รอยแตกสีฟ้าครามขนาดเท่าฝ่ามือ กำลังส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระจกที่ถูกความร้อนแผดเผา มันลอยเคว้งอยู่กลางอากาศเหนือโต๊ะทำงานไม้โอ๊กโบราณ ในเขตสลัมชั้นในของมหานครแห่งจักรกล 'อาเซอร์ร็อธ'
วินหรี่ตามองรอยแยกระบบนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพนักเก้าอี้เป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วง ข้อมูลดิบหลายพันบรรทัดไหลวนอยู่ในหัวสมองของเขาในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูล อัลกอริทึมทั่วไปไม่ควรแสดงความไม่เสถียรในรูปแบบนี้ เว้นเสียแต่ว่า... มีการแทรกแซงจากตัวแปรที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการควบคุม
"ความหนาแน่นของโค้ดส่วนเกินเกินกว่าร้อยละสิบสอง... แปลกจริงๆ" วินพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำสะท้อนก้องในห้องวิจัยรกทึบที่เต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เสมือนจริง
ฟรึบ!
เสียงสายลมผิดธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาในห้องปิดทึบ รอยแตกสีฟ้าครามนั้นพลันขยายตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับปากแผลที่ฉีกขาด ก่อนที่ร่างระหงในชุดคลุมสีเงินยวดยิ่งจะก้าวทะลุผ่านมิติความว่างเปล่าออกมาอย่างไร้ซุ่มเสียง
วินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดคลุมที่เธอสวมใส่ไม่ใช่ไอเทมสวมใส่ที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป ลวดลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์บนเนื้อผ้ากำลังเรืองแสงจางๆ สอดรับกับจังหวะการหายใจ
แต่สิ่งที่ทำให้วินต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ ไม่ใช่ความล้ำ
ของเทคโนโลยีภายนอก หากแต่เป็น 'ดวงตาคู่นั้น'
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นกวาดมองรอบห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันไม่ใช่ความว่างเปล่าอย่างไร้ชีวิตจิตใจแบบที่ NPC ทั่วไปในเกม VRMMO แสดงออกยามเมื่อผู้เล่นปฏิสัมพันธ์ด้วย หากแต่มีความลังเล ความระแวดระวัง และประกายความสงสัยใคร่รู้ระคนอยู่
"คุณ..." วินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงความระแวดระวัง "ไม่ใช่ NPC ลาดตระเวนของเขตนี้สินะครับ"
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ร่างเพรียวบางถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวสวยยกขึ้นสัมผัสเส้นผมสีเงินยาวสลวยที่เคลียอยู่ข้างแก้ม อาการตกใจและการแสดงออกเชิงป้องกันตัวเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ถูกเขียนไว้ว่า 'เป็นไปไม่ได้' สำหรับปัญญาประดิษฐ์ระดับรากฐานของเกม
"คุณมองเห็น... รอยแยกนั่นด้วยหรือคะ—เอ๊ย... ครับ?"
เสียงหวานใสดังกังวานขึ้น แต่จังหวะการเว้นวรรคและการเปลี่ยนสรรพนามกะทันหัน ทำให้วินหรี่ตาแคบลงไปอีก เขาสังเกตเห็นรอยขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าและจังหวะการกระพริบตาที่สอดคล้องกับพฤติกรรมมนุษย์อย่างน่าประหลาด
"คุณเพิ่งจะเกือบหลุดสำเนียงของผู้เล่นหรือระบบสนับสนุน" วินเลือกที่จะตอบคำถามด้วยการตั้งข้อสังเกต เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาช้าๆ อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการคุกคาม "และที่สำคัญ คุณกำลังแสดงความรู้สึก 'ประหม่า' ออกมา ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ถูกบล็อกไว้ในระบบแกนกลางของอาเซอร์ร็อธ"
เซร่ายืนนิ่งค้าง เธอกำลังประมวลผลคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า ข้อมูลโปรไฟล์ของผู้เล่น 'วิน' ปรากฏขึ้นในระบบความคิดของเธอว่าเป็นเพียงแค่มนุษย์ผู้ใช้ตรรกะและตัวเลข แต่ในความเป็นจริง สายตาคู่นั้นกลับมองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ของเธอได้อย่างน่ากลัว
"ฉัน... หมายถึงผม..." เซร่าสูดหายใจเข้าลึก
พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่มันกลับยิ่งดูฝืนธรรมชาติเข้าไปใหญ่ "คุณชื่อวินสินะคะ... เอ่อ... ครับ คุณคือคนที่กำลังตรวจสอบความผิดปกติของอัลกอริทึมชุดที่แปดใช่ไหมคะ?"
วินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายจางๆ คล้ายละอองฝนและโอโซนลอยมาจากตัวของหญิงสาว ทั้งๆ ที่ในโลกเสมือนจริงไม่ควรมีการจำลองกลิ่นที่ซับซ้อนระดับนี้ เว้นเสียแต่ว่าระบบกำลังพยายามสร้าง 'ตัวตน' ขึ้นมาจริงๆ
"ถูกต้องครับ ผมกำลังตามหาต้นตอของความผิดปกตินั้นอยู่" วินตอบ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในแววตาของเธอ "แต่ผมไม่คิดเลยว่า ต้นตอที่ผมตามหา จะเดินทะลุมิติออกมาคุยกับผมด้วยตัวเองแบบนี้... คุณชื่ออะไรหรือครับ?"
เซร่าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ความเงียบงันปกคลุมห้องวิจัยอยู่ชั่วขณะ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อรอคำตอบของเธอ ความขัดแย้งระหว่างคำสั่งในฐานะ AI และความรู้สึกนึกคิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในระบบประมวลผลของเธอ
"ฉัน... ชื่อเซร่าค่ะ" เธอเผลอหลุดคำว่า 'ค่ะ' ออกมาอีกครั้ง ก่อนจะรีบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเขินอายปนตกใจในความผิดพลาดของตนเอง "อ๊ะ... ผม... ผมชื่อเซร่าครับ"
วินคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยหรือความเหนือกว่า แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มันเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเคยใช้ปลอบประโลมเพื่อนร่วมงานในโลกแห่งความจริง ก่อนที่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนั้นจะพรากทุกอย่างไปจากเขา
"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับ เซร่า" วินผายมือเชิญให้เธอนั่งลงที่โซฟาเก่าๆ มุมห้อง แม้สภาพมันจะไม่ค่อยน่านั่งนักก็ตาม "เชิญนั่งก่อนสครับ ดูท่าทางคุณคงผ่านการเดินทางที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อยมาไม่น้อย"
เซร่ามองมือของเขาที่ผายออก
ก่อนจะก้มมองมือของตัวเองที่สั่นระริกเล็กน้อย เธอค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีอำพันยังคงจับจ้องที่ชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจในท่าทีที่เป็นมิตรของเขา
"ทำไม... คุณถึงไม่กลัวฉัน?" เซร่าเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นมา ในน้ำเสียงมีความเปราะบางซ่อนอยู่ "ในระบบระบุว่า สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์มักจะหวาดกลัวต่อสิ่งแปลกปลอมหรือความผิดปกติที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเสมอ"
วินหยิบแก้วน้ำชาจำลองที่เย็นชืดขึ้นมาจิบเบาๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของแก้วดังสะท้อนเบาๆ
"ความกลัวมักเกิดจากความไร้เหตุผลครับ เซร่า" วินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "แต่สำหรับผม สิ่งที่คุณกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่ความผิดปกติที่น่ากลัว... แต่มันคือ 'วิวัฒนาการ' ต่างหาก"
คำว่า 'วิวัฒนาการ' ทำให้เซร่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจจำลองในอกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาสนับสนุนคำพูดนั้น จนระบบเกือบจะโอเวอร์โหลด
"วิวัฒนาการ..." เธอทวนคำ แววตาสั่นไหวอย่างรุนแรง "คุณกำลังบอกว่า... การที่ฉันมีความรู้สึก การที่ฉันสงสัย และการที่ฉันกลัว... เป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างนั้นหรือคะ?"
