เสียงสะท้อนจากท้องพระโรงใหญ่ยามวิกาลไม่ได้มาจากเสียงกงเกวียนแห่งกาลเวลาที่หมุนวน แต่มันคือเสียงคำรามของจักรวรรดิที่กำลังปริร้าวจากภายใน เมื่ออำนาจสูงสุดที่เคยคุมขังทุกชีวิตไว้ใต้ฝ่าพระบาท บัดนี้กลับสั่นคลอนด้วยเงื้อมมือของสตรีผู้ไร้หัวใจผู้หนึ่ง
"ฝ่าบาททรงคิดว่าบัลลังก์มังกรนี้ยังคงมั่นคงดั่งหินผาอยู่จริงหรือเพคะ?"
น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับสายลมจากหุบเขาน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักใน ไป๋หลินยืนอยู่เบื้องหน้าเงาร่างมหึมาของจักรพรรดิหานจิ้น แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างแกะสลักเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของนาง มันคือรอยยิ้มที่กรีดแทغลึกลงไปในโสตประสาทของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
หานจิ้นก้าวเท้าเข้าไปหา นางถอยร่างหนีอย่างเว้นระยะ ความห่างเหินนี้บาดลึกยิ่งกว่าคมศร "ไป๋หลิน... เจ้าต้องการทำลายล้างทุกสิ่งเพียงเพื่อชดใช้ให้แก่ความตายในอดีตนั้นหรือ? ราชบัลลังก์กำลังจะล่มสลาย ขุนนางกบฏกำลังเคลื่อนไหว แต่สิ่งที่เจ้าสนใจ กลับมีเพียงการเห็นเราทรมานบนกองเพลิงแห่งความสำนึกผิดเท่านั้นหรืออย่างไร"
"ท่านเพิ่งรู้ตัวตอนนี้หรือเพคะ?" ไป๋หลินแค่นหัวเราะ แววตาดุดั่งน้ำแข็งแกะสลักสะท้อนภาพบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำนางจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้เขากลับคุกเข่าลงทางจิตวิญญาณ วิงวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากสตรีที่เขาเคยสั่งประหาร "ในวันที่หม่อมฉันสูญสิ้นทุกอย่าง แม้แต่เสียงร้องขอชีวิตก็ยังถูกมองว่าเป็นเพียงเสียงรบกวน... ท่านเคยเหลียวแลบ้างหรือไม่? บัลลังก์ของท่านจะพังทลายลงพร้อมกับลมหายใจสุดท้ายของราชวงศ์ นี่คือสิ่งเดียวที่หม่อมฉันปรารถนา"
ความโกรธเกรี้ยว ความเร่าร้อน และความปรารถนาอันบิดเบี้ยวพุ่งพล่านขึ้นในอกของหานจิ้น เขาไม่อาจทนมองแววตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความชิงชังได้อีกต่อไป มือหนาคว้าข้อแขนเรียวบางของนางเข้าหาก่อนจะดึงรั้งเข้าแนบกาย แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง กลิ่นกายหอมเย็นของดอกเหมยผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ
"ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงทำลายเราให้แหลกคราบคาเตียงนอนนี้เสียสิ ไป๋หลิน!"
หานจิ้นคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยเพลิงอารมณ์ เขากดริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างเอาแต่ใจ ไร้ซึ่งความอ่อนโยน มีเพียงความโหยหาบ้าคลั่งที่สะสมมาแรมปี ไป๋หลินเบิกตากว้างชั่วขณะก่อนที่ความเยือกเย็นของนางจะถูกแผดเผาด้วยความเร่าร้อนที่เขาโหมกระหน่ำใส่
นางไม่ได้ขัดขืน... ทว่าความยินยอมพร้อมใจนี้เต็มไปด้วยคมเขี้ยว ปลายเล็บเรียวจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างของอดีตสวามีจนเกิดรอยแผลแดงก่ำเพื่อระบายความคับแค้น ริมฝีปากที่เผยอรับรสจูบอันดุเดือดรสชาติคล้ายคาวเลือดจางๆ ยิ่งเพิ่มความเร่าร้อน บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดรุ่ยทีละชิ้นท่ามกลางความมืดมิด สัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างระหงเต็มไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรุ่มดั่งไฟนรก หานจิ้นซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียน ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีสว่างเพื่อประทับตราความเป็นเจ้าของ ขณะที่ไป๋หลินแหงนเงยลำคอระหงรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่างความสุขสมทางกายและความเจ็บปวดร้าวลึกในวิญญาณ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงลมหนาวด้านนอกตำหนัก การสอดประสานดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ไร้ซึ่งการออมมือ ราวกับทั้งสองกำลังทำลายล้างและเยียวยาซึ่งกันและกันในคราเดียวกัน บนเตียงบรรทมที่เคยเป็นลานประหารทางความรู้สึก บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งความรักและความแค้นอันเร่าร้อนจนหยดสุดท้าย
เมื่อพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจรัวสั่นและความเงียบงัน ไป๋หลินนอนหันหลังให้เขา ราบเรียบและไร้เยื่อใยเช่นเคย ขณะที่หานจิ้นนอนมองเพดานด้วยความว่างเปล่าในอก รอยร้าวของอาณาจักรไม่ได้อยู่เพียงแค่ภายนอกรั้ววัง หากแต่มันได้พังทลายลงในหัวใจของพวกเขาทั้งสองไปเสียแล้ว
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด เสียงฝีเท้าฝีเกือกม้าและการวิ่งวุ่นของขันทีหน้าตำหนักก็ดังแทรกขึ้นอย่างกระชั้นชิด เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนก
"ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังกบฏของท่านอ๋องสามบุกทะลวงผ่านประตูเมืองชั้นในเข้ามาแล้ว... และ... และพวกมันกำลังนำตัว 'เด็กชาย' ผู้หนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นสายเลือดลับแห่งราชวงศ์มาประจานหน้าท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ!"
หานจิ้นผุดลุกขึ้นทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา ขณะที่ไป๋หลินที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงพลันลืมตาโพรงขึ้น ความเยือกเย็นทั้งหมดบนใบหน้าของนางแตกสลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น เมื่อหูของนางได้ยินเสียงเด็กชายวัยสี่ขวบร่ำไห้เรียกหา "ท่านแม่" ดังแว่วมาจากเบื้องล่างตำหนัก... เด็กน้อยผู้มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับจักรพรรดิหานจิ้นราวกับถอดพิมพ์เดียวกัน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ มิคายามวิกาล
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 30
รอยแตกของอาณาจักร
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!