เซียนฟิสิกส์สายกวนกับติวเตอร์สายเหวี่ยง: ภารกิจกู้โลกด้วยความรู้•ตอนที่ 2

แรงดึงดูดระหว่างเรามันแปลกๆ นะ

ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
"บอกแล้วไงคะ—เอ้ย! บอกแล้วไงครับว่าฉันไม่เรียน!" เสียงตวาดแว้ดของรินดังลั่นห้องสมุดเงียบสงบ จนบรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องส่งสายตาพิฆาตมาให้ รินสะดุ้งโหยง รีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน ก่อนจะหันขวับกลับมาถลึงตาใส่ร่างสูงโปร่งที่นั่งเท้าคางยิ้มแป้นอยู่ฝั่งตรงข้าม ธันย์ระเบิดหัวาะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เขานั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ บนโต๊ะไม้ตัวยาวตอนนี้ถูกยึดครองด้วยสมุดโน้ตปกหนัง ปากกาหลายแท่ง และเจ้าปัญหาที่สุดคือเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์หน้าตาประหลาดที่รินอยากจะเขวี้ยงมันออกนอกหน้าต่างเสียเหลือเกิน "คุณรินครับ เสียงดังแบบนี้ ระวังแรงดึงดูดระหว่างเราจะดึงให้คนอื่นเขาหมั่นไส้นะครับ" ธันย์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ "ใครจะไปดึงดูดกับนายฟ้าวัดแรงโน้มถ่วงอะไรนี่ล่ะ! ถอยไปเลยนะ ฉันบอกแล้วว่างานติวเด็กม.ปลายวิชาฟิสิกส์อะไรเนี่ย ฉันไม่รับ! ฉันเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษกับสังคมนะยะ ไม่ใช่ไอน์สไตน์กลับชาติมาเกิด!" รินโวยวายพร้อมกับกอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงแสดงความหงุดหงิดอย่างชัดเจน เธอพยายามลุกขึ้นเก็บกระเป๋าเพื่อจะหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าปวดหัวนี้ ทว่า... ความพยายามในการหนีของเธอกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า "อ๊ะๆ จะรีบไปไหนล่ะครับคุณติวเตอร์คนเก่ง" ธันย์ยื่นมือยาวๆ มาคว้าขอบกระเป๋าผ้าของเธอไว้ได้อย่างแม่นยำ "สัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนแล้วนะครับว่า ถ้าไม่อยากให้สถาบันกวดวิชาของคุณแม่โดนฟ้องเรื่องผิดสัญญา ค่าปรับก้อนโตนี่... อืม ให้ผมช่วยคำนวณให้ไหมครับว่าต้องผ่อนส่งสักกี่ชาติถึงจะหมด" "ไอ้...ไอ้เด็กบ้า!" รินกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ อยากจะหยิกแขนกวนๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นไส้ เธอนั่งทรุดตัวลงกระแทกเก้าอี้ตามเดิมอย่างจำยอม ดวงตากลมโตฉายแววฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียกำลังโกรธ ธันย์แอบอมยิ้มกับท่าทางพองลมเหมือนปักเป้าของเธอ เขาแกล้งขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ สะอาดๆ ลอยมาแตะจมูกจนรินต้องเผลอชะงัก "เอาล่ะครับ ในเมื่อเราหนีความจริงไม่พ้น..." ธันย์เปิดสมุดโน้ตหน้าแรกออก ปากกาในมือหมุนวนไปมาอย่างคล่องแคล่ว "เรามาเริ่มบทเรียนแรกกันเลยดีกว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา... บทเรียนนี้มีชื่อว่า 'แรงดึงดูดระหว่างเรามันแปลกๆ นะครับ'" รินขมวดคิ้วมุ่น "ฮะ? บทเรียนบ้าอะไรชื่อโคตรลิเก ฟิสิกส์มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ อย่ามาอำนะ!" "มีจริงสครับ..." ธันย์หัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง "ในทางฟิสิกส์ แรงโน้มถ่วงหรือ Gravitational Force คือแรงดึงดูดระหว่างมวลสองมวล ยิ่งมวลมาก แรงดึงดูดก็ยิ่งมาก... เหมือนกับตัวคุณในตอนนี้ ที่ต่อให้พยายามหนีผมแค่ไหน แต่มวลความสวยและความน่ารักของคุณมันก็ดึงดูดให้ผมต้องมานั่งอยู่ตรงนี้ไงครับ" รินรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับมุกจีบสาวหน้าตายของอีกฝ่าย "นะ...