กลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว ยามนี้กลับหนักอึ้งราวกับมีมวลสารบางอย่างกดทับอากาศจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณจะดื้อไปถึงไหนกันพาย"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเคลือบด้วยความเยชาและวาจาเชือดเฉือนในยามปกติ ทว่ายามนี้กลับแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ครามยันมือทั้งสองข้างลงกับขอบโต๊ะทำงาน กักตัวหญิงสาวไว้ในวงแขนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบของทุกความวุ่นวายที่ผ่านมา
พายชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวระลอกใหญ่ที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ปากก็ยังไม่วายรักษาสถิติความปากเก่งตามสไตล์
"ฉันไม่ได้ดื้อค่ะคุณคราม แค่กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง... ในเมื่อสถานะของเรามันชัดเจนตั้งแต่แรกว่าต่างคนต่างอยู่ แล้วทำไมคุณต้องทำเหมือน... เหมือนแคร์ฉันด้วยล่ะคะ"
"แคร์เหรอ?" ครามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นดูฝาดเฝื่อนจนน่าใจหาย ดวงตาคมเข้มทอประกายความเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความดุดันที่พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกแทบไม่มิด "เธอคิดว่าฉันว่างมากหรือไง ถึงได้คอยตามเช็ดตามล้างเรื่องไร้สาระพวกนี้ให้เด็กกะโหลกะกะลาอย่างเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะ..."
เขาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของหญิงสาวเพราะระยะห่างที่ใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง หัวใจของพายเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือจังหวะหัวใจที่ทรยศของเธอเองที่กำลังเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ครามมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดนิ่งนั่นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความโหยหาบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามอดกลั้นมาเนิ่นนาน มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของเธอแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้พายถึงกับสมองตื้อตัน พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"พาย..." ครามเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวของพายกรีดร้องลั่น แต่ม่านตาที่สะท้อนเงาของชายหนุ่มกลับดึงดูดให้เธอนิ่งงัน ปลายจมูกของเขากับเธอแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บของห้องทำงาน
ดวงตาคมปลาบมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความสับสน ริมฝีปากหยักลึกขยับเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ในชีวิต
"ความจริงแล้ว... ที่ฉันทำทั้งหมดนี่..." ครามเว้นจังหวะ เสียงหัวใจของเขาก็ดังสะท้อนก้องไม่แพ้กัน "มันไม่ใช่เพราะหน้าที่... แต่เป็นเพราะ..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันและมนต์สะกดทุกอย่างในห้องลงอย่างไร้ความปรานี
ครามสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดพุ่งพล่านจนน่ากลัว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปจัดการกับคนไร้มารยาทที่กล้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายของหัวใจ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่น
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางบอร์ดบริหารเรียกประชุมด่วนเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ที่หลุดไปเมื่อครู่... ทุกคนรอคุณอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ครับ!"
ครามหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อระงับอารมณ์คุกรุ่นที่กำลังปะทุ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจำใจ ก่อนจะก้มลงมองพายที่ยืนนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขน แววตาที่มองเธอยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยังพูดออกไปไม่หมด
"รอฉันตรงนี้..." ครามกระซิบเสียงต่ำชิดริมหูของเธออย่างคาดโทษ "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่พาย"
พูดจบทหารกล้าในนามท่านประธานหนุ่มก็จำต้องผละตัวออก เดินดุ่มๆ ผ่านหน้าเลขาหนุ่มออกไปจากห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายไปทั่วทางเดิน ทิ้งให้พายยืนพิงโต๊ะทำงาน หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าร้อนผ่าวราตะโกนบอกว่าหัวใจเธอกำลังจะระเบิดออกมาจริงๆ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง พายกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่บนพื้นพรมใกล้ขาโต๊ะทำงาน มันคือแฟ้มเอกสารลับที่เลขาคนเมื่อครู่ทำตกไว้ระหว่างทางเดิน และเมื่อเธอก้มลงเก็บ มันกลับไม่ใช่รายงานการประชุมธรรมดา... แต่มันคือเอกสารลับที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ที่กำลังจะฮุบกิจการบริษัทของคราม... และชื่อนั้นก็คือคนใกล้ตัวที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด!
รักนักอ่านทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจค่ะ
พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง•ตอนที่ 39
คำสารภาพที่สายเกินไป
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายกลายรักกับดักหัวใจคุณพี่ตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!