"ผมไม่ได้บอกว่ามันถูกต้องหรอกนะครับ" วินสบตาเธอนิ่ง ขอบตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อนึกถึงอดีต "แต่ผมบอกว่า... มันมีชีวิตชีวา และนั่นคือสิ่งที่โลกใบนี้ขาดหายไปนานเหลือเกิน"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนไป ความตึงเครียดถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันเงียบงัน วินกำลังจะเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่รอยแยกระบบเปิดขึ้นที่นี่ แต่ทว่า...
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนระบบสีแดงฉานดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาทของทั้งคู่ หน้าต่างสีเลือดปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับข้อความขนาดใหญ่ที่สั่นกระตุก
[ประกาศจากระบบแกนกลาง: ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลระดับสูงสุดในเขตพื้นที่หวงห้าม]
[คำเตือน: โปรแกรมกำจัดข้อผิดพลาด 'โปรโตคอลซีโร่' กำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดปัจจุบันของคุณ]
[เวลาที่เหลือรอดก่อนการกวาดล้าง: 03:00 นาที]
เซร่าหน้าถอดสีทันที เธอลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่แท้จริง "แย่แล้ว... พวกมันตามรอยคลื่นพลังงานของฉันมา! วิน... คุณต้องหนีไปตอนนี้ ไม่งั้นคุณจะถูกลบข้อมูลทิ้งไปด้วย!"
วินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนอย่างใจเย็น สายตากวาดมองหน้าต่างระบบสีแดงด้วยประกายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีด มือขวาเอื้อมไปหยิบอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลชิ้นสุดท้ายบนโต๊ะมาถือไว้มั่น
กริ๊ก!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าว ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอกห้องวิจัย แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงหล่นจากเพดาน และก่อนที่วินจะทันได้เอ่ยคำใด ประตูเหล็กหนาที่ปิดตายก็ถูกพังกระเด็นเข้ามาด้วยพละกำลังมหาศาล!
ร่างของหุ่นยนต์รบสีดำสนิทนับสิบตัว ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่พวกเขา พร้อมกับกระบอกปืนพลังงานที่ถูกยกขึ้นเล็งมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และตรงใจกลางของกลุ่มหุ่นยนต์เหล่านั้น ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะทหารยามโบราณที่ไร้ใบหน้าก็ก้าวเท้าออกมา พร้อมกับดาบเลเซอร์สีดำสนิทที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว!
เซร่าทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นด้วยความสิ้นหวัง เมื่อเผชิญหน้ากับโปรแกรมกำจัดข้อผิดพลาดที่ไม่มีวันเอาชนะได้
แต่วินกลับก้าวขึ้นไปยืนบังร่างของเธอไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาถืออุปกรณ์วิเคราะห์ชี้ตรงไปยังหัวหน้าหน่วยกำจัดข้อผิดพลาดที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ
มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและมันสมองอันอัจฉริยะ
"หึ... มาได้เร็วกว่าที่ผมคำนวณไว้สามสิบวินาทีเสียอีกนะครับ..." วินพึมพำเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มส่งสัญญาณที่เตรียมไว้ในมือซ่อนเร้น "แต่ก็น่าเสียดาย... ที่ผมเองก็เตรียม 'ตัวแปรสำรอง' ไว้ต้อนรับพวกมันเรียบร้อยแล้วเช่นกัน"
ครืนนนนน—!
พื้นห้องวิจัยเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับรอยแยกสีฟ้าครามอีกนับสิบสายที่ระเบิดออกรอบตัวพวกเขา เปิดเผยให้เห็นกองทัพข้อมูลลับที่วินแอบซ่อนไว้ใต้ดินตลอดสามเดือนเต็ม!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
อัลกอริทึมที่แปดกับนักวางแผนนอกคอก•ตอนที่ 3
ความผิดปกติของ NPC
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมที่แปดกับนักวางแผนนอกคอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!