“ข้าบอกให้คายสมบัติของตระกูลออกมา! เจ้าศิษย์สวะชั้นต่ำ คิดว่าการเอาตัวบังไว้จะช่วยให้รอดพ้นจากความตายได้งั้นรึ?”
เสียงตวาดกร้าวระคนเหยียดหยามดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกที่พุ่งเข้าใส่กลางอกอย่างรุนแรง ไป๋เฉินรู้สึกราวกับร่างกายที่บอบช้ำอยู่เดิมถูกค้อนยักษ์ฟาดซ้ำจนกระดูกแทบแหลกละเอียด รสคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาจนท่วมปาก ก่อนที่ความเจ็บปวดอันมหาศาลจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เย็นเยียบดั่งห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง
ทว่า... ในวินาทีที่ความตายควรจะพรากวิญญาณไป กลับมีกระแสพลังสายหนึ่งที่เก่าแก่และเปี่ยมล้นด้วยความทะนง พลุ่งพล่านขึ้นมาจากจุดตันเถียนที่เคยตีบตัน
ไป๋เฉินลืมตาขึ้น
นัยน์ตาที่เคยหม่นแสงของเด็กหนุ่มผู้ต่ำต้อย บัดนี้กลับฉายประกายลึกล้ำราวกับดวงดาวในยามราตรีที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี เขาหอบหายใจอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดและละอองดินที่คลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงแดดที่ลอดผ่านรอยแตกของเพิงพักพังๆ ส่องกระทบลงบนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์
“ข้า... ยังไม่ตาย?”
เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ ไป๋เฉินกวาดสายตามองมือที่สั่นเทาของตนเอง ผิวหนังที่หยาบกร้านและบอบช้ำบอกเล่าเรื่องราวความทรมานที่เจ้าของร่างเดิมได้รับมาตลอดหลายเดือน เขาไม่ได้อยู่ในตำหนักมหาเทพบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอีกต่อไป แต่นี่คือร่างของศิษย์ตระกูลไป๋ที่ถูกขับออกจากสายเลือดหลัก เพียงเพราะพรสวรรค์ที่ตีบตันและอุบายสกปรกของคนในตระกูลที่ต้องการกำจัดเขาให้พ้นทาง
“ตื่นแล้วรึไอ้ขยะ! ลุกขึ้นมาตอบข้า! คัมภีร์อัคนีผลาญฟ้าอยู่ที่ไหน!”
เงาร่างหนึ่งทอดทับลงมา ไป๋เฉินเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเยือกเย็น ชายฉกรรจ์ผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวถือกระบี่เหล็กกล้าเงื้อง่าอยู่เหนือหัว นี่คือ ‘ไป๋เฟิง’ ลูกพี่ลูกน้องผู้มีใจคอเหี้ยมโหดที่จ้องจะเหยียบย่ำเขามาตลอด
ไป๋เฉินแค่นยิ้ม มุมปากที่แตกละเอียดมีเลือดไหลซึม แต่ทว่าแววตาของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวดุจหุบเขาที่ไร้ลมหายใจ
“สมบัติ... ที่พวกเจ้าปรารถนา” ไป๋เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสวดบทกวีท่ามกลางพายุคลั่ง “เพียงเศษขยะที่เจ้าหวงแหน กลับต้องแลกด้วยความตายของคนนับสิบ... ช่างเป็นราคาที่ถูกเหลือเกิน”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” ไป๋เฟิงหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ มันฟาดกระบี่ลงมาหมายจะปลิดชีวิตศิษย์สวะผู้นี้ให้สิ้นซากในคราเดียว
ในเสี้ยววินาทีนั้น สัญชาตญาณมหาเทพของไป๋เฉินทำงานโดยอัตโนมัติ ร่างกายที่ดูเหมือนอ่อนแอขยับเขยื้อนด้วยท่วงท่าที่ซับซ้อนและงดงามราวกับวิหคที่ร่ายรำท่ามกลางพายุฝน เขาเบี่ยงตัวหลบคมกระบี่เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะดีดนิ้วเข้าที่จุดชีพจรข้อมือของไป๋เฟิงอย่างแม่นยำ
*เคร้ง!*
กระบี่เหล็กกล้าหลุดจากมือกระแทกพื้นดังสนั่น ไป๋เฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มันไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์ที่ไร้พลังปราณถึงสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วและร้ายกาจถึงเพียงนี้
“เจ้า... เจ้าใช้กลอุบายอะไร!”
