กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของค่ายกลอัสนีบาต ประกายสายฟ้าสีเลือดสาดส่องกระทบใบหน้าซีดขาวของมู่หรงเสวี่ยจนสะท้อนเป็นสีแดงฉาน นางเซียนผู้สูงส่งแห่งวังมัจฉาเมฆายังคงถือกระบี่น้ำแข็งร้อยปีค้างไว้กลางอากาศ ปลายคมกระบี่ห่างจากลำคอของไป๋เฉินเพียงมิลลิเมตรเดียว ทว่า ร่างกายของนางกลับแข็งค้างดั่งถูกสาปด้วยมนตราโบราณ
แรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ในร่างของศิษย์สวะตระกูลไป๋ ระเบิดออกราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลาย!
"เจ้า..." มู่หรงเสวี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตางามเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณอันเกรี้ยวกราดที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่มเบื้องหน้า ปราณคู่นั้นมิใช่พลังยุทธ์ระดับต่ำต้อยที่นางเคยดูแคลน แต่มันคือมห1าสมุทรแห่งจิตวิญญาณอันไร้ขอบเขต ที่เพียงแค่ลมหายใจเดียวก็สามารถบดขยี้กระดูกของนางให้แหลกละเอียดเป็นจุล
ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองคมกระบี่ที่จ่ออยู่ ดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬล้ำลึก ไร้ซึ่งประกายแห่งความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีและความเย่อหยิ่งจองหองที่กดขี่สวรรค์และปฐพี
ตูม!
สายฟ้าสีเลือดเส้นที่สองฟาดผ่าลงมากลางลานประลอง แรงระเบิดแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แผดเผาพื้นศิลาจนหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน มู่หรงเสวี่ยถูกคลื่นกระแทกซัดจนร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ สายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของนาง แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่นางกลับไม่ละสายตาไปจากบุรุษผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและฉงนสนเท่ห์เข้าเกาะกุมหัวใจดวงน้อย
*เขาเป็นใครกันแน่... เหตุใดข้าจึงรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิผู้ครองสวรรค์?*
ในขณะเดียวกัน ไป๋เฉินหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้สายฟ้าสีเลือดอาบไล้ทั่วร่าง ประหนึ่งอัสนีบาตกำลังชำระล้างและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบแห่งมหาเทพ ทันใดนั้น ความทรงจำอันยาวนานนับหมื่นปีก็ไหลทะลักเข้าสู่ห้วงสมองดั่งกระแสน้ำป่า
ภาพสงครามมหาเทพสะท้านภพ ภาพเหล่าทวยเทพและปีศาจร่วงหล่นดั่งใบไม้ร่วง ภาพความทรยศหักหลังของสหายสนิท และภาพโลหิตที่นองท่วมเก้าชั้นฟ้า... ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของไป๋เฉินแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะการหมุนวนของวัฏสงสาร
วิชา [เคล็ดกระบี่กลืนวิญญาณ] เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ!
พลังงานฟ้าดินรอบรัศมีสือหลี้ (สิบลี้) ถูกดึงดูดเข้ามาหาเขาราวกับพายุหมุน มวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายมังกรคำราม พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกนับพันสาย พลังธรรมชาติทั้งธาตุหยินและหยางถูกกลืนกินเข้ามาในตันtian (จุดตันเถียน) ของไป๋เฉินอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายที่เคยผอมแห้งแรงน้อยค่อยๆ ขยายออก กล้ามเนื้อทุกมัดถูกหล่อหลอมใหม่ด้วยปราณเทวะจนสมบูรณ์แบบ ไหล่กว้างผึ่งผายและแผ่นหลังที่ตั้งตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้า
เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นหวั่นไหว ขอบเขตพลังยุทธ์ของเขาพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดดจากขั้นรวบรวมลมปราณทะลวงผ่านขั้นก่อเกิดวิญญาณ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่แค่นั้น!
*ยังไม่พอ... วิญญาณของข้ายังต้องการมากกว่านี้!* ไป๋เฉินคำรามก้องในใจ
มู่หรงเสวี่ยที่ฝืนประคองร่างขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ต้องเบิกตากว้างจนแทบถล่นเมื่อพบว่า พลังปราณรอบตัวนางกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของไป๋เฉินเช่นกัน กระบี่น้ำแข็งร้อยปีในมือสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีชีวิต มันพยายามจะหลุดจากการควบคุมของนางเพื่อพุ่งเข้าหาชายหนุ่ม
"หยุดนะ..." นางกัดฟันกรอด ฝืนโคจรลมปราณต้านทานแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทว่า ยิ่งนางต้านทานมากเท่าไหร่ เลือดในกายก็ยิ่งปั่นป่วนมากเท่านั้น ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติอาบไล้ด้วยเหงื่อกาฬ
ชั่วพริบตานั้น ไป๋เฉินลืมตาขึ้น!
ดวงตาสองข้างของเขาเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามและสีดำสนิทสลับกันไปมา รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกไปทั่วทิศทางจนยอดเขาไท่ซานทั้งลูกสั่นสะเทือน เหล่าศิษย์ตระกูลไป๋และผู้อาวุโสที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง กระอักเลือดออกมาคำโตด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจกดขี่ที่เหนือล้ำกว่าสามัญสำนึก
ไป๋เฉินก้มมองมือทั้งสองข้างของตนเอง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"หมื่นปีผ่านไป... ในที่สุด ข้าก็กลับมา" เสียงของเขาแหบพร่าแตบทรงพลัง ราวกับเสียงก้องมาจากห้วงอเวจี
ทว่า ในวินาทีที่พายุพลังงานกำลังจะสงบลง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยคำรามด้วยสายฟ้าสีเลือด กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สุ้มเสียง เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวลึกดั่งปากอสูรยักษ์ และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น—
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่ง ร่วงหล่นลงมาจากใจกลางมณฑลเมฆทมิฬอย่างเชื่องช้า ราวกับเทพเซียนที่ถูกขับไล่ออกจากสรวงสวรรค์
มู่หรงเสวี่ยหันไปมองตามสัญชาตญาณ เมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับใบหน้าของร่างที่ร่วงหล่นลงมา ดวงตาก็ค้างเติ่ง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือดทันที นางพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ทะ... ท่านอาจารย์... เป็นไปได้อย่างไรกัน?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงมหาศึกบำเพ็ญเพียรไปพร้อมกับข้าพเจ้า มังกรครามท่องภพ จะขอร้อยเรียงคมกระบี่และสัจธรรมแห่งยุทธภพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในตอนต่อไปครับ
เซียนกระบี่ไร้พ่าย ทะยานม่านสวรรค์•ตอนที่ 2
เคล็ดกระบี่กลืนวิญญาณ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ไร้พ่าย ทะยานม่านสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
