ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส•ตอนที่ 16

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษคดีเก่าในแฟ้มคดีหมายเลข 089 คละคลุ้งผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติบนโต๊ะทำงาน ร.ต.อ. ธันวา ไม่ได้ใส่ใจจะหยิบมันขึ้นมาจิบซ้ำ เขายังคงจ้องมองกระดานไวท์บอร์ดตรงหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยเส้นด้ายสีแดงโยงใยเชื่อมโยงระหว่างเบาะแสฆาตกรรมปริศนากับรอยสักยันต์โบราณ ข้อมูลเชิงประจักษ์ทางนิติวิทยาศาสตร์จากหมวดพิชชาบอกไว้อย่างชัดเจนว่า เหยื่อเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีสารพิษในกระแสเลือด แต่ทว่า... สภาพสีหน้าของศพกลับบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับถูกลากลงไปเผชิญหน้ากับขุมนรกทั้งเป็นก่อนลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง "ตรรกะทางวิทยาศาสตร์อธิบายรอยย่นบนกล้ามเนื้อใบหน้าเหล่านั้นไม่ได้ใช่ไหมครับ หมอธันวา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง ศิลากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ แผ่นหลังพิงพนัก หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่อธิบายความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นมาระหว่างคนทั้งคู่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดวงตาที่สามของร่างทรงหนุ่มคนนี้ไม่ได้เปิดออก แต่วิญญาณรอบตัวกลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ผิดปกติ มันไม่ใช่พลังอาคมดุร้าย แต่มันคือคลื่นความกังวลที่สะท้อนมาจากก้นบึ้งจิตใจของธันวาเอง ธันวาละสายตาจากกระดานไวท์บอร์ด เขาหันมามองเพื่อนร่วมงานต่างขั้ว ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นข้อศอก ถอนหายใจยาวเหยียดเพื่อระบายความอึดอัด "ผมพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับทุกคดีที่คุณพูดถึงนะ ศิลา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความเหนื่อยล้า "ผมโตมากับความเชื่อที่ว่า โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเหตุและผล กฎหมายและหลักฐานคือสิ่งเดียวที่ตำรวจอย่างผมควรยึดถือ แต่ทุกครั้งที่เราก้าวเข้าสู่ที่เกิดเหตุ... กำแพงตรรกะที่ผมสร้างไว้มันมักจะพังทลายลงเพราะคำว่า 'วิญญาณ' ของคุณเสมอ" ศิลาลืมตาขึ้น ช้าๆ นัยน์ตาสนิมเหล็กคู่นั้นสะท้อนภาพของนายตำรวจหนุ่มผู้ดื้อรั้น ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงานกำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบงันนี้ ศิลาเข้าใจปมในอดีตของธันวาดี เหตุการณ์ไฟไหม้ที่พรากครอบครัวไปต่อหน้าต่อตาในพิธีกรรมความเชื่อที่งมงาย คือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย และนั่นคือเหตุผลที่ธันวาปฏิเสธโลกเร้นลับด้วยหัวใจที่ปิดตาย "คุณกลัวอะไรกันแน่ครับ ธันวา..." ศิลาเอ่ยถาม เสียงนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับทรงพลังจนทำให้มือของนายตำรวจหนุ่มที่กำลังถือปากกาไวท์บอร์ดชะงักงัน "กลัวว่าสิ่งที่คุณสัมผัสไม่ได้มันจะมีจริง หรือ... กลัวว่าลึกๆ แล้ว คุณเริ่มเชื่อใจผมมากกว่าหลักฐานในมือกันแน่" คำถามนั้นราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ มันไม่ใช่การยั่วโมโห แต่เป็นการทิ่มแทงเข้าตรงกลางความรู้สึกที่ทั้งคู่ต่างพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีใครมองทะลุเกราะป้องกันอันแข็ง ศาสตราความเย็นชาที่เขาใช้ห่อหุ้มตัวเองมาเนิ่นนานถูกกะเทาะออกทีละน้อยโดยร่างทรงหนุ่มผู้นี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขามันก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง "นายตำรวจผู้ไร้สัมผัส" กับ "ร่างทรงผู้แบกรับอดีต" ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครให้คำตอบได้ รู้ตัวอีกที... ในยามที่เผชิญหน้ากับความมืดมิดและวิญญาณอาฆาต มือคู่นี้ก็มักจะมองหาไอร้อนจากอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว "ผมเป็นตำรวจ..." ธันวาตอบเสียงแหบพร่า หลบสายตาคมกริบนั้นไปมองกาแฟที่เย็นชืด "หน้าที่ของผมคือการปกป้องคนเป็น ไม่ใช่การทำความเข้าใจกับคนตาย และคุณ... ศิลา คุณเองก็ควรจะถอยห่างจากอันตรายเหล่านี้ด้วยซ้ำ การแบกรับภาระทางจิตวิญญาณมันทำลายชีวิตคุณทีละนิด ผมเห็นมัน..." "แล้วชีวิตผมจะมีค่าอะไร ถ้าในวันสุดท้ายผมต้องยืนมองคุณเดินเข้าไปในความมืดโดยไม่มีใครคอยดึงกลับมาล่ะครับ?" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ ไออุ่นจากร่างกายของศิลาปะทะเข้ากับความเย็นชาที่ธันวาสร้างขึ้น บรรยากาศในห้องสืบสวนแคบๆ กลับอัดแน่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมใดๆ ที่พวกเขาเคยคลี่คลายร่วมกัน ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาของร่างทรงไม่ได้มีความหวาดกลัว มีเพียงความแน่วแน่และความห่วงใยที่บริสุทธิ์จนน่าใจหาย ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอกข้างซ้าย มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความรำคาญ แต่เป็นความอบอุ่นที่เกือบจะทำให้เขาร้องไห้—ความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมาตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป "ศิลา..." ธันวาครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับสติสัมปชัญญะกำลังถูกดึงรั้งด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่าง ก่อนที่บทสนทนาอันลึกซึ้งจะก้าวล่วงไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศราวกับมีใครตั้งใจขัดจังหวะ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมข้อความแจ้งเตือนจากระบบศูนย์วิทยุตำรวจ และพิกัด GPS ล่าสุดที่ถูกส่งตรงมาจากหมวดพิชชา *[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบคลื่นพลังงานความร้อนสูงผิดปกติ บริเวณอาคารร้างเขตพุทธบูชา และสัญญาณชีพของ ร.ต.อ. พิชชา ขาดหายไปในพื้นที่เสี่ยงระดับ SSS]* ธันวาผุดลุกขึ้นทันที ความลังเลเมื่อครู่ถูกปัดเป่าหายไปด้วยสัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เขากวาดสายตามองหน้าศิลาโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ความเข้าใจอันเงียบงันระหว่างพวกเขากลับแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม ทว่า... ในวินาทีที่ศิลาเอื้อมมือไปหยิบเสื้อโค้ต แสงไฟนีออนบนเพดานห้องสืบสวนก็กะพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นธูปโบราณที่ไม่รู้ที่มาลอยคละคลุ้งเข้ามาแทนที่กลิ่นกาแฟ และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงของตำรวจในโรงพัก แต่เป็นเสียงโซ่ตรวนที่ลากไปกับพื้นปูนอย่างน่าสยดสยอง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของตอนนี้ด้วยกันนะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงพยากรณ์กับนายตำรวจผู้ไร้สัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%