“ถ้าสมองมนุษย์ซับซ้อนเกินกว่าจะคำนวณ ทำไมคุณถึงพยายามยัดเยียดความรู้สึกนึกคิดลงในบรรทัดโค้ดพรรค์นั้นล่ะคะ ริน?”
เสียงของเรย์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนผ่านกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเขา ขณะที่ปลายนิ้วยังคงเคาะลงบนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปอย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะ ทุกตัวอักษรและโค้ดคำสั่งบนหน้าจอคือเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นอันเด็ดเดี่ยวในโลกแห่งตรรกะและเหตุผลที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดชีวิต
รินชะงักมือที่กำลังตวัดพู่กันลงบนกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่ เธอย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เธอกวาดสายตามองหน้าจอโค้ดที่เต็มไปด้วยตัวเลขและฟังก์ชันคณิตศาสตร์ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มผู้ยึดติดกับระเบียบวิธีด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหงุดหงิดและความเวทนา
“เพราะคุณมองโลกเป็นแค่ศูนย์กับหนึ่งต่างหากล่ะ เรย์” รินวางพู่กันลงบนถาดสี เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะดึงความสนใจของเขาได้ “คุณคิดว่าความรัก ความผูกพัน หรือแม้แต่ความเสียใจ สามารถวัดค่าเป็นเปอร์เซ็นต์และประเมินผลด้วยอัลกอริทึมได้เหรอคะ? ความรู้สึกของมนุษย์มันมีความเปราะบาง สวยงาม และไร้เหตุผลเกินกว่าที่โปรแกรมเมอร์หัวใจด้านชาอย่างคุณจะเข้าใจ”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มตึงเครียดขึ้นทีละน้อย กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ผสมผสานกับความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง เรย์เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของคนที่ไม่ยอมแพ้ในเรื่องที่ตนยึดมั่น เขารู้ดีว่ารินเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ ภาพวาดของเธอมักจะสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนผู้คนหลงใหล แต่ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว สิ่งที่เธอเรียกว่า ‘จิตวิญญาณศิลปิน’ สำหรับเขามันก็แค่กระบวนการทางเคมีในสมองที่ถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าเท่านั้น
“มันไม่ใช่ความไร้เหตุผล แต่มันคือรูปแบบที่ยังถอดรหัสไม่เสร็จต่างหากค่ะ” เรย์โต้กลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา “ถ้าเราสามารถสร้าง AI ที่เรียนรู้และคาดการณ์พฤติกรรมมนุษย์ได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็จะตัดความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและความผิดหวังในความสัมพันธ์ออกไปได้ทั้งหมด โลกนี้จะมีแต่ความสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครต้องมานั่งเสียน้ำตาให้0กับ1ที่ไม่ตรงกันอีก”
คำพูดนั้นสะกิดแผลเก่าในใจของเรย์เข้าอย่างจัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตสมัยมัธยมปลายผุดขึ้นมาในหัว—วันที่เขารวบรวมความกล้าสารภาพความรู้สึกกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งด้วยเหตุผลและแผนอนาคตที่วางไว้อย่างดิบดี แต่กลับได้รับคำตอบว่า ‘นายมันไม่มีหัวใจ เอาแต่คำนวณทุกอย่างเหมือนหุ่นยนต์’ ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย นับตั้งแต่วันนั้น เรย์จึงปิดตายประตูหัวใจ และหันมาซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงแห่งตรรกะและอัลกอริทึม เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่วันหักหลังหรือทอดทิ้งเขาเหมือนมนุษย์
รินมองลึกลงไปในดวงตาหลังกรอบแว่นนั้น เธอนิ่งเงไปชั่วขณะราวกับกำลังอ่านร่องรอยความเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง “นั่นแหละคือปัญหาของคุณ เรย์ คุณกลัวความเจ็บปวด จนพยายามสร้างเกราะกำบังด้วยโค้ดคอมพิวเตอร์ คุณไม่อยากเสี่ยงที่จะรักใครสักคนแบบไม่มีเงื่อนไข เพราะคุณกลัวว่าผลลัพธ์มันจะคำนวณออกมาเป็น ‘ความล้มเหลว’ คุณกำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์มาเป็นข้ออ้างในการหนีความจริง”
