ความมืดมิดไม่ได้นำมาซึ่งความสงบเสมอไปค่ะ ในทางตรงกันข้าม ความมืดที่ถูกโรยด้วยแสงเรืองรองสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอ กลับสร้างแรงกดดันที่แทบจะบีบให้อากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก
หน้าจอยังคงแสดงประโยคคำถามอันโหดร้ายจากระบบจำลองความสัมพันธ์ที่เรย์เป็นผู้เขียนโค้ดขึ้นมาเองกับมือ—**'ยอมรับเงื่อนไขการลบตัวตน เพื่อปกป้องหัวใจของอีกฝ่าย... หรือจะเลือกเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าไปพร้อมกัน?'**
นิ้วเรียวยาวของเรย์สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสะท้อนกับแสงสีฟ้า เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมจำนนต่องfตรรกะเชิงนามธรรม แต่ทว่า ข้อความบรรทัดนั้นกลับสั่นคลอนอัลกอริทึมในใจของเขาอย่างรุนแรง ความกลัวที่จะต้องสูญเสียตัวตน และความกลัวลึกๆ ที่ว่า การมีอยู่ของเขาอาจเป็นเพียง ‘บั๊ก’ ที่สร้างความร้าวรานให้ริน—ศิลปินสาวผู้มองโลกผ่านความรู้สึกอันบริสุทธิ์—กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของชายหนุ่มทีละน้อย
"นายยังลังเลอยู่อีกเหรอ เรย์?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง กันต์ ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว รอยยิ้มที่มุมปากของอดีตเพื่อนสนิทคนนี้ไม่ได้สื่อถึงมิตรภาพเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งในแง่ของโปรเจกต์ระบบ AI และในแง่ของเกมหัวใจ
เรย์หันขวับไปมองคู่แข่งตัวฉกาจ สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสะท้อนความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "นายเข้ามาในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่... กันต์"
"ก็พอดีทันได้เห็นตอนที่ระบบกำลังประเมินว่า นายเป็น ‘ตัวถ่วง’ ในชีวิตของรินยังไงล่ะ" กันต์เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทางสบายๆ ตรงกันข้ามกับเรย์ที่หลังเกร็งตึง "น่าสมเพชเหมือนกันนะ เรย์ นายเก่งกาจเรื่องการคำนวณโค้ดและสร้างอัลกอริทึมซับซ้อน แต่กลับไม่รู้เลยว่า... ในโลกความเป็นจริง รินเขากำลังมองหาอะไร"
คำพูดนั้นสะกิดแผลเก่าในใจของเรย์เข้าอย่างจัง เรย์ขบกรามแน่นจนสันนูน "นายรู้อะไร..."
"ฉันรู้มากกว่าที่นายคิด" กันต์ยิ้มกริ่ม ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อสร้างความกดดันทางจิตวิทยา "นายจำโปรเจกต์ภาพวาดมัลติมีเดียล่าสุดของรินได้ไหม? งานที่เธอใช้เวลาเตรียมตัวมาหลายเดือนน่ะ... เธอไม่ได้ปรึกษานายใช่ไหมล่ะ? แต่เธอโทรหาฉัน ให้ฉันช่วยเลือกโทนสี และเราก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งคืนเพื่อคุยเรื่องงานนั้น... โดยที่เธอไม่ได้เอ่ยถึงชื่อนายเลยแม้แต่คำเดียว"
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เรย์รู้สึกชาไปทั้งหน้า ข้อมูลชุดนั้นไม่เคยปรากฏอยู่ในระบบฐานข้อมูลที่เขาประมวลผล ความจริงที่ว่ารินเลือกที่จะแบ่งปันช่วงเวลาสำคัญกับกันต์ ไม่ใช่กับเขา—ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ เสมอ—มันคมกริบยิ่งกว่าใบมีด
"โกหก..." เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ลึกๆ ในใจตรรกะของเขาจะเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ที่กันต์พูดความจริงแล้วก็ตาม
"ฉันจะโกหกนายไปทำไม?" กันต์หัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกความรู้สึก "รินเป็นคนอ่อนไหว เธอชอบความอิสระและอารมณ์ศิลปิน เธอกลัวความอึดอัด... และนายก็รู้ตัวดีนี่เรย์ ว่าทุกครั้งที่นายพยายามอธิบายทุกอย่างด้วยเหตุผลและตรรกะ นายกำลังทำให้อึดอัดแค่ไหน นายมันก็แค่โปรแกรมเมอร์ที่คิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ แต่สุดท้าย... นายก็ควบคุมหัวใจของคนที่นายรักไม่ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมเบาๆ ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวด
เรย์หลับตาลงชั่วพริบตา เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง ตรรกะและเหตุผลที่เขาเคยยึดถือเริ่มทำงานเพื่อประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กันต์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อพูดความจริงทั้งหมด แต่ตั้งใจใช้ ‘ข้อมูลจริงบางส่วน’ มาบิดเบือนเพื่อทำลายความมั่นใจของเขาโดยเฉพาะ
นี่คือจิตวิทยาการควบคุมข้อมูล... กันต์กำลังปั่นหัวเขาให้หลุดจากเกม
"นายพยายามจะบอกอะไรกันแน่ กันต์?" เรย์ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยสั่นไหวกลับมามีความนิ่งสงบอีกครั้ง แม้ภายในจะปั่นป่วนราวกับพายุ "อยากให้ฉันยอมแพ้ในโปรเจกต์นี้? หรืออยากให้ฉันถอยออกไปจากชีวิตของริน?"
กันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะเมื่อเห็นว่าเรย์ตั้งสติได้เร็วกว่าที่คาดไว้ "ฉันก็แค่หวังดีในฐานะ... อดีตเพื่อน นายควรรู้จักเจียมตัวและยอมรับซะว่า บางคนเกิดมาเพื่อเป็นแค่ ‘เพื่อนร่วมงาน’ ไม่ใช่คนที่เธอจะฝากอนาคตไว้ด้วย"
"เรื่องนั้น... ให้รินเป็นคนตัดสินใจเองจะดีกว่าไหม?"
เสียงใสแต่หนักแน่นดังขึ้นจากบริเวณประตูทางเข้าห้องประชุม เรย์และกันต์สะดุ้งหันไปมองพร้อมกัน รินยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ สีหน้าของเธอเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยประกายความผิดหวังอย่างชัดเจน
"ริน..." กันต์เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มอบอุ่นแบบสุภาพบุรุษถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง "คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ? เราแค่กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์กันเฉยๆ"
"ฉันได้ยินทั้งหมดค่ะ กันต์" รินก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนดวงตาที่ไหวระริก "และฉันก็เพิ่งรู้ด้วยซ้ำว่าคุณเอาเรื่องส่วนตัวของฉันมาใช้เป็นเครื่องมือในการกดดันคนอื่น"
เรย์มองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่เดินผ่านหน้าเขาไปยืนประจันหน้ากับกันต์ หัวใจของเขากระตุกวูบ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาเพราะคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ แต่ทว่า ท่าทีของรินในตอนนี้กลับไม่ได้แสดงความอ่อนแออย่างที่ระบบเคยประเมินไว้เลยแม้แต่น้อย
"เรย์ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานของฉันค่ะ กันต์" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดทุกคำแก้ตัวของชายหนุ่มตรงหน้า "และเขาก็ไม่เคยเป็นบั๊กที่ฉันอยากจะลบมันทิ้งด้วย... สิ่งที่คุณทำเมื่อกี้ มันทำให้ฉันเห็นชัดเจนเลยค่ะว่า คุณมองความสัมพันธ์เป็นแค่ ‘ตัวเลข’ ที่ต้องเอาชนะ ไม่ใช่ความรู้สึกที่ต้องทะนุถอดถอน"
กันต์หน้าเสียไปเล็กน้อย แต่ยังคงรักษากิริยาไว้ได้ "รินครับ ผมแค่วิเคราะห์ตามสถานการณ์..."
"พอเถอะค่ะ" รินตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันกลับมามองเรย์ ดวงตาของเธอนุ่มนวลขึ้นในทันทีที่สบตากับเขา "เรย์คะ... อย่าไปเชื่อเงื่อนไขงี่เง่าบนหน้าจอนั่นเด็ดขาดนะ"
เรย์มองรินด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ความอบอุ่นไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยเยียบเย็น ตรรกะและโค้ดโปรแกรมทั้งหมดในหัวถูกลบเลือนด้วยรอยยิ้มบางๆ ของหญิงสาวตรงหน้า
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เรย์กำลังจะเอ่ยปากตอบรับ ทันใดนั้น หน้าจอหลักทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน!
ความมืดสนิทเข้าครอบคลุมอีกครั้ง ก่อนที่เสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ลึกลับจะดังขึ้นก้องห้องประชุม—ไม่ใช่เสียงจากคอมพิวเตอร์ของเรย์ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทที่ถูกแฮกจากภายนอก
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงโค้ดไม่ทราบฝ่าย... โปรโตคอล 'การลบความทรงจำ' ถูกบังคับใช้งานโดยผู้ดูแลระบบนิรนาม]**
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เรย์หันขวับไปมองหน้าจอที่กลับมาสว่างวาบอีกครั้ง แต่คราวนี้... ข้อความบนจอไม่ใช่คำถามให้เลือกอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว
**00:10... 00:09... 00:08...**
กันต์มีสีหน้าซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์เหนือการควบคุมของทุกคนไปแล้ว "นี่มันบ้าอะไร... ฉันไม่ได้เป็นคนทำนะ!"
เรย์ไม่สนใจเสียงโวยวายของกันต์ สายตาของเขาจ้องมองตัวเลขที่กำลังลดลง พร้อมกับข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก่อนที่ระบบจะตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด:
**'หากความทรงจำทั้งหมดถูกรีเซต คุณทั้งคู่จะยังเลือกเดินกลับมาหา "ความจริง" นี้อีกครั้ง... หรือไม่?'**
เรย์เอื้อมมือไปคว้ามือของรินไว้แน่นโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว—ก่อนที่แสงสีขาวโพลนจะสาดกระเซ็นกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจนดับวูบไปพร้อมกับสติสัมปชัญญะของพวกเขา
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับอัลกอริทึมหัวใจคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ)*
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เป็นแค่เพื่อน•ตอนที่ 18
ความอิจฉาในระบบ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้เป็นแค่เพื่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!