“คุณดูเปลี่ยนไปมากนะคะ ลินิน”
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดทับบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามรักษามาดของผู้บริหารระดับสูงเอาไว้ แม้ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอจะถูกสายตาเย็นชาของคนตรงหน้าเฉือนจนเป็นแผลเหวอะหวะก็ตาม
ลินินไม่ตอบในทันที เธอเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันอย่างโหดร้าย ร่างโปร่งบางในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบก้าวเข้ามาใกล้รินรดาทีละก้าว ช้าๆ ทว่าหนักแน่นเหมือนเสียงฝีเท้าของเพชฌฆาต กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแต่น่าสะพรึงกลัวโชยมาปะทะจมูกรินรดา มันไม่ใช่กลิ่นหอมหวานละมุนอย่างที่เคยเป็น แต่มันคือกลิ่นของความสำเร็จที่เย็นเฉียบและไร้หัวใจ
“ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของโลกธุรกิจไม่ใช่หรือคะ คุณรินรดา” ลินินยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “และฉันเชื่อว่าคุณเองก็คงเข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด ไม่ใช่ในฐานะ 'คนรักเก่า' แต่ในฐานะ 'คู่แข่ง' ที่เรากำลังจะเผชิญหน้ากันนับจากวินาทีนี้”
คำว่า ‘คนรักเก่า’ ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มันเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงหัวใจรินรดาจนเธอต้องกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ รินรดาแค่นยิ้มขมขื่น “เราจำเป็นต้องเป็นศัตรูกันขนาดนั้นเลยหรือคะ ลินิน... เรื่องในอดีตมันผ่านมานานเกินกว่าจะเรียกคืนได้แล้ว แต่ฉันไม่คิดว่าเราต้องทำลายกันขนาดนี้”
“ทำลาย?” ลินินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของรินรดาอย่างประหลาด “คนที่เคยถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ความภูมิใจในตัวเองมาก่อนอย่างฉัน ไม่เคยคิดจะ ‘ทำลาย’ ใครหรอกค่ะ ฉันแค่กำลัง ‘สร้าง’ ชีวิตใหม่ที่ไม่มีคุณเข้ามาเกี่ยวข้องต่างหาก”
บรรยากาศในห้องประชุมส่วนตัวที่ดูหรูหรากลับกลายเป็นสนามรบที่มองไม่เห็น รินรดาจ้องมองดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนกับเธอเพียงคนเดียว แต่วันนี้มันกลับแข็งกระด้างราวกับก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ลินินในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟายเพราะคำพูดของใครอีกต่อไป เธอเติบโตขึ้น... เติบโตขึ้นด้วยบาดแผลที่รินรดาเป็นคนฝากเอาไว้
“ลินินคะ... ฉันเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา” รินรดาโพล่งออกมา น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเหลือเพียงความเว้าวอน “ถ้าฉันสามารถแก้ไข—”
“ถ้าทำได้ ก็จงเก็บคำนั้นไว้ใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ” ลินินขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอเฉียบขาด “เพราะสำหรับฉัน คำว่า ‘เสียใจ’ ของคุณมันไม่มีค่าพอที่จะแลกกับเวลาที่ฉันเสียไปหรอกค่ะ”
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักออกเบาๆ เด็กหญิงตัวน้อยในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาเดินเตาะแตะเข้ามาในห้อง มือเล็กๆ ถือตุ๊กตากระต่ายเน่าๆ ที่ดูผ่านการซักมานับครั้งไม่ถ้วน ลินินที่เคยเย็นชาเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยนในทันที เธอรีบเดินไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าเด็กน้อยคนนั้น
“ลันตาคะ แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามาในห้องทำงานตอนแม่มีประชุม?”
รินรดาชะงักไป ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงที่เดินเข้ามาใกล้ ลันตา... ดวงตาคู่นั้น จมูกเล็กๆ และท่าทางที่ดูเฉลียวฉลาดเกินวัย มันช่างเหมือน... เหมือนตัวเธอเองราวกับถอดแบบออกมา
“หนูหิวแล้วค่ะแม่ลินิน” ลันตาพูดพลางช้อนตามองแม่ของเธอด้วยแววตาซื่อใส ก่อนจะเบนสายตามาทางรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป “คุณน้าคนสวยคนนี้เป็นใครเหรอคะ?”
