ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม•ตอนที่ 1

รอยร้าวที่ปูด้วยพรมแดง

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"คุณแน่ใจเหรอคะว่างานกาล่าระดับนี้ จะปล่อยให้ 'ขยะ' หลุดรอดเข้าไปในฮอลล์จัดแสดงได้?" น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ถูกกะเทาะออกจากธารน้ำแข็งแช่แข็งพุ่งตรงไปยังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนุ่มที่หน้าถอดสี เรย์รินในชุดเดรสสีนิลเรียบกริบ ทว่าคัตติ้งกลับเฉียบคมราวกับจงใจท้าทายกฎเกณฑ์ของแฟชั่นชั้นสูง เธอยืนตระหง่านอยู่หน้าพรมแดงที่ทอดยาวราวกับงูยักษ์สู่ใจกลางความสำเร็จของ 'คินน์' อดีตสามีผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกละเอียด "ขอประทานโทษครับคุณผู้หญิง แต่คุณไม่มีชื่อในรายชื่อแขก..." "รายชื่อแขก?" เรย์รินเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอว่างเปล่าทว่าแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่ถูกบ่มเพาะมาตลอดสามปี "การเปิดตัวคอลเลกชันที่ลอกเลียนแบบความคิดคนอื่นมาทั้งกระบิแบบนี้ จำเป็นต้องมีรายชื่อแขกด้วยหรือคะ? ฉันแค่อยากเข้ามาดูว่า... ความสำเร็จที่สร้างขึ้นบนซากศพของคนอื่นน่ะ มันจะหอมหวานสักแค่ไหน" เธอไม่ได้รอให้เขาอนุญาต มือเรียวบางที่มีรอยแผลเป็นจางๆ ตรงโคนนิ้วนางขยับปัดป้องการขัดขวางของพนักงานก่อนจะก้าวขึ้นสู่พรมแดงด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับราชินีผู้สูญเสียบัลลังก์ แต่กำลังกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของเธอ บรรยากาศภายในงานโอ่อ่าตระการตา แสงไฟสปอร์ตไลท์นับร้อยสาดส่องลงบนหุ่นโชว์เสื้อที่สวมใส่ชุดที่คินน์อ้างว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่สำหรับเรย์ริน มันไม่ใช่แค่เสื้อผ้า มันคือ 'พิมพ์เขียว' ชีวิตที่เธอเคยเขียนขึ้นในสมุดสเก็ตช์ลับที่หายไปในวันเดียวกันกับที่เธอถูกเขาสลัดทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่า คินน์ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของนักข่าวและเซเลบริตี้ระดับแนวหน้า ร่างสูงสง่าในสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบกำลังยิ้มพราย ใบหน้าที่เคยนุ่มนวลต่อเธอ บัดนี้กลับดูแข็งกระด้างและทะเยอทะยานอย่างร้ายกาจ เขาดูดีขึ้น... หรืออาจเป็นเพราะรสนิยมที่ถูกขัดเกลาด้วยเงินทองที่เขาไม่ได้หามาด้วยหยาดเหงื่อตัวเองกันแน่ "คุณคินน์ครับ! ผลงานชุด 'The Lost Grace' นี้ได้รับคำชมว่ามีกลิ่นอายของอดีตดีไซเนอร์นิรนามคนหนึ่งที่เคยร่วมงานกับคุณ คุณมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ?" นักข่าวคนหนึ่งตั้งคำถาม คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาของเขาฉายความสมเพชที่ส่งผ่านไปยังอากาศธาตุ "แรงบันดาลใจเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ครับ คนที่จากไปแล้วก็คืออดีต สิ่งที่เหลืออยู่คือการต่อยอดให้สมบูรณ์แบบที่สุด" "งั้นเหรอคะ... แล้วถ้า 'อดีต' ที่ว่านั่น ดันกลับมาทวงถามความเป็นเจ้าของต่อหน้าคุณล่ะคะ?" เสียงทุ้มหวานแต่บาดลึกดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้คนหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว คินน์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเขาแข็งค้างราวกับถูกสาป สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาคู่เดิมที่เขาทั้งรักและหวาดกลัวมาตลอดสามปี "เรย์... เรย์ริน?" คินน์เรียกชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ราวกับละเมอ ความเย็นเยือกวิ่งผ่านสันหลังของเขา มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกโดยที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ เขาไม่ได้เจอกันมานานเกินไป... นานจนเขานึกว่าเธอเป็นเพียงความทรงจำที่ตายไปแล้วในก้นบึ้งของความผิดบาป "ยินดีด้วยนะคะสำหรับงานเปิดตัวที่น่าประทับใจ" เรย์รินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เขาเคยใช้ เธอโน้มตัวกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้นักข่าวรอบข้างต้องถอยห่าง "แต่ชุดที่อยู่ตรงกลางนั่น... ขาดการเก็บรายละเอียดที่มุมตะเข็บหลังไปสามจุดนะคะ มันไม่ใช่ผลงานของคินน์ที่ฉันเคยรู้จัก... แต่มันคือผลงานที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่คุณเคยทำมาเลยล่ะ" คินน์กัดฟันแน่น กรามของเขาขบกันจนนูนเด่น เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้มาเพื่อพังงาน แต่เธอมาเพื่อฉีกกระชากหน้ากากของเขาให้หลุดออกต่อหน้าสาธารณชน "เธอไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่ ออกไปซะ!" คินน์พ่นคำสั่งเสียงต่ำ หวังจะใช้ความเด็ดขาดข่มขวัญ แต่เขากลับลืมไปว่า... หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภรรยาที่อ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายในคืนที่เขาไล่เธอออกจากบ้านอีกต่อไป "สิทธิ์งั้นเหรอ?" เรย์รินแค่นยิ้ม มือของเธอเอื้อมไปแตะไหล่ของเขาเบาๆ ก่อนจะปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกด้วยความจงใจ "งั้นเรามาเริ่ม 'การแสดง' ของจริงกันเถอะค่ะ เพราะนอกจากสิทธิ์ในการทวงคืนผลงานแล้ว... ฉันยังมีบางอย่างที่จะทำให้คุณต้องอับอายยิ่งกว่าการถูกแฉเรื่องลอกเลียนแบบเสียอีก" จังหวะที่เรย์รินกำลังจะผละออก แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปก็รัวเข้ามาไม่หยุดหย่อน ในตอนนั้นเอง บอดี้การ์ดของคินน์พุ่งเข้ามาขนาบข้าง แต่กลับมีเสียงเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามา กอดขาเรย์รินแน่นจนชายกระโปรงของเธอเสียทรง "หม่ามี้ครับ! แดดดี้คนนี้คือคนที่แย่งสมุดวาดรูปของหม่ามี้ไปใช่ไหมครับ?" เสียงใสซื่อของเด็กชายดังก้องไปทั่วฮอลล์ คินน์เบิกตากว้าง ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งเมื่อสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้น... ใบหน้าที่มีเค้าโครงชัดเจนราวกับกระจกสะท้อนภาพถ่ายวัยเด็กของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน ความเงียบเข้าปกคลุมฮอลล์จัดแสดงจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของซีอีโอหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแค้นที่แสนหวานนี้กับชานมไข่มุกหวานร้อยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์หัวขบถกับอดีตคนรักที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%