แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 17

เมื่อความหวานเริ่มกวนใจ

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าคุณยังไม่ลุกขึ้นไปทำงาน ก็เชิญนอนรอความตายบนเตียงนั่นเถอะครับ ผมจะล็อคประตูบ้านแล้วออกไปตลาดคนเดียว" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ของพันตรีธนาที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มผู้ที่วันก่อนยังแบกกระสอบปุ๋ยอินทรีย์หนักสี่สิบกิโลกรัมด้วยมือข้างเดียวได้สบายๆ บัดนี้กลับทำหน้าซีดเซียวราวกับคนเพิ่งผ่านมรสุมชีวิตมาหมาดๆ "ริน... ผมหนาวครับ เหมือนจะมีไข้ ตัวมันรุมๆ ยังไงก็ไม่รู้" ธนาครางแผ่ว มือหนายื่นออกมาคว้าชายเสื้อของหญิงสาวไว้แน่น ใบหน้าคมคายซุกลงกับหมอนอิง ทำตัวน่าสงสารราวกับลูกสุนัขตัวโตที่ถูกทอดทิ้ง รินรดาหรี่ตามองพลางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้ดีว่านี่คือละครฉากใหญ่ที่ท่านนายทหารจอมหวงก้างกำลังแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ถึงจะรู้ทัน เธอก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของเขา "หมอทหารป่วยเองนี่เรื่องใหญ่เลยนะครับ แล้วทำไมไม่เดินไปหยิบยาในตู้ล่ะ หรืออยากให้ผมช่วยเปิดมิติลับเอา 'ยาถอนพิษ' มาให้คุณกิน?" คำพูดจิกกัดของเธอไม่ได้ทำให้ธนาปล่อยมือ แต่มันกลับทำให้เขากระชับมือแน่นขึ้นกว่าเดิม "ยาหมอไม่ช่วยหรอกครับ... โรคนี้มันต้องใช้ 'กำลังใจ' รักษา" ธนาปรือตาขึ้นมองสบตาเธอ แววตาคมกริบที่เคยใช้สั่งการในสมรภูมิตอนนี้กลับฉายแววอ้อนวอนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "แค่คุณอยู่ใกล้ๆ ไม่ต้องไปสนใจยายป้าสมรนั่น วันนี้ผมแค่อยากให้คุณอยู่กับผม" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นอายของชายหนุ่มที่ระเหยออกมาจากผ้าห่มนั้นเป็นกลิ่นสะอาดเหมือนผืนป่าหลังฝนตก ซึ่งเธอมักจะเผลอใจสั่นอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเห็นท่าทางเปราะบางของคนที่ปกติแข็งแกร่งดั่งหินผา หัวใจของเธอก็เริ่มเต้นผิดจังหวะ "ก็ได้ครับ... แต่ถ้าคุณหายดีเมื่อไหร่ แล้วผมรู้ว่าคุณแกล้ง ผมจะให้คุณแบกตะกร้าผักไปขายที่ตลาดคนเดียวหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวบางแตะลงบนหน้าผากกว้างของเขา สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วทำให้ธนาหลับตาพริ้ม ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาไม่ใช่เรื่องโกหก แม้เขาจะแสดงละคร แต่มันก็มีความจริงที่ว่าร่างกายเขาอ่อนล้าจากการกรำงานหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา "ไหนดูซิ... เดี๋ยวผมไปทำ 'ข้าวต้มเห็ดหอมใส่ขิง' ให้ทาน รสชาติเผ็ดร้อนหน่อยน่าจะช่วยขับพิษไข้ได้" หญิงสาวหมุนตัวกลับเข้าครัว แต่จังหวะนั้นเอง ธนากลับดีดตัวขึ้นมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเบาๆ จนร่างของรินรดาเซไปปะทะกับแผงอกแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดสีเทา เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวจนเธอสัมผัสได้ "ไม่ต้องปรุงยากหรอกครับ แค่รินมานั่งเฝ้า... ก็น่าจะหายขาดแล้ว" สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม รินรดาชะงักงัน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังติดกับดักที่เขาวางไว้ แต่มันกลับเป็นกับดักที่เธอไม่คิดจะขัดขืน ในขณะที่บรรยากาศในบ้านกำลังอบอวลไปด้วยความหวานที่น่าหมั่นไส้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดทำลายความเงียบลงทันที "รินรดา! