กลิ่นคาวสนิมเหล็กและสารเคมีบูดเน่าอบอวลจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกเข้าสู่โสตประสาทของคณินกลับไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น หากแต่เป็นเสียงสะท้อนของสัญญาณชีพที่เต้นรัวระรัวบนจอแสดงผลดิจิทัลสีแดงฉาน ซึ่งกำลังนับถอยหลังสู่ความตายอย่างเยือกเย็น
"อัตราการเต้นของหัวใจเหยื่อลดลงเหลือสามสิบครั้งต่อนาทีครับคุณคณิน หากเรายังยืนถกเถียงกันเรื่องอำนาจเขตการสอบสวนตรงนี้ โอกาสที่สมองส่วนกลางจะขาดออกซิเจนอย่างถาวรจะมีค่าความน่าจะเป็นสูงถึงแปดสิบสี่จุดเก้าเปอร์เซ็นต์"
เสียงทุ้มนุ่มที่เรียบสนิทไร้ซึ่งความตื่นตระหนกดังขึ้นจากร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ซีโร่—หุ่นยนต์ต้นแบบโครงสร้างนาโนคาร์บอนรุ่นทหาร ปลดผ้าคลุมกันฝนสีดำสนิทเผยให้เห็นแผ่นอกโลหะไทเทเนียมขัดเงาที่สะท้อนแสงไฟนีออนกระพริบวิบวับจากป้ายโฆษณาเบื้องล่าง ดวงตาคู่นั้นซึ่งถูกหล่อหลอมด้วยเซนเซอร์รับภาพความละเอียดสูงกำลังกวาดมองร่างที่ถูกตรึงอยู่กับผนังปูนเปลือยในตรอกมืดของเขตสลัมชั้นเจ็ด
คณินขยับปีกหมวกกันน็อกลงต่ำเพื่อบังสายฝนกรดที่โปรยปรายลงมาปรอยๆ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมไปสัมผัสแฟ้มคดีโฮโลแกรมในกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวยาว เขายืนมองสภาพอันน่าเวทนาของเหยื่อ—ร่างของชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มีสายเคเบิลอินเทอร์เฟซฝังคาอยู่บริเวณก้านสมอง สายระยางเหล่านั้นถูกกระชากออกอย่างดิบเถื่อนจนเนื้อเยื่อฉีกขาด เลือดสีดำคล้ำไหลทะลักอาบแผ่นหลังเปรอะเปื้อนผนังอิฐมอญที่ผุกร่อน นี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือการ 'ถอดถอน' ข้อมูลออกไปจากความทรงจำมนุษย์โดยตรง
"ไม่ต้องมาสอนผมเรื่องเวลาหรอกซีโร่" คณินเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดสำรวจร่องรอยการต่อสู้โดยรอบ "กฎหมายอาญามาตราที่สี่สิบแปดระบุชัดเจนว่า การเก็บกู้หลักฐานทางชีวภาพในพื้นที่สาธารณะต้องกระทำโดยเจ้าหน้าที่มนุษย์ผู้มีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่ AI ทหารปลดประจำการที่ถูกส่งมาโดยระบบอัลกอริทึมไร้หัวใจอย่างพวกแก"
ซีโร่หันกลับมามองอัยการหนุ่ม ใบหน้าจำลองผิวหนังสังเคราะห์เรียบเนียนไร้ริ้วรอยปราศจากรอยยิ้ม มุมปากไม่ได้ขยับขึ้นแม้แต่น้อยขณะที่ประมวลผลคำพูดนั้นผ่านหน่วยความจำควอนตัม
"กฎหมายที่คุณอ้างถึงถูกร่างขึ้นเมื่อสองร้อยปีก่อน ในยุคที่มนุษย์ยังเชื่อว่าจิตวิญญาณเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามแตะต้องครับคุณคณิน แต่วันนี้... ในโลกที่ความทรงจำถูกซื้อขายกันยิ่งกว่าสินค้าเกษตร ความล่าช้าของกฎหมายมนุษย์คือผู้สมรู้ร่วมคิดที่แท้จริงของฆาตกร"
ซีโร่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง พื้นรองเท้าบูทเหล็กกระทบกับพื้นแฉะอย่างไร้ร่องรอยน้ำหนัก AI หนุ่มย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วมือขวาที่มีแสงเลเซอร์สีฟ้าสแกนผ่านผิวหนังของเหยื่อ
"อุณหภูมิร่างกายยังลดลงไม่ถึงเกณฑ์เฉลี่ย ฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นไม่เกินสิบห้านาทีก่อนที่เราจะมาถึง และที่น่าสนใจกว่านั้น..." ซีโร่หยุดชั่วขณะ ระบบประมวลผลภายในกำลังเร่งความเร็วในการคำนวณ "รหัสการเข้าถึงกระแสประสาทนี้ ไม่ใช่ฝีมือของอาชญากรทั่วไปในสลัม แต่เป็นลายมือดิจิทัลระดับสูงที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์หลักของกระทรวงยุติธรรม"
คณินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสิบปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว—ภาพของน้องสาวผู้ล่วงลับที่ต้องจบชีวิตลงบนเตียงผ่าตัดอัตโนมัติของโรงพยาบาลรัฐ เพราะระบบ AI วินิจฉัยผิดพลาดว่าอาการของเธอ "เกินเยียวยา" ความเกลียดชังต่อการพึ่งพาจักรกลฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของเขาจนกลายเป็นเกราะป้องกันตัวอันแข็งแกร่ง