ไป๋เฉินไม่ตอบ เขาหยัดกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะรวดร้าวเพียงใด แต่จิตวิญญาณแห่งเซียนกระบี่ไร้พ่ายกลับตื่นขึ้นอย่างเต็มภาคภูมิ เขามองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดปลวก “คนผู้นี้ตายไปนานแล้ว... บัดนี้ ร่างกายนี้เป็นของข้า ไป๋เฉินผู้ที่จะไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใดอีกต่อไป”
ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลจากภายนอกพุ่งตรงเข้ามายังกระท่อมผุพัง ผนังไม้ที่ถูกปลวกกินพังครืนลงมาเป็นเสี่ยงๆ
หญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้า นางสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะ ใบหน้างามล่มเมืองนั้นเยือกเย็นดุจหยกสลัก ในมือถือกระบี่น้ำแข็งร้อยปีที่แผ่ไอเย็นเยือกจนหยดน้ำค้างรอบข้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง มู่หรงเสวี่ยแห่งวังมัจฉาเมฆา ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองไปที่ไป๋เฉินด้วยความฉงนปนรังเกียจ
“เจ้าคือคนของตระกูลไป๋ที่ขโมยของวิเศษสำนักไปสินะ...” น้ำเสียงของนางเย็นชาบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก “ส่งของชิ้นนั้นมา แล้วข้าจะเมตตาปลิดชีวิตเจ้าอย่างทรมานน้อยที่สุด”
ไป๋เฉินมองหญิงสาวผู้มีชะตากรรมผูกพันกับเขาอย่างมิอาจเลี่ยงในอดีตชาติ ความทรงจำอันขมขื่นและงดงามพรั่งพรูเข้ามาในจิตใจ เขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีสังหารของนาง กลับกันเขากลับก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังลมปราณที่เริ่มไหลเวียนในเส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นกลับถูกรวบรวมด้วยเคล็ดวิชาลึกลับที่เหลือเพียงเขาคนเดียวในใต้หล้านี้ที่จดจำได้
“หากเจ้าอยากได้ชีวิตข้า...” ไป๋เฉินขยับมือหยิบเศษกิ่งไม้ข้างกายขึ้นมาถือไว้แทนกระบี่ ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สง่างาม ทรงพลัง และทะนงตนดุจมังกรที่หวนคืนสู่ภพภูมิ “ก็ลองเข้ามาพิสูจน์ดูว่า กระบี่ของนางเซียน หรือจะเหนือกว่า วิถีแห่งเซียนกระบี่ที่ข้าบำเพ็ญมา!”
สิ้นคำพูด กระแสลมพายุหมุนวนรอบตัวของไป๋เฉิน กิ่งไม้ในมือสั่นสะเทือนตามจังหวะชีพจรที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน
มู่หรงเสวี่ยชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสีฟ้าครามวูบวาบไปทั่วบริเวณ ความกดดันระดับเซียนพุ่งเข้าทับถมจนพื้นดินแตกระแหง
ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ของนางกำลังจะแตะถึงคอหอยของไป๋เฉิน ท้องฟ้าเบื้องบนกลับคำรามลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย สายฟ้าสีเลือดสายหนึ่งผ่าลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี!
มังกรครามท่องภพขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้ด้วยนะครับ
เซียนกระบี่ไร้พ่าย ทะยานม่านสวรรค์•ตอนที่ 1
วิญญาณหวนคืน
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้พ่าย ทะยานม่านสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
