คมดาบที่พาดผ่านความมืดไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยยิ้มของบุรุษที่ก้าวออกมาจากเงาไม้ เซี่ยฉีฉีสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด สมองที่ประมวลผลคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วนกลับต้องมาสะดุดกึกกับสถานการณ์ตรงหน้า เงาร่างขององครักษ์เงาในชุดดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่โชยมาตามลมราตรี
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... ใต้เท้าเหยียงยังอุตส่าห์มีใจสุนทรีย์พาฮูหยินมาเดินชมจันทร์ถึงนอกเมืองเชียวหรือ"
น้ำเสียงเยียบเย็นที่เอ่ยทักทายนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอ๋องเฉินอี้ ผู้ซึ่งควรจะเก็บตัวเงียบอยู่จวนชั่วคราวหลังถูกนางหักหน้าในคดีคลังหลวง ทว่าเวลานี้เขากลับยืนขวางทางออกตรอกด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับพญาเสือที่กำลังรอตะครุบเหยื่อในกรง
เซี่ยฉีฉีก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับกำแพงอกแกร่งของใครบางคนเข้าอย่างจัง ไออุ่นคุ้นเคยจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเกลียดชังคำทำนายแผ่ซ่านทะลุกระชั้นชิด เหยียนหยางขยับตัวบังนางไว้ครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายโดยสัญชาตญาณ สัญชาตญาณนักรบกรกตเตือนภัยขั้นสูงสุด
"บัง ภูn" เหยียนหยางเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังอ๋องเฉินอี้ "สถานที่อับทึบไร้ผู้คนเช่นนี้ คงไม่ใช่รสนิยมแปลกประหลาดของท่านอ๋องที่ชอบออกมาเดินเล่นหรอกกระมัง"
อ๋องเฉินอี้หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนขนลุก "ท่านแม่ทัพเหยียนช่างพูดจาหยอกเย้าเก่งกาจนัก ข้าเพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของแม่นางเซี่ย... สตรีที่รู้มากเกินไป มักมีอายุไขสั้นกว่าคนทั่วไปเสมอ มิใช่หรือ"
คำขู่คุกคามนั้นพุ่งตรงมาที่นางอย่างไม่ปิดบัง เซี่ยฉีฉีเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความดื้อรั้น นางสูดลมหายใจก่อนจะโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังไหล่กว้างของเหยียนหยาง พร้อมสวนกลับด้วยรอยยิ้มหวานหยดแต่เชือดเฉือน
"หม่อมฉันขอบพระทัยในความกรุณาของท่านอ๋องเสียจริงเพคะที่ทรงเป็นห่วงอายุไขของหม่อมฉัน... แต่หากจะให้ดี ท่านอ๋องควรเอาเวลาว่างอันมีค่านี้ไปนั่งทบทวนบัญชีส่วยที่ซุกซ่อนไว้ใต้พื้นเรือนเสียจะดีกว่า เผื่อว่ายมบาลท่านจะเมตตาลดหย่อนโทษทัณฑ์ให้ท่านได้บ้าง"
รอยยิ้มบนใบหน้าของอ๋องเฉินอี้แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมปลาทูฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าก็ถูกกลบเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มเสแสร้งอย่างรวดเร็ว
"ปากเก่งนัก... หวังว่าเมื่อถึงเวลาที่ความจริงเปิดเผย เจ้าจะยังรักษาความอวดดีนี้ไว้ได้" อ๋องเฉินอี้สะบัดชายแขนเสื้อส่งสัญญาณมือ ทันใดนั้น เงาร่างสีดำนับสิบก็กระโจนลงมาจากหลังคาปิดล้อมทั้งสองไว้ทุกด้าน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยดเป็นหยาดน้ำแข็ง
เหยียนหยางไม่รอช้า กระบี่ในฝักถูกชักออกด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ แสงจันทร์สะท้อนคมดาบวับวาม บังเกิดรัศมีสังหารแผ่ซ่ายรอบตัว "ฉีฉี... ถอยไป"
น้ำเสียงของเขาห้วนสั้นและเจือด้วยความกังวลอย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยแสดงออกมาก่อน เซี่ยฉีฉีกัดริมฝีปาก นางรู้ดีว่าตนเองมีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเขาหากดึงดันจะอยู่ตรงนี้ จึงพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วถอยร่นไปชิดผนังตึกเก่าตามคำสั่ง
ศึกตะลุมบอนกลางตรอกมืดระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที เหยียนหยางราวกับเทพสงครามที่หลุดออกมาจากภาพวาดกระบี่ในมือวาดลวดลายพริ้วไหวแต่ดุดัน ทุกกระบวนท่ามีความเด็ดขาดและแม่นยำ เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นเข้ากับผนังอิฐเก่า ทว่าจำนวนศัตรูที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายทำให้แม่ทัพหนุ่มเริ่มมีแผลถลอกตามลำตัวจากคมดาบที่ลอบโจมตีจากมุมอับ
เซี่ยฉีฉีมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว มือเรียวเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ นางกวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็วด้วยตรรกะอันเฉียบคม มองหาจุดอ่อนของกระบวนทัพเงาเหล่านี้... *ทิศตะวันตกเฉียงใต้!* ตรงนั้นมีเสาไม้ค้ำยันโครงสร้างเก่าที่ผุกร่อนอยู่ หากทำให้มันล้มลง แรงกระแทกจะปิดกั้นทางเข้าออกและลดทอนกำลังพลของฝ่ายตรงข้ามได้ครึ่งหนึ่ง!