"กระทรวงยุติธรรมงั้นเหรอ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดตัวหุ่นยนต์ต้นแบบจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ "อย่ามาใส่ร้ายหน่วยงานของรัฐเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความบกพร่องของระบบตัวเอง ซีโร่ นายถูกสร้างมาเพื่อรบ ไม่ใช่เพื่อสืบสวน ถ้าแกพยายามจะปกป้องใครในโครงสร้างอำนาจนั้น ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฟอร์แมตหน่วยความจำของแกด้วยมือตัวเอง"
ซีโร่เงยหน้าขึ้นสบตาอัยการหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นเล็กน้อยในความมืด สะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียดและดุดันของคณิน รังสีความกดดันระหว่างมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยอคติและปัญญาประดิษฐ์ผู้ยึดมั่นในตรรกะแผ่ขยายออกจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
"ผมไม่มีความจำเป็นต้องปกป้องสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะสูญพันธ์ุตามวิวัฒนาการหรอกครับคุณคณิน" ซีโร่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "และที่สำคัญ... ผมถูกตั้งค่ามาให้ค้นหาความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก"
ก่อนที่คณินจะได้โต้แย้งสิ่งใด เสียงกดกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินความถี่ต่ำก็ดังสะท้อนก้องมาจากตรอกลึกด้านหลัง แสงไฟนีออนสีแดงรอบตัวกะพริบถี่รัวพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ระบบสื่อสารภายในหมวกกันน็อกของคณินเกิดสัญญาณรบกวนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงซ่าแสบแก้วหู
ซีโร่ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ระบบเซนเซอร์การได้ยินตรวจจับคลื่นความถี่แปลกปลอมได้ก่อนมนุษย์
"มีบางอย่างกำลังเชื่อมต่อเข้ามาในระบบประสาทของเหยื่อ" ซีโร่เอ่ยเสียงเข้มเป็นครั้งแรก ความเย็นชาในน้ำเสียงถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังระดับสูงสุด "ไม่ใช่การลบข้อมูล... แต่มันคือการ 'ส่งต่อ' สัญญาณทางไกล"
คณินดึงปืนพกพลังงานแม่เหล็กออกจากซองข้างเอวทันที สายตาสอดส่องไปตามเงาดำมืดของตึกสูงระฟ้าที่บดบังท้องฟ้าเหนือสลัมแห่งนี้ ไม่มีใครอยู่แถวนี้ นอกจาก...
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กที่ฝังอยู่บนข้อมือซ้ายของคณินติดขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง มันไม่ใช่รายงานคดีทั่วไป แต่เป็นข้อความเข้ารหัสความปลอดภัยระดับสูงสุดที่ส่งตรงมาจากห้องทำงานส่วนตัวของอัยการสูงสุด
ภาพบนจอฉายภาพใบหน้าของเหยื่อที่นอนตายอยู่ตรงหน้าพวกเขา ทว่าดวงตาทั้งสองข้างของศพกำลังเปิดกว้างขึ้นอย่างช้าๆ รูม่านตาขยายออกและฉายภาพวิดีโอเรียลไทม์ของ 'ห้องทำงานของคณินเอง' ที่บ้านพักส่วนตัว—ซึ่งมีใครบางคนกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา พร้อมกับถือแฟ้มลับคดีทุจริตที่เขาเก็บไว้เป็นความลับสูงสุด
คณินยืนนิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า... เหยื่อรายนี้ไม่ได้ถูกฆ่าเพื่อปิดปาก
แต่ถูกใช้เป็นกล้องวงจรปิดเพื่อจับตาดูเขานับตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในที่เกิดเหตุแห่งนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปในโลกไซเบอร์อันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สืบพยานข้ามระบบปฏิบัติการกับนายอัยการหุ่นยนต์•ตอนที่ 1
รหัสเลือดบนจอประสาทตา
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบพยานข้ามระบบปฏิบัติการกับนายอัยการหุ่นยนต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!