฐานตอนแรก แต่โครงสร้างโมเลกุลของมันตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์กับ... กับตัวอย่างเลือดในคดีของครอบครัวคุณเมื่อสิบปีก่อน!" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวารู้สึกเหมือนมีค้อนขนาดใหญ่ทุบลงกลางศีรษะ ข้อมูลใหม่นี้ได้ทำลายกำแพงตรรกะที่เขาสร้างขึ้นมาคุ้ม กันจิตใจตลอดทศวรรษลงจนย่อยยับ คดีที่เขาคิดว่าเป็นเพียงโศกนาฏกรรมจากความงмงายส่วนบุคคล แท้จริงแล้วมันคือ 'การฆาตกรรม' ที่มีเบื้องหลังอันดำมืดเชื่อมโยงมาถึงปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุด... คนร้ายกำลังท้าทายเขา ศิลาหันไปสบตากับหมวดพิชชาพยักหน้ารับรู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ทั้งสองคนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การไขคดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็น 'บททดสอบจิตวิญญาณ' ครั้งใหญ่ที่สุดของร้อยตำรวจเอกธันวา ผู้ชายที่ปฏิเสธโลกแห่งจิตวิญญาณมาตลอดกาล "สารวัตรครับ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น มือเรียวยื่นแผ่นกระดาษบันทึกคำให้การเก่าๆ ที่เปื้อนฝุ่นให้แก่ธันวา "คุณจะเลือกหลับตาแล้ววิ่งหนีความจริงต่อไป... หรือจะลืมตาขึ้นแล้วก้าวข้ามความกลัวที่สุดในชีวิตไปพร้อมกับพวกเราในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมตัวจริง?" ธันวานิ่งงัน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไปสัมผัสกระดาษแผ่นนั้น ภาพในอดีตกับความจริงในปัจจุบันซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก เขาสูดหายใจเข้าลึก ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนแผ่นกระดาษนั้นเอง ไฟฉุกเฉินสีแดงทั่วทั้งตึกกองปราบก็กะพริบพรืดพร้อมกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว และที่น่าขนลุกที่สุดคือ... เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงที่ตายไปแล้วนับสิบปี ดังลอดออกมาจากเครื่องวิทยุสื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาเอง! "ธันวา... ลูกแม่... กลับมาหาแม่สฃรับ..." ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตอนนี้ด้วยกันนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%