ลินินลุกขึ้นยืนพลางดึงตัวลันตาไปไว้ข้างหลังอย่างปกป้อง สายตาที่เธอมองรินรดากลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้ง “ไม่มีใครสำคัญหรอกค่ะลันตา เป็นแค่... คนแปลกหน้าที่บังเอิญหลงทางเข้ามาในชีวิตเราน่ะ ไปรอแม่ที่รถนะคะ เดี๋ยวแม่จะตามไป”
รินรดายืนนิ่งเหมือนคนไร้วิญญาณ ความทรงจำสีเทาที่พยายามฝังกลบเริ่มไหลทะลักออกมา เธอจำได้ดี... วันนั้นที่ลินินเดินจากไปพร้อมกับความลับที่เธอไม่มีวันล่วงรู้ วันที่เธอคิดว่าเธอเป็นผู้ชนะในความสัมพันธ์ครั้งนั้น แต่ทว่าวันนี้ เธอกลับเพิ่งตระหนักได้ว่า เธอสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
เมื่อเด็กน้อยเดินออกไปพ้นประตู ลินินหันกลับมาเผชิญหน้ากับรินรดาอีกครั้ง คราวนี้แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่คมกริบ
“ทีนี้คุณคงเข้าใจแล้วนะคะ ว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมจบ” ลินินก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูรินรดา “เพราะความเจ็บปวดที่คุณมอบให้ฉันในวันนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่คุณกำลังจะต้องเผชิญในวันนี้...”
ลินินหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่รินรดาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ
“เด็กคนนั้น... ลินิน... ลันตา... เธอคือ...”
ลินินหยุดกึก เธอยังไม่หันกลับมามอง แต่รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย “อยากรู้ความจริงเหรอคะ? อยากรู้ว่าสิ่งที่พังทลายลงไปในวันนั้น มันหลงเหลือเมล็ดพันธุ์อะไรไว้บ้าง?”
เธอสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของรินรดาอย่างแรง ก่อนจะหันกลับมาสบตาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ถูกปิดตายมานานหลายปี
“กลับไปซะรินรดา ก่อนที่ฉันจะทำให้คุณรู้ว่า... การตกนรกทั้งเป็นที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร และถ้าคุณกล้าแตะต้องตัวลันตาแม้แต่ปลายเส้นผม... ต่อให้ต้องพังพินาศกันไปข้าง ฉันก็จะทำให้คุณไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ชื่อของตัวเอง”
ลินินก้าวเดินออกไป ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องท่ามกลางความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่รินรดากำลังจะทรุดตัวลงกับพื้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ลินินทำหล่นไว้ขณะดึงตัวลันตาออกไป
มือที่สั่นเทาหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาดู มันคือผลตรวจสุขภาพของเด็กหญิงวัยห้าขวบ ซึ่งระบุชื่อบิดาเป็นชื่อที่รินรดาจำได้แม่นยำ... แต่นั่นไม่ใช่ชื่อของใครที่ไหนเลย นอกเสียจากชื่อของตัวเธอเอง
รินรดาแทบหยุดหายใจ สายตาพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลรินโดยไม่รู้ตัว ความลับที่ลินินเก็บไว้เป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่เธอไม่พร้อมที่สุด และมันกำลังจะทำลายทุกอย่างที่เธอเคยสร้างมา... หรือนี่คือบทลงโทษที่เธอไม่มีวันหลีกหนีพ้น
โรสแมรี่พิษหวังว่าตอนที่สองนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามบทสรุปของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวนี้ไปพร้อมกันนะคะ เป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้ด้วยนะคะค่ะ
ลิขิตรักฉบับแก้ไข: เมื่อถ่านไฟเก่าไม่ยอมมอดดับ•ตอนที่ 2
ความทรงจำสีเทา
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลิขิตรักฉบับแก้ไข: เมื่อถ่านไฟเก่าไม่ยอมมอดดับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
