"ฉันบอกให้หยุดไงคะ เฮียคิน!"
เสียงหวานที่เจือความหอบสะท้านตวาดขึ้น ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดกระทบหาดทรายขาวละเอียดของเกาะส่วนตัวที่ไร้ซึ่งผู้คน พิมรดาดิ้นรนสุดแรงเมื่อแผ่นหลังบอบบางถูกดันจนแนบชิดไปกับระเบียงไม้สักทองของวิลล่าหรูหรา ทว่าแรงขัดขืนของเธอกลับเปรียบเสมือนการยั่วเย้าในสายตาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
ภคินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวที่ปลดกระดุมออกจนเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักมังกรจีนสีดำเข้มขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นจดจ้องเรือนร่างของเธอภายใต้ชุดเดรสผ้าชีฟองบางเบาด้วยความกระหายหิวที่ปิดไม่มิด
"หยุดเหรอ? พิมคิดว่าเฮียพามาที่นี่เพื่อตากอากาศชมวิวหรือไงคะเด็กน้อย" น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ
ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายที่คฤหาสน์ใหญ่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงติดตรึง เมื่อมาดามซูเฟย์บุกเข้ามาถึงถิ่นเพื่อพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจและข้อเสนอต่ำทรามมาซื้อตัวเขา แลกกับการกำจัดผู้หญิงที่เขากำลังคลั่งไคล้ แต่นั่นกลับทำให้ภคินตัดสินใจหักดิบทุกอย่าง ทิ้งการประชุมร้อยล้าน แล้วอุ้มพิมรดาขึ้นเครื่องบินส่วนตัวมายังเกาะร้างแห่งนี้ทันที—เพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก และเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธอให้สาสมกับความหึงหวงที่กำลังเผาผลาญอกซ้าย
"แต่เรื่องของคุณซูเฟย์... เฮียควรจะเคลียร์ให้จบตรงนั้น ไม่ใช่หนีปัญหามาที่นี่!" พิมรดายังคงพยายามเบี่ยงหน้าหนีปลายนิ้วแข็งกระด้างที่กำลังเกลี่ยไล้กรอบหน้าแก้มเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ
"ปัญหาอะไรคะ? สำหรับเฮีย... ผู้หญิงคนเดียวที่มีค่าพอให้เฮียสนใจตอนนี้ ก็คือคนที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนเฮียต่างหาก"
ปลายนิ้วอุ่นลากไล้ต่ำลงมาที่ลำคอระหง ก่อนจะหยุดอยู่ที่เม็ดกระดุมเม็ดสุดท้ายของชุดเดรส ภคินออกแรงเพียงนิดเดียว ผ้าเนื้อบางเบาก็ปริแยกออกจากกันเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง สัมผัสจากความเย็นของสายลมทะเลปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว ทำให้พิมรดาสั่นสะท้าน เผลอแอ่นอกเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
"เฮียคิน... คนเอาแต่ใจ" เธอครางประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาฉกวูบลงมาครอบครองเรียวปากอิ่มอย่างไร้ความปรานี
จูบของภคินในยามนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลชวนฝัน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและแรงปรารถนาอันรุ่มร้อน ลิ้นหนารุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคิ้วกิ่วของเธอให้แนบชิดจนรับรู้ได้ถึงแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด ส่วนมืออีกข้างเลื่อนลงมาบีบขยำสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วงจนหญิงสาวต้องส่งเสียงครางอืออึงในลำคอด้วยความวาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาในอก
รสจูบที่ยาวนานและดุดันทำให้เข่าของพิมรดาร่วมแรง เธอแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้แขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้ราวกับคีมเหล็ก ร่างกายของทั้งคู่หลอมละลายเข้าหากันภายใต้บรรยากาศสีส้มอมแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจมหายลงไปในผืนน้ำ
ภคินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาจนน่ากลัว ขณะที่ริมฝีปากหนายังคงคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเกิดรอยสีKusุหลาบเด่นชัดเพื่อตีตราจอง
"จำไว้... ว่าพิมเป็นของผู้หญิงของภคินคนนี้คนเดียว ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง" เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้น
ร่างบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว พิมรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ มือเรียวรีบคล้องคอเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ภคินสาวเท้าก้าวยาวๆ เข้าไปในห้องนอนกว้างที่เปิดรับลมทะเลผ่านม่านโปร่งสีขาว เตียงนอนขนาดใหญ่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา แต่วินาทีนี้มันกำลังจะกลายเป็นสนามอารมณ์แห่งเสน่หาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก
ร่างระหงถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาดุดัน ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ขยับหนี ภคินก็ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลัง
"เฮีย... อื้อ..."
คำท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากร้อนประทบลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันลึกล้ำและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม มือหนาทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นเรือนร่างออกจากกันอย่างชำนาญ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าความรู้สึกที่พิมรดานึกรังเกียจตัวเองเหลือเกินที่ยอมจำนนต่อมันอย่างง่ายดาย ทุกสัมผัส ทุกรอยจູບ และทุกหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของชายหนุ่ม ล้วนแต่ตอกย้ำถึงอำนาจเหนือกว่าที่เธอบดขยี้ศักดิ์ศรีของเธอจนแหลกละเอียด แต่ในขณะเดียวกัน... มันก็ปลุกเร้าความสุขสมล้ำลึกที่เธอไม่เคยได้รับจากใคร
เสียงหอบหายใจระคนเสียงครางหวานหูประสานกันไปกับเสียงเกลียว3คลื่นด้านนอก ห้องนอนทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเสน่หาและแรงขับทางเพศที่ระอุอุ่น ภคินเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง และเร้าใจ จนพิมรดาต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบของเกาะส่วนตัว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งพิมรดานอนซบพักใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ภคินใช้มือหนาลูบไล้เส้นผมสลวยของเธออย่างเบามือ สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกพึงพอใจที่ทุกอย่างยังคงอยู่ในกำมือ
ทว่า... ความเงียบสงบในค่ำคืนอันแสนหวานกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของระบบรักษาความปลอดภัยวิลล่าดังสนั่นหวั่นไหว!
ภคินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมมาสวมในขณะที่สายตายังคงจ้องมองไปที่จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดหน้าทางเข้าวิลล่า
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาพิมรดาที่เพิ่งลุกขึ้นมานั่งตามต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ไม่ใช่มาดามซูเฟย์... แต่เป็นชายชุดดำนับสิบคนที่กำลังเดินเรียงแถวเข้ามา พร้อมกับร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ถูกมัดมือไพล่หลังมาด้วย
"นายครับ... เราเจอผู้ชายคนนี้พยายามแอบขึ้นเกาะทางด้านหลัง แจ้งว่าเป็น... พี่ชายนายมาดามซูเฟย์ และมีเรื่องติดค้างกับมาดามพิมรดาครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทดังผ่านเครื่องอินเตอร์คอมเข้ามาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
ภคินหันกลับมามองหน้าพิมรดาที่ซีดเผือดลงในทันที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมาอย่างน่ากลัว
หวังว่ารี้ดจะชอบความเร่าร้อนและปมร้อนระอุในตอนนี้ แล้วตามมาลุ้นต่อด้วยกันในตอนหน้านะคะ!
หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย•ตอนที่ 33
วันพักผ่อนริมทะเล
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หนีสิคะ...ถ้าคิดว่ารอดมือเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!