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้นะว่าแกอยู่ข้างใน พ่อหมอธนาของแกน่ะ ฉันเห็นเขาเดินลากขาไปเก็บผักเมื่อเย็นวาน ตอนนี้เป็นอะไรไปอีกล่ะ ทำไมปิดประตูเงียบ หรือว่าคิดจะฮุบที่ดินทำกินของตระกูลไปคนเดียว?" เสียงแหลมสูงของป้าสมรดังทะลุเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูจนบานไม้สั่นสะเทือน ธนาขมวดคิ้วแน่น แววตาที่อ้อนวอนรินรดากลับกลายเป็นความเดือดดาลในเสี้ยววินาที เขาเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการด้วยตัวเอง แต่รินรดากลับกดไหล่เขาไว้ "คุณนอนไปเถอะครับ เรื่องแค่นี้... ผมจัดการเอง" รินรดาเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาฉายแววเย็นเยียบ เธอเดินไปที่โต๊ะครัว หยิบ 'น้ำพริกนรกสูตรพิเศษ' ที่เพิ่งตำเสร็จใหม่ๆ ติดมือไปด้วย หญิงสาวเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับป้าสมรที่ยืนเท้าสะเอวหน้าบูดเบี้ยวอยู่หน้าบ้าน รินรดาไม่ปล่อยให้ป้าสมรได้ทันเอ่ยปากพูดอะไร เธอหยิบช้อนตักน้ำพริกส่งไปให้ป้าสมรทันที "ป้าสมรครับ พอดีผมกำลังจะทำมื้อพิเศษให้คุณธนาทาน ป้ามาพอดี งั้นป้าช่วยชิม 'น้ำพริกนรก' สูตรใหม่นี่หน่อยไหมครับ? เผ็ดร้อนถึงใจ รับรองว่าคนปากจัดๆ อย่างป้า ทานเข้าไปแล้วจะทำให้สงบปากสงบคำขึ้นเยอะเลย" ป้าสมรชะงักด้วยความงุนงง มือไม้สั่นด้วยความโกรธที่ถูกย้อนศร แต่ก่อนที่นางจะได้ตะคอกกลับ จู่ๆ กลิ่นหอมฟุ้งของเห็ดหอมสดและขิงแก่ที่ปรุงสุกได้ที่จากในครัวก็โชยออกมา จนแม้แต่ตัวป้าสมรเองยังต้องกลืนน้ำลาย รินรดายังไม่หยุดแค่นั้น เธอหันกลับไปมองในครัวที่ธนากำลังยันตัวขึ้นนั่งมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะหันมามองป้าสมรด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ "อ้อ ป้าครับ... วันนี้ผมอาจจะมีของกำนัลให้ป้าชิ้นใหญ่เลยทีเดียว แต่ดูเหมือนป้าต้องรอให้คุณธนาหายไข้ก่อนนะครับ เพราะตอนนี้... เขากำลังหวงผมจนน่ากลัวเลยล่ะครับ" รินรดาปิดประตูปังใส่หน้าป้าสมร ทิ้งให้นางยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ภายในบ้าน เสียงฝีเท้าของคนตัวโตเดินตรงดิ่งมาทางเธอ เสียงล็อคกลอนประตูชั้นในดังขึ้นกึกก้อง รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับธนาที่ยืนประชิดตัวจนเธอไม่มีทางหนี "เมื่อกี้คุณพูดว่า... ผม 'หวง' คุณงั้นเหรอครับ?" ธนาเอ่ยเสียงพร่าพลางก้มลงกระซิบข้างหูเธอ กลิ่นหอมของเห็ดหอมในครัวยังไม่เย้ายวนใจเท่ากลิ่นกายของชายหนุ่มในตอนนี้ รินรดาใจสั่นระรัว เธอเพิ่งรู้ตัวว่าการแกล้งป่วยของเขาอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมที่เธอไม่มีวันชนะ... หรือบางที เธออาจจะเป็นคนแพ้ตั้งแต่เริ่มตั้งแต่แรกแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเป็นกำลังใจให้ “ลมทะเลพัดรัก” สร้างสรรค์เรื่องราวเข้มข้นเช่นนี้ต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%