“คุณกำลังจะบอกว่าผมเป็นคนทรยศบริษัทตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าอัลกอริทึมของผมมัน ‘สมบูรณ์แบบ’ เกินไปจนไม่มีทางถูกแฮ็กจากภายนอกงั้นหรือ ลลิน?”
น้ำเสียงของธวินราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาไม่ได้มองหน้าคนตรงข้าม แต่ดวงตาคมกริบคู่เฉยชานั้นจดจ้องอยู่ที่หน้าจอเมนเฟรมที่กำลังแสดงค่าพารามิเตอร์การเข้าถึงไฟล์ข้อมูลลับสีแดงฉาน ความเย็นเยียบของห้อง Server ในยามวิกาลดูจะไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ลลินยืนกอดอกห่างออกไปสามก้าว แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าของเธอให้ดูซีดเซียวแต่ทว่าดวงตายังคงความแน่วแน่ เธอไม่ได้มาเพื่อกล่าวหา แต่มาเพื่อหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ตรรกะอันเย็นชาของชายหนุ่มที่เธอเคยเชื่อใจ
“ฉันไม่ได้บอกว่าคุณทำ... แต่ข้อมูลในบันทึกการเข้าใช้งาน (Log) มันชี้ชัดว่านั่นคือรหัสผ่านส่วนตัวของคุณ” ลลินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องแล็บดังสะท้อนกังวาน “ในฐานะ Lead Developer คุณรู้ดีกว่าใครว่าระบบของคุณไม่มีช่องโหว่ ถ้าไม่ใช่คนที่ถือกุญแจหลักคนเดียวในห้องนี้ ใครจะทำได้?”
ธวินละสายตาจากหน้าจอ หันมามองเธอเต็มตา แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของมืออาชีพ “นั่นสิ... ถ้าคุณเชื่อในหลักฐาน คุณก็น่าจะรู้ว่าการที่ผมจะทิ้งร่องรอยให้ตามตัวได้ง่ายขนาดนี้ มันไม่ใช่วิธีการที่ ‘สมการของธวิน’ จะเลือกใช้”
เขาขยับตัวเข้าหาลลินช้าๆ บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นราวกับอากาศกำลังจะหมดไป ลลินไม่ถอยหนี เธอจ้องกลับด้วยความท้าทาย นี่คือสิ่งที่ทำให้ธวินนึกทึ่งเสมอมา แม้เธอจะเป็นฝ่ายที่ใช้สัญชาตญาณนำทาง แต่ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความจริงเชิงตรรกะของเขานั้น... มันช่างงดงามและน่าหวั่นใจในเวลาเดียวกัน
“สัญชาตญาณศิลปินของคุณบอกคุณว่ายังไงล่ะ?” ธวินถามเบาๆ “ในเมื่อตัวเลขมันโกหกไม่ได้ แต่มันกลับกำลังบอกความเท็จที่สมบูรณ์แบบที่สุด... คุณคิดว่าใครที่สามารถจำลองรูปแบบความคิดของผมได้แม่นยำขนาดนี้?”
ลลินชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง “คนที่จะเลียนแบบวิธีคิดของคุณได้... ก็ต้องเป็นคนที่ศึกษาคุณมากพอๆ กับที่คนอื่นมองคุณผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นแหละ”
เธอนิ่งไป จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เธอเฝ้ามองเขาผ่านโปรเจกต์งานศิลปะที่ต้องใช้การคำนวณของเขาเป็นแกนกลาง เธอเห็นวิธีการแก้ปัญหาที่เงียบเชียบ วิธีการลบความผิดพลาดอย่างหมดจด... เธอคือคนเดียวที่เห็น ‘ธวิน’ ในมิติที่คนอื่นมองข้าม
ธวินยื่นมือไปแตะแป้นคีย์บอร์ดด้วยปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะพิมพ์ชุดคำสั่งที่ซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ มันไม่ใช่แค่การดึงข้อมูล แต่มันคือการ ‘ถอดรหัสจิตวิญญาณ’ ของระบบ “ผมสร้างมันขึ้นมาเพื่อกันคนอื่น แต่ผมลืมนึกไปว่า... ในความโปร่งใสของโค้ด ผมอาจจะทิ้ง ‘ความต้องการ’ บางอย่างไว้โดยไม่รู้ตัว ความต้องการที่จะให้ใครสักคน... สังเกตเห็นผม”
ลลินขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่าไง?”
