เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 30

โอกาสครั้งสุดท้าย

ผลงานโดย บันทึกคนจร
“ถ้าคุณต้องการโอกาส ผมก็จะให้... แต่มันไม่ใช่โอกาสเพื่อกลับไปเป็นเหมือนเดิม และไม่ใช่โอกาสที่จะใช้เงินซื้อความรู้สึกที่ตายไปแล้วของผมกลับมา” เสียงของรินรดาราบเรียบ หากแต่มันบาดลึกยิ่งกว่าใบมีดโกนที่กรีดลงบนแผ่นกระจกเงาที่ร้าวราน เธอไม่ได้มองหน้าภาคิน สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่ผืนผ้าใบว่างเปล่าในห้องทำงานเล็กๆ ที่เธอใช้กักขังความโศกเศร้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาคินยืนนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู ร่างกายที่เคยสง่างามและหยิ่งผยองในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงบัดนี้ดูไร้ราศี บ่ากว้างของเขาลู่ลงเล็กน้อย ราวกับแบกรับน้ำหนักของบาปกรรมที่เขาสร้างขึ้นเองกับมือ เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ผมรู้... ผมไม่เคยหวังว่าจะได้รับอภัยในทันที แค่ขอให้คุณบอก... ว่าผมต้องทำอย่างไร เพื่อให้เศษเสี้ยวความเมตตาในใจคุณมองเห็นตัวผมบ้าง แม้เพียงเสี้ยวนาทีก็ตาม” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันเป็นเสียงของความสมเพชที่ถูกกลั่นกรองจนตกตะกอน “เมตตาเหรอครับ? คุณคงลืมไปแล้วว่าคุณเคยมอบอะไรให้ผมบ้าง ในวันที่ผมร้องขอความเห็นใจ ในวันที่ผมถูกสังคมเหยียบย่ำเพราะข่าวฉาวที่คุณเป็นคนก่อ... คุณอยู่ที่ไหน ภาคิน?” เธอหันกลับมามองเขา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็ง “ถ้าคุณอยากพิสูจน์ตัวเองจริงๆ ผมมีเงื่อนไขเดียว และมันเป็นเงื่อนไขที่คุณต้องยอมแลกด้วยสิ่งที่คุณหวงแหนที่สุดในชีวิต นั่นคือ ‘ตัวตน’ ของคุณ... ลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัททิ้งเสีย ทิ้งอำนาจ ทิ้งชื่อเสียงที่สร้างบนซากปรักหักพังของคนอื่น แล้วไปใช้ชีวิตในที่ที่คุณไม่เคยรู้จัก ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่มีเงินทองมาคอยกลบเกลื่อนความเลวร้าย... เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ถ้าคุณทำได้โดยไม่หันกลับมาหาทางลัดเพื่ออำนาจอีก ผมถึงจะยอมรับฟังคำขอโทษจากคุณ” ภาคินนิ่งงัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเขา นี่ไม่ใช่บททดสอบที่เขาคาดคิด เขาคิดว่าเขาจะเอาเงินไปปรนเปรอ ไปแก้ไขปัญหาด้วยอำนาจ หรือใช้ความรวยเข้าแลก แต่นี่คือการทำลาย ‘ตัวตน’ ที่เขายึดถือมาทั้งชีวิต “นั่นคือการฆ่าตัวตายในแวดวงธุรกิจนะริน... แต่ถ้าคุณต้องการให้ผมพิสูจน์ว่าผมไม่ได้รักแค่ตัวเอง... ผมจะทำ” ภาคินตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หากแต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่นต่อโลกที่เขาไม่เคยสัมผัส รินรดาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ราวกับไม่แปลกใจ “ถ้าอย่างนั้น ก็เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป” ความตึงเครียดในห้องผ่อนคลายลงชั่วขณะ แต่ความรู้สึกอึดอัดกลับเข้ามาแทนที่ ภาคินกวาดสายตาไปรอบห้องทำงานของเธอ จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ ‘ภาพวาด’ ชิ้นหนึ่งที่วางพิงอยู่มุมห้อง ภาพของเด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อยืดสีขาวธรรมดาคนหนึ่งที่เธอกำลังวาดค้างไว้ ลายเส้นนั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักที่เขาสัมผัสได้ถึงหัวใจ “เด็กคนนี้...” ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือของเขาสั่นระริกเมื่อเห็นเค้าโครงใบหน้าที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด โดยเฉพาะนัยน์ตาคู่นั้น... ดวงตาที่เขามักจะเห็นในกระจกทุกเช้า รินรดารีบพุ่งตัวมาขวางภาพวาดนั้นไว้ทันที หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก ความลับที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดชีวิตกำลังจะถูกกระชากออกมาในวินาทีที่เธอเปราะบางที่สุด “นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ ภาคิน! ออกไปได้แล้ว!” ภาคินชะงัก สายตาเขายังคงจับจ้องที่ดวงตาของเด็กชายในภาพวาดอย่างไม่วางตา ความสงสัยก่อตัวขึ้นเป็นหยดน้ำตาร้อนผ่าวที่เขากลั่นไว้ไม่อยู่ “ริน... บอกผมมาตามตรง เด็กคนนี้คือใคร? แล้วทำไม... ทำไมเขาถึงเหมือนกับผมในวัยเด็กนัก?” รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ “คุณไม่มีสิทธิ์ถาม... และไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เขาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่ชื่อภาคินแม้แต่นิดเดียว” ในจังหวะนั้นเอง เสียงประตูด้านนอกถูกผลักออกพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามา “หม่าม้าครับ! ลันวาดรูปมาให้หม่าม้าดูด้วย!” ภาคินหันขวับไปทางต้นเสียง ร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบยืนอยู่ตรงหน้าเขา เด็กน้อยที่มีใบหน้าและดวงตาเหมือนกับที่เขามองเห็นในภาพวาดไม่มีผิดเพี้ยน โลกทั้งใบของภาคินดูเหมือนจะหยุดหมุนไปในวินาทีนั้น เขาแทบจะหยุดหายใจเมื่อเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาซื่อตรง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณลุงคนนี้... หน้าเหมือนในรูปที่หม่าม้าชอบดูเวลาคิดถึงใครสักคนเลยครับ... คุณลุงเป็นใครเหรอครับ?” รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ขณะที่ภาคินก้าวเท้าถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงานจนของบนโต๊ะร่วงหล่นลงพื้น เอกสารฉบับหนึ่งที่เขาเคยเห็นผ่านตาในลิ้นชักของเธอปลิวออกมาจากแฟ้มสีน้ำเงิน มันคือผลตรวจสายเลือด... ชื่อของเด็กชายชัดเจนและทำลายกำแพงที่เขาพยายามปกป้องตัวเองมาตลอดทิ้งสิ้นในคราวเดียว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและรอคอยบทสรุปไปพร้อมกับผมในทุกๆ บรรทัดนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%