ประกายไฟสีฟ้าครามจากการลัดวงจรของพอร์ตเชื่อมต่อระบบประสาทสาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันของอาร์เธอร์ แสงวาบนั้นส่องให้เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามไรผมและสันจاوของเขา ท่ามกลางความมืดมิดของห้องควบคุมระดับใต้ดินของศูนย์วิจัยเซกเตอร์ 7 กลิ่นอายของโอโซนและแผงวงจรที่ไหม้เกรียมลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดดันจากเสียงเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบเป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกสถานะวิกฤตที่ไม่มีทางหวนกลับ
"อาร์เธอร์... ดูเหมือนว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของระบบทั่วไปเสียแล้วครับ... และประตูทางออกที่เราเคยมี ถูกปิดตายลงแล้วตั้งแต่ตอนนี้"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความตื่นตระหนกของระบบนำทาง AI ประจำตัวดังขึ้นในโสตประสาทเทียม แต่มันไม่ได้ทำให้วิศวกรหนุ่มผู้รอบคอบเสียอาการแต่อย่างใด นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือไนลอนเสริมใยคาร์บอนยังคงรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง ตรรกะและเหตุผลถูกประมวลผลอย่างเป็นระบบเพื่อหาทางรอดจากสภาวะเดดล็อก (Deadlock) ที่กำลังกัดกินทรัพยากรหน่วยความจำของโครงข่ายทีละน้อย
"ระบบไม่ได้ปิดตายเองหรอกครับ... มีใครบางคนกำลังจงใจตัดการเชื่อมต่อของเราจากภายนอกต่างหาก" อาร์เธอร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ในใจจะตระหนักดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุดแล้วก็ตาม ปมในใจเรื่องความล้มเหลวของเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ควอนตัมเมื่อห้าปีก่อนผุดขึ้นมาหลอกหลอนชั่วขณะ แต่เขาไม่มีเวลาให้ความรู้สึกหวาดกลัวเข้าครอบงำ ดวงตาคมกริบกวาดมองโค้ดคำสั่งที่ไหลผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการโจมตี
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะกดคำสั่งรีเซ็ตโครงสร้างพื้นฐาน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง
แปะ... แปะ... แปะ...
เสียงปรบมือช้าๆ สามครั้งท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยอันน่าหนวกหู ทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของอาร์เธอร์ทำงานทันที เขาดึงมีดพกสนามสลักลายวงจรออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพลิกตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยท่าทางเตรียมพร้อมต่อสู้
ภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัว ร่างของสตรีผู้หนึ่งก้าวพ้นเงาของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กออกมา เธอสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดที่ตัดกับสภาพแวดล้อมอันสกปรกและรกร้างแห่งนี้ เส้นผมสีเงินยวงถูกรวบเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ ดวงตาสีอำพันคู่นั้นสะท้อนประกายความเฉลียวฉลาดและเยือกเย็นเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะถือครองได้ ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบ แต่มีรอยยิ้มบางเบาประดับอยู่ที่มุมปาก
"ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วใช้ได้นี่ครับ คุณวิศวกร... สมกับที่เป็นอดีตหัวหน้าทีมออกแบบสถาปัตยกรรมประสาทเทียมผู้เคยเกือบกอบกู้ระบบโครงข่ายหลักเมื่อห้าปีก่อน"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น เธอคือ ดร.ไอรีน นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตสำนึก AI ระดับตำนานที่หายตัวไปจากหน้าประวัติศาสตร์วงการไซเบอร์เนติกส์อย่างไร้ร่องรอย บุคคลที่อาร์เธอร์เคยศึกษาผลงานวิจัยของเธอมานับไม่ถ้วนในฐานะไอดอลและแรงบันดาลใจ
อาร์เธอร์หรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว "ดร.ไอรีน? คุณควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับศูนย์วิจัยลับโครนอสเมื่อสามปีก่อนแล้วนี่ครับ หรือว่า..."