“ผมไม่ได้หมายถึงการทรยศ” ธวินหันมาประจันหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจ “ผมหมายถึงการที่ใครบางคนใช้จุดอ่อนของผม... จุดอ่อนที่ว่าผมไว้ใจเฉพาะคนที่สามารถเข้าใจภาษารหัสของผมได้ คุณไงลลิน... คุณคือคนเดียวที่อ่านโค้ดของผมออกโดยไม่ต้องใช้คอมไพเลอร์ และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาวางแผนให้รอยเท้าของคุณกับผมมาบรรจบกันตรงนี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลลินเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว ความกดดันในที่ทำงาน ความลับของบริษัท และแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ทั้งคู่ทำงานด้วยกันอย่างไร้รอยต่อในช่วงที่ผ่านมา มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ ‘กับดัก’ ที่ออกแบบมาเพื่อบีบให้พวกเขาสองคนต้องเลือก
ลลินเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของธวินไว้ พลังงานบางอย่างถ่ายทอดผ่านสัมผัส “ถ้าเราถูกวางแผนมาแบบนี้ งั้นเราก็ต้องโกงอัลกอริทึมของพวกเขากลับ”
ธวินเลิกคิ้วมองมือของเธอ ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่อัลกอริทึม แต่เป็นรอยยิ้มของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ “คุณพูดเหมือนกับว่าเรากำลังจะไปปล้นธนาคาร ทั้งที่แค่กำลังจะกู้ระบบบริษัทคืนนะ”
“เราจะทำทั้งสองอย่างค่ะ” ลลินกระซิบ “กู้ระบบ และทำลายแผนการของคนที่คิดจะปั่นหัวเรา”
ในวินาทีที่ธวินกำลังจะตอบรับ ทันใดนั้น ไฟในห้องแล็บทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงจากระบบสำรองฉุกเฉิน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นจากเซิร์ฟเวอร์หลักที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้นหากไม่มีการบุกรุกจากภายนอก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังหลายคู่ก้าวเข้ามาจากทางเดินด้านหลัง เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องแล็บ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาวิกาลเช่นนี้
“ดูเหมือนสมการของพวกเธอจะลืมตัวแปรสำคัญไปตัวหนึ่งนะ” เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนผู้มีอำนาจล้นฟ้าในบริษัทดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟจากกระบอกปืนเลเซอร์ที่เล็งมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ “กฎข้อแรกของการแฮ็ก... คือห้ามลืมว่าคนเขียนโค้ดน่ะ ไม่มีวันฉลาดกว่าเจ้าของเงินทุนหรอกนะ”
ลลินและธวินสบตากัน ท่ามกลางความมืดมิดและปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงมา ธวินคว้ามือลลินแน่นพร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน “รหัสลับสุดท้าย... กดปุ่ม Shift พร้อมกับพิมพ์ชื่อโปรเจกต์ที่เราทำด้วยกัน... ตอนนี้!”
แสงจากหน้าจอวูบไหวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมืดดับลงสนิท ทิ้งให้โลกของทั้งคู่เหลือเพียงความมืดมิดและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มถูกเปิดเผยในนิยายเรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะตื่นเต้นไปกับก้าวสำคัญของธวินและลลินในตอนหน้านะคะ
ด้วยรักจากใจ... แสงดาวพร่างพราวค่ะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ตรงกับสมการรัก•ตอนที่ 23
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ตรงกับสมการรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!