นายพูดจาอะไรเนี่ย! เลี่ยนเป็นบ้า! เอาสาระสิฟะ ไหนว่าจะสอนฟิสิกส์ไม่ใช่รึไง!" รินรีบโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา พร้อมกับยกมือขึ้นพัดใบหน้าที่เริ่มแดงเรื่อของตัวเอง "ฮ่าๆ เขินเหรอครับ หน้าแดงใหญ่แล้วนะนั่น" ธันย์แซวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทว่าแฝงความอ่อนโยนเอาไว้จนรินเผลอใจเต้นแรงกว่าเดิม "โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วครับ งั้นเรามาดูสมการจริงๆ กันดีกว่า... คุณรินลองมองหน้าผมสิครับ" "มองทำไมเล่า หน้าตาน่าหมั่นไส้มีอะไรให้มอง" รินบ่นอุบ แต่ก็ยอมเงยหน้าขึ้นมองตามคำสั่ง "ในทางฟิสิกส์ การที่เรามองตากันแบบนี้... เรียกว่าการแลกเปลี่ยนโมเมนตัมครับ" ธันย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินต้องเอนหลังหนีแทบไม่ทัน "และรู้ไหมครับว่าทำไม... เวลาที่ผมเข้าใกล้คุณทีไร หัวใจผมถึงเต้นเร็วกว่าปกติทุกที ทั้งที่มันไม่ได้ทำตามกฎการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตันเลยสักนิด" รินอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด ไม่ใช่เพราะคิดเลขไม่ออก แต่เพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอมันใกล้เกินไปจนแทบจะสัมผัสลมหายใจได้อยู่แล้ว ดวงตาคู่นั้นของธันย์จริงจังเสียจนเธอไม่กล้าหลบตา "นะ...นิวตันอะไรของนาย เลิกพูดจาแปลกๆ ได้แล้ว!" รินเสียงสั่นระริก มือเรียวผลักไหล่กว้างของเขาเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ธันย์กลับไม่มีทีท่าว่าจะถอย บรรยากาศรอบตัวในห้องสมุดเงียบสงบลงทันf มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ กับเสียงหัวใจของรินเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหู ธันย์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มละมุนที่ทำเอาคนมองใจสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ "ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับคุณริน..." ธันย์กระซิบเสียงนุ่ม ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "เพราะตั้งแต่ที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม แรงดึงดูดระหว่างเรามันก็ไม่เคยเป็นไปตามกฎธรรมชาติเลย..." รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดกำกวมและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าติวเตอร์กับนักเรียน เธอกำมือแน่นจนเหงื่อซึม ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างประหม่าขั้นสุด ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของรินกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ *ติ๊ง!* หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นข้อความแชตไลน์ที่ธันย์พิมพ์ค้างไว้และเผลอกดส่งออกไปพอดี รินก้มมองข้อความนั้นโดยอัตโนมัติ และวินาทีต่อมา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้อ่านประโยคบนหน้าจอ *[ธันย์]: "ถ้าไม่อยากให้ผมจีbคุณไปมากกว่านี้... พรุ่งนี้ต้องเลี้ยงชานมไข่มุกผมด้วยนะครับที่รัก"* ธันย์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอกดส่งข้อความสารภาพความในใจผสมความหน้ามึนออกไป เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบพุ่งมือไปคว้าโทรศัพท์หมายจะกด "ยกเลิกข้อความ" ทันที แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว เพราะรินได้อ่านทุกตัวอักษรเต็มสองตา และตอนนี้เธอก็กำลังจ้องมองเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ จุดเริ่มต้นนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนฟิสิกส์สายกวนกับติวเตอร์สายเหวี่ยง: ภารกิจกู้โลกด้วยความรู้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%
แรงดึงดูดระหว่างเรามันแปลกๆ นะ — เซียนฟิสิกส์สายกวนกับติวเตอร์สายเหวี่ยง: ภารกิจกู้โลกด้วยความรู้ | yayni