เสียงกุกกักของถ้วยกาแฟเซรามิกที่วางกระแทกกับพื้นโต๊ะกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ ไม่ได้ดังพอจะกลบความเงียบอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างเราสองคนได้เลยค่ะ
“ฉันแค่คิดว่า... ตรรกะของโปรเจกต์นี้มันกำลังพยายามอธิบายสิ่งที่ตรรกะอธิบายไม่ได้” ลลินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความมั่น
คงไว้ แต่นัยน์ตากลมโตคู่สวยกลับหลบเลี่ยงการสบตา เข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาสามทุ่มตรง—เวลาที่ควรจะเป็นแค่ช่วงเวลาทำงานล่วงเวลาธรรมดา หากไม่ใช่เพราะความทรงจำจากค่ำคืนก่อนยังคงร้อนระอุอยู่ในฝ่ามือของฉัน
*“อย่าขยับ... และจับมือผมไว้แน่นๆ”*
ประโยคคำสั่งเจือความห่วงใยที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของธวินในห้องเซิร์ฟเวอร์มืดสนิทคืนนั้น ยังคงวนเวียนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่การกระทำเพื่อความปลอดภัยยามเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร แต่มันคือรอยร้าวที่เปิดช่องให้ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่นอกเหนือสมการทางคณิตศาสตร์แทรกตัวเข้ามา
ธวินในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ยเนคไทออกเล็กน้อย นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟจากจอโน้ตบุ๊ก ดวงตาคมกราบกวาดมองโค้ดบรรทัดสุดท้ายด้วยความนิ่งสนิท—ความนิ่งที่ลลินรู้ดีว่าเป็นเกราะป้องกันตัวชั้นเยี่ยมของเขา
“อัลกอริทึมไม่ได้พยายามอธิบายความรู้สึกครับ มันกำลังคำนวณความเสี่ยง” ธวินตอบเสียงเรียบ
น้ำเสียงนั้นราบ1เรียบจนน่าหมั่นไส้ แต่หากสังเกตให้ดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังเคาะบนแป้นพิมพ์กลับหยุดชะงักไปเสี้ยววินาทีเมื่อเขาพูดถึง ‘ความเสี่ยง’ ที่ว่า
“ความเสี่ยงเหรอคะ?” ลลินแค่นหัวเราะเบาๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นโครงหน้าด้านข้าง “สำหรับคุณ ธวิน ทุกอย่างบนโลกนี้คงเป็นสมการที่มีตัวแปรควบคุมสินะคะ แม้แต่... เรื่องของเรา”
เธอจงใจใช้คำว่า ‘เรื่องของเรา’ เป็นครั้งแรก
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันอัดแน่นไปด้วยแรงเสียดทานทางอารมณ์ระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วความคิด—คนหนึ่งใช้ชีวิตด้วยตัวเลข ส่วนอีกคนใช้หัวใจนำทาง
“คุณกำลังเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับงาน ลลิน” ธวินเงยหน้าขึ้น สบตาเธอนิ่งสนิท แววตาคู่นั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนเคย แต่มันมีความไหววี้ดบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก “และนั่นคือตัวแปรที่ระบบของเราไม่รองรับ”
“ถ้าระบบมันฉลาดนัก ทำไมคุณถึงยัง...”