“คุณไม่มีทางเข้าใจผมหรอก ริน” เรย์กัดฟันกรวด รู้สึกเหมือนถูกล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่หวงแหนที่สุด “งานวิจัยชิ้นนี้คืออนาคต ถ้าโปรเจกต์ AI วิเคราะห์พฤติกรรมอารมณ์ผ่านระบบประสาทเทียมของผมผ่านการคัดเลือกในงานสัมมนาระดับประเทศ เราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าตรรกะคือคำตอบของทุกปัญหาในโลกใบนี้”
“งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ?” รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงท้าทายประกายแสงวับวับในดวงตาสดใส “ถ้าโปรเจกต์ของคุณชนะ แต่มันกลับทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกโดดเดี่ยวและว่างเปล่ามากกว่าเดิม คุณต้องยอมรับว่าศิลปะและหัวใจสำคัญกว่าโค้ดบ้าๆ ของคุณ แต่ถ้าฉันแพ้... ฉันจะยอมเป็นหนูทดลองให้คุณเขียนอัลกอริทึมควบคุมความรู้สึกของฉันไปตลอดชีวิตเลย”
เรย์ชะงักไปชั่วครู่ ข้อเสนอของเอช่างบ้าบิ่นและไร้เหตุผลสิ้นดีตามแบบฉบับของเธอ แต่ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็ท้าทายศักดิ์ศรีในฐานะอัจฉริยะทางเทคโนโลยีของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากรับคำท้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ก่อนที่บานประตูห้องสมุดจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
ร่างสูงโปรดปรานของ ‘กันต์’ อดีตเพื่อนสนิทที่ผันตัวมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในโปรเจกต์ระดับชาติก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือของเขามีแท็บเล็ตเครื่องหรูที่แสดงผลงานวิจัยชิ้นล่าสุด ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับโปรเจกต์ของเรย์ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์—แต่ถูกพัฒนาไปไกลกว่าด้วยการสนับสนุนจากทุนวิจัยมหาศาลและทีมงานระดับแนวหน้า
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ดูเคร่งเครียดกันจัง” กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย่อหยิ่งไว้เต็มเปี่ยม “อ้อ... กำลังถกเถียงเรื่องโค้ดล้าสมัยนี่อยู่งั้นเหรอ เรย์? น่าเสียดายนะ ที่ตอนนี้คณะกรรมการเขาอนุมัติงบประมาณให้กับโครงการ ‘Empath-Net’ ของฉันไปหมดแล้ว ผลงานชิ้นเอกของคุณ... คงเป็นได้แค่เศษขยะในถังรีไซเคิลดิจิทัลเท่านั้นแหละ”
เรย์กำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว รัศมีการคุกคามจากอดีตเพื่อนสนิทที่เคยทรยศหักหลังเขาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด บรรยากาศภายในห้องสมุดดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ทว่าในวินาทีที่ความพ่ายแพ้อยลังเลจะเข้าครอบงำ หน้าจอแล็ปท็อปเบื้องหน้าของเรย์ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
จู่ๆ หน้าจอสีดำสนิทก็ปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่งจากผู้ใช้ รหัสโค้ดที่เขาและรินเพิ่งทะเลาะกันเมื่อครู่กลับเริ่มประมวลผลด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบ—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนระดับสูงสุดที่ระบบไม่เคยแสดงมาก่อน
[ตรวจพบการเชื่อมต่อเครือข่ายนิรนามจากภายนอก...]
[ระบบประสาทเทียมทำการซิงโครไนซ์กับคลื่นสมองของเป้าหมายสำเร็จ...]
[ยินดีต้อนรับสู่ภารกิจลับระดับ SSS: อัลกอริทึมแห่งโชคชะตาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกแห่งตรรกะและหัวใจกับลูกกวาดสีรุ้งนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เป็นแค่เพื่อน•ตอนที่ 2
เมื่อตรรกะพบกับจินตนาการ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เป็นแค่เพื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!