กลิ่นไอมรดกเลือดและคราบสนิมเหล็กในห้องใต้ดินยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท ราวกับเงาอันบิดเบี้ยวของอดีตที่ตามมาหลอกหลอน ทว่าในยามนี้ ความมืดมิดภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลศิวาณิชย์กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอันตรายที่เย้ายวนและร้อนรุ่มยิ่งกว่า ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่านอยู่ข้างใบหู พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากร่างกายกำยำที่ทาบทับลงมาจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับความเย็นเยียบของฟูกนอน
"เกมสนุกๆ คงต้องจบลงเพียงเท่านี้... ในเมื่อแกกล้าขุดมันขึ้นมา คณิน ลูกชายฆาตกร"
คำพูดท้าทายที่เธอเพิ่งประกาศกร้าวใส่หน้าเขาเมื่อครู่ ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ แต่ในวินาทีนี้ รอยยิ้มเยาะเย้ยพวกนั้นกลับเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเผชิญหน้ากับแววตาดุจสัตว์ป่ากระหายเหยื่อของคนที่อยู่เบื้องบน คณินไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคาดคิด ตรงกันข้าม... นัยน์ตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อน ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
ปลายนิ้วแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยแรงเพียงน้อยนิด แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำลายล้างการป้องกันทั้งหมดที่เธอพยายามสร้างขึ้น รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่กำลังจะแตกดับ แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงฉายแววพยศ ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจมืดที่กำลังครอบงำเธอ
"ปล่อยฉันนะ..." น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย มากกว่าความกลัว มันคือความตื่นตระหนกต่อแรงดึงดูดประหลาดที่เขามีต่อเธอ แรงดึงดูดที่น่ารังเกียจแต่วับวามราวกับหลุมพรางมรณะ
คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะสัมผัสกับแกเนียนนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สัมผัสจากตัวเขานั้นทั้งอันตรายและชวนให้หลงใหลในคราวเดียวกัน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและหยาดเหงื่อจางๆ ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อนให้กับบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
"ปากเก่งนักนะ ริน..." เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความขบขันระคนดุดันที่ทำเอาเลือดในกายเธอกระเจิง "กล้าดียังไงถึงเอาเรื่องตระกูลฉันมาเล่นเป็นเดิมพัน... รู้ไหมว่าเด็กดื้อแบบนี้ สมควรโดนลงทัณฑ์ยังไง"
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของมาเฟียหนุ่ม มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนตกเป็นเหยื่อในกรงขังที่ไม่มีวันหนีพ้น ร่างกายของเขากดทับลงมาทีละน้อย บดเบียดส่วนสัดแนบชิดจนเธอรับรู้ได้ถึงมัดกล้ามเนื้อตึงDENSEที่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาล ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้สร้างความปลอดภัย แต่มันคือการประกาศิตแห่งการครอบครองที่เด็ดขาดและไร้ซึ่งความปรานี
"ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณ คณิน..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดข้อมือให้หลุดพ้นจากการพันธนาการ แม้จะรู้ดีว่ามันไร้ผล "ถ้าคิดจะใช้เรื่องนี้มาขู่ฉันล่ะก็ ฝันไปเถอะ ฉันไม่กลัว..."
"ปากดี..." คณินคำรามในลำคออย่างนึกสนุก สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ปั่นป่วน ก่อนที่สายตาจะเลื่อนต่ำลงไปยังริมฝีปากที่สั่นระริก "แต่เดี๋ยวเธอก็จะรู้เองว่า การลองดีกับฉันมันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน... และร่างกายของเธอก็คือดอกเบี้ยชั้นดี"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับกลีบปากนุ่มของเธออย่างอุกอาจและเอาแต่ใจ รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะต้านทานมหาอำนาจของเขาได้ คณินบดขยี้จูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และแฝงไว้ด้วยความหิวกระหาย ราวกับต้องการสูบวิญญาณและความพยศทั้งหมดออกจากร่างของเธอ
สัมผัสที่รุกรานนั้นเต็มไปด้วยความช่ำชองและอันตราย มันสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเธอให้สั่นไหวอย่างรุนแรง ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามกระแสเลือด รินรดารู้สึกได้ถึงความอ่อนแอของตัวเองที่กำลังพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างน่าละอาย มือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระกะทันหันเมื่อใดก็ไม่รู้ เผลอยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวในพายุอารมณ์ที่เขากำลังโหมกระหน่ำ
คณินถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอนอนหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างน่าเวทนา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเป็นประกายวับวาวด้วยความพึงพอใจเมื่อเห็นสภาพที่ไร้การป้องกันของเธอ
"เก่งให้ตลอดก็แล้วกัน..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ "เพราะต่อจากนี้ ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้คิดถึงเรื่องอื่นนอกจากฉันอีกเลย"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลุกเป็นไฟด้วยแรงปรารถนาอันมืดมิด เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายความเงียบงันขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
"เฮียครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ศพในห้องใต้ดิน... มันหายไป!"
ร่างสูงที่ทาบทับอยู่ชะงักกึกทันที นัยน์ตาดุดันที่เคยเต็มไปด้วยเพลิงสวาทแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดในเสี้ยววินาที คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น
รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนเตียง หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำรายงานนั้น ศพที่เธอเพิ่งขุดคุ้ยความลับขึ้นมา... หายไปได้อย่างไร? ในคฤหาสน์ที่ปิดตายและเต็มไปด้วยการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเช่นนี้ ใครกันที่เป็นคนขโมยมันไป?
ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มที่หันไปคว้าปืนพกสีดำสนิทจากโต๊ะข้างเตียง ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นวาบไปทั่วสันหลัง เมื่อตระหนักได้ว่า เกมที่เธอกำลังเล่นอยู่นั้นไม่ได้มีแค่นรกบนเตียงของคณินเสียแล้ว แต่มันกำลังดึงพวกเขาทั้งคู่เข้าสู่สยองขวัญครั้งใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม... และบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด เพื่อรอเวลาพิพากษาพวกเขาทั้งเป็น
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะหลงใหลในเกมอันตรายนี้ไปพร้อมกับแมวดำค่ะ
รอยบาปอาบเงาศพ•ตอนที่ 36
เสียงกระซิบข้างหู
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยบาปอาบเงาศพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!