นางไม่ลังเลที่จะคว้าก้อนหินขนาดใหญ่ข้างกายแล้ววิ่งตรงไปยังเสาไม้ต้นนั้นทันที
"เจ้าบ้าเอ๊ย! อย่ารนหาที่ตายนะ!" เหยียนหยางที่หางตาเหลือบไปเห็นร่างเล็กพุ่งเข้าไปในวงล้อมถึงกับสบถออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับศัตรูร้อยนาย
แม่ทัพหนุ่มสะบัดกระบี่ฟันศัตรูขาดสองท่อนในดาบเดียวแล้วพุ่งทะยานราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อเข้าไปหาหญิงสาวทันที ทว่าช้าไปเสี้ยววินาที เมื่อองครักษ์เงาคนหนึ่งเงื้อง้าวเข้าหาเซี่ยฉีฉีที่กำลังออกแรงผลักเสาไม้
"ระวัง!" เหยียนหยางพุ่งเข้าประชิดตัวนางพร้อมกับใช้แผ่นหลังของตนเองรับคมดาบแทนนางเต็มแรง!
*ฉึก!*
เสียงเนื้อกระทบคมดาบดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ เซี่ยฉีฉีเบิกตากว้าง ร่างบางถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษที่นางแสนคุ้นชิน ทั่วทั้งร่างของนางชาวาบ สมองขาวโพลนไปหมดชั่วขณะ
"เหยียนหยาง!" นางหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว เสียงนั้นสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ระเบิดมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เหยียนหยางกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงเล็กน้อยจากพิษบาดแผล ทว่าเขากลับไม่ได้สนใจแผลที่หลังเลยแม้แต่น้อย มือหนายกขึ้นประคองใบหน้านวลของนางไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่คนปากแข็งไม่มีวันยอมรับ
"เจ้า... แม่นางโง่เง่า..." เหยียนหยางเค้นเสียงดุออกมาทั้งที่เลือดไหลซึมอาบท่อนแขน "บอกให้ถอยไปไกลๆ เหตุใดจึงดื้อดึงนัก อยากลองดีกับยมบาลนักหรือไง!"
เซี่ยฉีฉีน้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น นางอยากจะเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามนิสัยเดิม ทว่าพอมองเห็นรอยเลือดที่ซึมผ่านชุดผ้าสีเข้มของเขา หัวใจเจ้ากรรมกลับบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบ
"ท่านมันคนซื่อบื้อ..." นางพึมพำเสียงสั่น หยดน้ำใสเอ่อล้นคลอหน่วยตา "ใครใช้ให้ท่านมารับดาบแทนข้าเล่า! หากท่านเป็นอะไรไป ข้า... ข้าจะไปหาคนเถียงด้วยที่ไหนอีก!"
เหยียนหยางชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดตัดพ้อที่เจือความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังนั้น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ฝืนความเจ็บปวด "เป็นห่วงข้าหรือไง... ยายตัวแสบ"
"ใครเป็นห่วงท่านกัน! หลงตัวเองสิ้นดี!" นางรีบปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำลามไปถึงใบหู ทว่ามือเล็กกลับเอื้อมไปช่วยประคองเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างลืมตัว เพื่อไม่ให้ร่างสูงทรุดฮวบลงไปกับพื้น
ในจังหวะนั้นเอง อ๋องเฉินอี้ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ยามราตรีสะท้อนแววตาร้ายกาจ
"ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง..." อ๋องเฉินอี้ก้าวเข้ามาใกล้ ชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ "ในเมื่อท่านแม่ทัพบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ การส่งพวกท่านเดินทางไปปรโลกพร้อมกัน คงเป็นหนทางเดียวที่จะยุติปัญหาทุกอย่างได้... ลาภอันประเสริฐ!"
สิ้นคำสั่ง เงารอบด้านก็พุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมกันทั้งสี่ทิศทาง ปิดตายทุกเส้นทางหนี เหยียนหยางรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กระชับกระบี่ในมือเตรียมต้อนรับการโจมตีระลอกสุดท้าย ทว่าก่อนที่คมดาบของศัตรูจะมาถึงตัว แสงไฟสว่างวาบก็สาดส่องมาจากปากตรอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยที่วิ่งกรูเข้ามาล้อมวงพวกมันไว้อีกชั้นหนึ่ง!
"บัง ภูn! ใครกล้าทำร้ายท่านแม่ทัพ!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างของแม่ทัพรองผู้หนึ่งที่นำกำลังทหารหลวงบุกเข้ามาพังวงล้อม อ๋องเฉินอี้หน้าถอดสีทันทีเมื่อสถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา
เหยียนหยางผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ร่างสูงพิงน้ำหนักส่วนใหญ่ลงมาที่เซี่ยฉีฉีอย่างหมดแรง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้ใบหูของหญิงสาว จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง
"ดูเหมือนว่า... วันนี้ข้าคงยังตายไม่ได้หรอกนะ" เหยียนหยางกระซิบเสียงพร่า แววตาสื่อความหมายล้ำลึกที่ทำเอาหัวใจนางเต้นผิดจังหวะ "เพราะบัญชีหนี้รักที่ติดค้างเจ้า... ข้ายังไม่ได้ชำระให้หมดเลยสักนิดเดียว"
เซี่ยฉีฉีเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากด่าทอความเจ้าเล่ห์ของเขา สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำลึกลับที่แอบซ่อนอยู่บนหลังคาเหนือศีรษะของอ๋องเฉินอี้—ลูกศรอาบยาพิษนับสถูกเล็งตรงมาที่กลางหลังของเหยียนหยางโดยที่เขาไม่ทันระวังตัว!
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เสี่ยวเถาฮวา" เสมอมานะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา•ตอนที่ 15
คนซื่อบื้อที่รักไม่เป็น
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้คว่ำกระดานชะตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!