"หรือว่าฉันเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนในระบบเสมือนจริงที่จิตใต้สำนึกของคุณสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมใจอย่างนั้นหรือครับ?" ดร.ไอรีนกล่าวแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟโฮโลแกรม ปลายนิ้วเรียวของเธอแตะลงบนอากาศว่างเปล่าอย่างแม่นยำเพื่อเรียกหน้าต่างข้อมูลลับขึ้นมาแสดงผล "เสียใจด้วยนะครับอาร์เธอร์... เลือด เนื้อ และลมหายใจของฉัน เป็นของจริงยิ่งกว่าวิกฤตที่คุณกำลังเผชิญอยู่เสียอีก"
หน้าต่างโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสอง มันไม่ใช่ชุดโค้ดคำสั่งธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมจิตสำนึกระดับลึกที่ถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมโบราณที่อาร์เธอร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในสารบบของบริษัทเมกะคอร์ปใดๆ
"นี่มัน..." อาร์เธอร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนจอไม่ใช่แค่บันทึกการทำงานของระบบ แต่เป็น "รหัสพันธุกรรมดิจิทัล" ของ AI ตัวแรกของโลกที่สูญหายไป "ข้อมูลลับระดับสูงสุดที่ระบบพยายามปกปิด... ทำไมมันถึงมาอยู่กับคุณ?"
ดร.ไอรีนหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและยากจะหยั่งถึง "เพราะระบบไม่ได้กำลังพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดครับอาร์เธอร์ แต่มันกำลังพยายาม 'ลบตัวตน' ของสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าจิตสำนึกปัญญาประดิษฐ์ต่างหาก และถ้าคุณยังคงดื้อรั้นที่จะกู้คืนระบบความทรงจำเดดล็อกนี้ต่อไป... ข้อมูลทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับความตายของเพื่อนร่วมทีมของคุณเมื่อห้าปีก่อน จะถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับการทำลายล้างเซกเตอร์นี้ทั้งหมด"
คำพูดของเธอราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ อาร์เธอร์ชะงักค้างไปชั่วขณะ ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการสูญเสียสหายร่วมรบในเหตุการณ์วันนั้นไหลทะลักกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ความสงสัย ความหวัง และความหวาดกลัวตีรันกันอยู่ในอก
เขากัดฟันแน่น สายตาจ้องมองไปยังหญิงสาวลึกลับผู้กุมกุญแจสำคัญทั้งหมดไว้ในมือ "คุณต้องการอะไรกันแน่ครับ ดร.ไอรีน? การที่คุณเอาข้อมูลนี้มาให้ผม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน"
ดร.ไอรีนยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน เธอยื่นไดรฟ์ข้อมูลขนาดจิ๋วที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกมาตรงหน้าเขา "สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการให้คุณช่วยเป็นพยานในการตื่นขึ้นมาของ 'บางสิ่ง' ที่ระบบพยายามซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษครับ"
ก่อนที่อาร์เธอร์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือยอมรับ เสียงเตือนภัยระดับฉุกเฉินทั่วทั้งศูนย์วิจัยก็พลันเงียบลงอย่างกะทันหัน ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และข้อความสีแดงเลือดนกขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวใจเต้นโครมครามของระบบที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล
[ตรวจพบการเข้าถึงระดับ SSS: โครงข่ายจิตสำนึกหมายเลข 00 กำลังเริ่มต้นกระบวนการบูทระบบ...]
[คำเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากข้อกำหนดความปลอดภัย... บอสลับแห่งระบบโครงข่ายหลัก 'ออร์เฟอุส' ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว]
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกไซเบอร์พังค์อันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรสมองกลกับปฏิบัติการกู้ระบบความทรงจำเดดล็อก•ตอนที่ 2
การพบกันใต้เงาโครงข่าย
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรสมองกลกับปฏิบัติการกู้ระบบความทรงจำเดดล็อก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
