แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะสะเทือนจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย ศิรินทร์ไม่ได้สะดุ้งตosaแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ปลายเรียวนิ้วเปิดหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ระบุตัวเลขเปอร์เซ็นต์การถือครองหุ้นอย่างไม่รีเวลาร้อน
"คุณทำบ้าอะไรลงไป ศิรินทร์!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้เจือปนไปด้วยความตื่นตระหนกและร่องรอยของความอ่อนล้า ธาวินยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ สองมือยันพื้นกระจกโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชากับเธอในอดีต บัดนี้มีแต่แววตาเวทนาและสับสนระคนกัน
ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี ช้าๆ... แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นยะเยือกจนน่ากลัว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบที่เคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบ
"ฉันทำในสิ่งที่นักธุรกิจพึงกระทำค่ะ ท่านประธานธาวิน" เสียงหวานใสแต่บาดลึกเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน "ในเมื่อเก้าอี้ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองว่างลง และไม่มีใครกล้าควักเงินก้อนโตมาซื้อต่อ... ฉันในฐานะนักลงทุนอิสระ ก็แค่ใช้เงินส่วนตัวคว้ามันไว้ น่าแปลกใจตรงไหนคะ หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าอำนาจเบ็ดเสร็จในบริษัทที่คุณเคยใช้เหยียบย่ำคนอื่น จะถูกคนไร้ค่าในอดีตอย่างฉันมาแชร์ส่วนแบ่งไป?"
ธาวินกรามกระตุกแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความโกรธระคนเจ็บปวด เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำไม่ใช่แค่เกมธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงคราม สงครามที่เธอตั้งใจจะทวงคืนทุกอย่าง... ทุกหยดน้ำตา ทุกความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้บนหลังคาเรือนหอหลังนั้น
แต่ก่อนที่ธาวินจะได้เอ่ยคำใดแก้ตัว ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของหญิงสูงวัยในชุดสูทผ้าไหมปักดิ้นทองเดินเชิดหน้าเข้ามาด้วยท่าทีทรงอำนาจ ตามด้วยเลขานุการหน้าซีดที่พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล
"คุณแม่..." ธาวินอุทานออกมาด้วยความตกใจ
คุณหญิงกานดา กวาดสายตามองลูกชายตัวเองด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันมาจดจ้องศิรินทร์ด้วยสายตาเหยียดหยามเช่นเดิม เหมือนเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
"ไม่ต้องเรียกฉันด้วยน้ำเสียงแบบนั้นหรอกธาวิน แกนี่มันโง่เง่าสิ้นดี ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ไต่เต้าจนขึ้นมานั่งหายใจรดต้นคอครอบครัวเราได้ยังไง!" คุณหญิงกานดาตวัดสายตาคมกริบมาที่ศิรินทร์ "ส่วนเธอ... ศิรินทร์ เลิกเล่นเกมเด็กน้อยแบบนี้ได้แล้ว คิดว่าการซื้อหุ้นกระจิ๋วหลิวแค่นี้จะทำให้เธอมีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับตระกูลวรกุลอย่างงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
ศิรินทร์ค่อยๆ ล้วงผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อสูท บรรจงเช็ดมือทั้งสองข้างอย่างใจเย็น ราวกับว่าเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เธอต้องใส่ใจ เธอผSกศีรษะขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มเย็นเยียบให้ผู้อาวุโส
"คุณหญิงคะ... กรุณาใช้คำพูดให้เกียรติผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทด้วยค่ะ หุ้นในมือฉันตอนนี้ ไม่ใช่แค่ 'กระจิ๋วหลิว' อย่างที่คุณเข้าใจห แต่มันมากพอที่จะสั่นคลอนตำแหน่งประธานบริษัทของลูกชายคุณ หรือแม้แต่จะโหวตปลดบอร์ดบริหารบางคนที่ไร้ความสามารถออกไปได้ทันที... คุณยังคิดว่าฉันกำลังเล่นสนุกอยู่เหรอคะ?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้คุณหญิงกานดาหน้าชาไปชั่วขณะ ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก
"เธอ... นังเด็กอกตัญญู! แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า ที่ธาวินเคยเมตตาเก็บมาเลี้ยงให้มีหน้ามีตาในสังคม แต่ตอนนี้กลับแว้งกัดผู้มีพระคุณ!"