ลลินชะงักคำพูดไว้ริมฝีปาก หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัวที่จะพูดความจริงออกไป กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลงด้วยมือของเธอเอง แต่สายตาคมกริบของธวินที่มองตรงมา กลับไม่ได้กดดันให้ถอย เขากลับโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเราลดลงโดยปริยาย
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งหลุดออกจากภวังค์ ลลินรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันไปมอง
ร่างสูงโปร่งของ ‘กรณ์’ หัวหน้าฝ่ายการตลาดก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มกึ่งรู้ทันที่ฉาบอยู่บนใบหน้า สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มันกวาดมองตั้งแต่ถ้วยกาแฟสองแก้วที่ตั้งอยู่ใกล้กันเกินความจำเป็น ไปจนถึงระยะห่างระหว่างเก้าอี้ของเธอกับธวิน
“อ้าว ยังทำงานกันอยู่เหรอครับ ดึกป่านนี้แล้ว” กรณ์เอ่ยทัก น้ำเสียงเจือความนัยประหลาด “ผมนึกว่าทีมครีเอทีฟกับทีมเดฟจะกลับกันไปหมดแล้วซะอีก เห็นรถจอดคู่กันอยู่ที่ลานจอดรถโซน VIP ตั้งแต่หัวค่ำ”
ลลินรู้สึกได้ว่าเลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “เราแค่ออกแบบอินเทอร์เฟซรอบสุดท้ายน่ะค่ะกรณ์ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะถึงมาดึกขนาดนี้”
“เปล่าหรอกครับ ผมแค่จะเอาเอกสารงบประมาณมาให้ธวินเซ็นอนุมัติพรุ่งนี้เช้า... แต่ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?” กรณ์ปรายตามองธวินที่ยังคงนั่งนิ่ง สีหน้าของชายหนุ่มยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก แต่ดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
“คุณไม่ได้ขัดจังหวะอะไร กรณ์” ธวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “วางเอกสารไว้ตรงนั้น แล้วคุณก็กลับไปได้แล้ว งานส่วนนี้เราเคลียร์กันจบแล้ว”
กรณ์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ครับๆ ธวิน... แต่ผมว่านะ ช่วงนี้คนในออฟฟิศเริ่มพูดกันหนาหูแล้วล่ะครับว่า คู่กัดอันดับหนึ่งอย่างคุณกับลลิน ดูจะมี ‘เคมี’ ที่แปลกไปจากเดิมเยอะเลย ระวังตัวหน่อยนะครับ เดี๋ยวอัลกอริทึมความลับบริษัทจะรั่วไหลเอา”
พูดจบ กรณ์ก็วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง ทิ้งความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิมไว้เบื้องหลัง
ลลินถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบื้องหน้า “เห็นไหมคะ... ฉันบอกแล้วว่าคนอื่นเริ่มสังเกตเห็นแล้ว”
ธวินไม่ตอบ เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ จากตัวเขาทำให้สติของลลินกระเจิง มือหนายื่นออกไปหยิบแฟ้มเอกสารที่กรณ์เพิ่งวางไว้ขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะอย่างไร้ความสนใจ
“ช่างหัวคนอื่นสิครับ” ธวินเอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองลลินด้วยความรู้สึกที่เปิดเผยมากกว่าทุกครั้ง “ปล่อยให้พวกเขาพูดไป... เพราะสิ่งที่พวกเขาคิด มันยังไม่ใช่ความจริงครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เรากำลังเป็นอยู่เลยด้วยซ้ำ”
ลลินอึ้งไปกับคำพูดนั้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อธวินก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
“หมายความว่ายังไงคะ...” เธอกระซิบถาม หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก
ธวินไม่ตอบด้วยคำพูด เขายื่นมือหนามาวางทับลงบนหลังมือของลลินที่วางอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงกระแสความดุดันที่ทรงพลัง
“เพราะว่า... ในสมการความรู้สึกนี้ ตัวแปรอย่างคุณ ได้เปลี่ยนผลลัพธ์ในใจผมไปตลอดกาลแล้ว”
ขณะที่ลลินกำลังจะอ้าปากโต้แย้งด้วยความเขินอาย สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างไว้ หน้าจอที่แสดงผลโค้ดระบบอัลกอริทึมของโปรเจกต์ แต่ทว่า... บรรทัดโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่ธวินเพิ่งพิมพ์ค้างไว้ ไม่ใช่คำสั่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่มันคือข้อความรหัสลับสั้นๆ ที่ถูกซ่อนไว้ในระบบ...
*“Lalin_Found_Secret_File_04.enc”*
รหัสผ่านไฟล์ข้อมูลลับของบริษัทที่หายสาบสูญไปเมื่อสามเดือนก่อน... ถูกเปิดอ่านและเข้าถึงครั้งล่าสุดจากคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของธวินเอง!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหัวใจและตรรกะคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ตรงกับสมการรัก•ตอนที่ 22
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ตรงกับสมการรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!