กลิ่นอายของเงินตรา น้ำหอมราคาแพง และความตาย ลอยอบอวลปะปนกันอยู่ในห้องวีไอพีชั้นบนสุดของ *โอเอซิส* คาสิโนและโรงแรมหรูใจกลางมหานคร ที่ซึ่งกฎหมายเป็นเพียงแค่ตัวอักษรบนกระดาษ และผู้มีอำนาจที่แท้จริงมีชื่อว่า 'ภคิน'
เสียงลูกเต๋าในถ้วยเขย่ากระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ก่อนจะหยุดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสิ้นหวังของใครบางคน แต่ไม่ใช่เสียงของเธอ... พิมรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะผลักประตูไม้เนื้อดีบานใหญ่ก้าวเข้าไปในดินแดนสนธยาที่เธอมิอาจหลีกเลี่ยง
"เข้ามาสิครับ... คนสวย"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ภคิน หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่า 'เฮียคิน' นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท แสงไฟสลัวจากโคมระย้าด้านบนสะท้อนใบหน้าคมคายดุจรูปสลัก สันจมูกโด่งเป็นคม และดวงตาคู่คมกริบที่มองตรงมายังเธอราวกับเสือร้ายกำลังจ้องมองเหยื่อในกำมือ
ข้างกายเขาคือร่างสั่นเทาของภาคภูมิ พี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้าเต็มไปด้วยเศษชิปสีทองและกระดาษสัญญาเงินกู้ยืมมหาศาลที่ถูกเซ็นด้วยความมืดบอด
"พิม..." ภาคภูมิส่งเสียงครางด้วยความหวาดกลัว ละล่ำละลักคลานเข้ามาหาเธอราวกับสุนัขจนตรอก "ช่วยพี่ด้วยนะพิม แกต้องช่วยพี่ ไม่งั้นพวกมันเอาพี่ตายแน่ๆ!"
พิมรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและรังเกียจระคนกัน เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพี่ชายผู้สร้างหายนะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพลด้วยความท้าทาย แม้ขาทั้งสองข้างจะแทบพยุงร่างไว้ไม่ไหวก็ตาม
"เท่าไหร่คะ... หนี้ของพี่ชายฉัน" น้ำเสียงของพิมรดารabกระด้างและสั่นระริกเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้จนหยดสุดท้าย
ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและทรงพลังจนกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง ชายหนุ่มวางแก้ววิสกี้ในมือลงบนโต๊ะ ช้าๆ อย่างใจเย็น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นกายหอมเย้ายวนปะปนกับกลิ่นบุหรี่ยี่ห้อโปรดโชยเข้าแตะจมูก
"ห้าล้าน..." ภคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงพร่ากระซิบเจือความเจ้าเล่ห์ "พี่ชายเธอเอาเงินสดไปล้างผลาญในบ่อนฉัน คืนเดียว... ห้าล้านบาทถ้วน คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ จะเอาปัญญาที่ไหนมาใช้คืนหื้ม?"
"ฉันไม่มีเงินสดก้อนนั้นหรอกค่ะ..." พิมรดาเชิดหน้าขึ้น สบตาคมกริบโดยไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกองศึก "แต่ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจา ขอผ่อนชำระ..."
"เจรจา?" ภคินทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มือหนาเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางมนของเธอ บังคับให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันอารักขาและคุกคามในเวลาเดียวกัน นิ้วหยาบกร้านลูบไล้กรอบหน้าเนียนนุ่มอย่างถือวิสาสะ "เธอเอาอะไรมาต่อรองกับฉันล่ะพิมรดา? หน้าตาตื่นตระหนกนี่เหรอ หรือว่าเรือนร่างสั่นๆ ที่กำลังยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนี้?"
"อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะคะ!" พิมรดาปัดมือเขาออกอย่างเหลืออด ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึง "ฉันมาคุยเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่ให้คุณมาดูถูกศักดิ์ศรี!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ลูกน้องชุดดำที่ยืนอยู่มุมห้องต่างกลั้นหายใจด้วยความระทึก
ภคินชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดทำงานเรียบร้อย ไล่ตั้งแต่ลำคอระหง ไหปลาร้าไหวระริก ไปจนถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ความปรารถนาดิบเถื่อนฉายชัดขึ้นในแววตาของนักล่า
"ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ..." ภคินหัวเราะต่ำในลำคอ ร่างสูงก้าวพรวดเดียวก็ประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคิ้วคอดกิ่ว รวบเข้าหาตัวจนแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง "คนเป็นหนี้... ไม่มีสิทธิ์มีศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้นแหละพิมรดา"
"ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน!" พิมรดาทุบตีอกแกร่งด้วยความตื่นตระหนก เรียวขาพยายามดิ้นรนหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่แผดเผาผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้า แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กของมาเฟียหนุ่ม
ภคินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน กลิ่นกายหอมหวานละมุนจากตัวเธอกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกดเอาไว้ให้ออกจากกรงขัง ริมฝีปากหยบคายโน้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"ไม่อยากใช้หนี้ด้วยเงินใช่ไหม... งั้นก็ใช้ด้วยเรือนร่างและคราบน้ำตาของเธอแทนก็แล้วกัน..."
พิมรดาลืมตาโพรงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อริมฝีปากร้อนจัดประทับลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างอุกอาจ ลมหายใจอุ่นร้อนและสัมผัสวาบหวามทำให้สมองของเธอดับวูบลงชั่วขณะ ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าละอายภายใต้เงื้อมมืออันทรงพลังและเร่าร้อนของเขา...
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันตราย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ โดยไม่สนใจสายตาคมกริบที่ตวัดมองอย่างไม่พอใจของเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย
"เฮียคินคะ..." เสียงหวานเย้ายวนเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่จุดประกายความวุ่นวายครั้งใหม่ "ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนข้างล่างนะคะ... และเขากำลังต้องการตัวผู้หญิงคนนี้พอดีเลยค่ะ"
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมนนี้ไป1ตอนเต็มๆ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— จูบแรกยามสายัณห์
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 1
หนี้เลือดที่เธอต้องชดใช้
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!