"มีพระคุณ?" ศิรินทร์ทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอ แต่มันไม่ได้มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความขมขื่นและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย "พระคุณที่คุณว่า คือการส่งคนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน วันที่ฉันแท้งลูกในท้อง... วันที่คุณสั่งให้ฉันไสหัวออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่มีแม้แต่เศษเงินติดตัวเหรอคะ?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธาวินสะอึกเฮือก หัวใจของเขาเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนแหลกสลาย ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เขาจำได้แม่น... วันที่เขาเดินออกจากบ้านโดยไม่สนคำอ้อนวอนของภรรยา วันที่เขาปล่อยให้แม่ของตัวเองขับไล่ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ออกไปเผชิญมรสุมชีวิตลำพัง
"ศิรินทร์..." ธาวินละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "เรื่องในอดีต... ฉันขอโทษ... ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง ขอร้องล่ะ อย่าเอาเรื่องครอบครัวมาปะปนกับธุรกิจเลยนะ"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาขอร้องฉันค่ะ ธาวิน" ศิรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากท่าทีที่เด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นของเธอทำให้สองแม่ลูกถึงกับผงถอยหลังไปครึ่งก้าว "และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้มาเพื่อทวงคืนบริษัทเน่าๆ นี่หรอกค่ะ สิ่งที่ฉันต้องการ... คือการทำให้พวกคุณได้ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวัง... แบบที่ฉันเคยได้รับเมื่อสามปีก่อนต่างหาก!"
คุณหญิงกานดากัดฟันกรอด ชี้หน้าศิรินทร์ด้วยความแค้นเคือง "แกคิดว่าแกแน่มากใช่ไหมศิรินทร์? คิดว่าถือหุ้นแค่นี้แล้วจะทำอะไรตระกูลเราได้เหรอ จำไว้ว่าอำนาจที่แท้จริงมันไม่ได้อยู่ที่กระดาษพวกนี้ แต่อยู่ที่สายเลือด! และถ้าแกคิดจะทำลายลูกชายฉัน ฉันนี่แหละจะกระชากหน้ากากผู้ดีปลอมๆ ของแกให้สังคมได้เห็น!"
"เชิญตามสบายเลยค่ะ" ศิรินทร์ยกย่องมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "แต่อย่าลืมนะคะ ว่าตอนนี้คนที่จะพัง... ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นอาณาจักรที่คุณภาคภูมิใจนักหนาต่างหากล่ะคะ"
เธอกวาดเอกสารทั้งหมดใส่แฟ้ม ปิดมันลงเสียงดังปัง ก่อนจะเดินผ่านร่างของธาวินและคุณหญิงกานดาไปอย่างไม่ไยดี ไหล่เรียวบางเฉียดผ่านไหล่กว้างของอดีตสามีที่ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย็นชาที่คุ้นเคยลอยผ่านจมูกเขาไป ทิ้งไว้เพียงความเวิ้งว้างและความหนาบเหน็บในอกที่ไม่มีวันรักษาหาย
ธาวินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง มือหนากุมขมับแน่น น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตไหลรินออกมาเงียบๆ เขารู้แล้วว่าเขาสูญเสียเธอไปอย่างแท้จริง... สูญเสียตลอดกาล
แต่ทว่า... ในขณะที่ความมืดมนกำลังครอบงำจิตใจของประธานหนุ่ม เสียงเคาะประตูห้องทำงานเบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของเลขาคนสนิทที่เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ยิ่งกว่าตอนที่เห็นเอกสารหุ้นเสียอีก
"ท่านประธานครับ... คือ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณที่ห้องรับแขกชั้นล่างครับ เขาบอกว่าเป็น... เป็น..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เป็นผู้ปกครองของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่... ที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับคุณราวกับแกะ... และเขากำลังถือใบสูติบัตรที่มีชื่อของคุณเป็นพ่อแท้ๆ ครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับมรสุมหัวใจของศิรินทร์ในบทนี้นะคะ
มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี•ตอนที่ 21
ศัตรูร่วมสายเลือด
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมที่พัดผ่านหัวใจอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!