ความมืดไม่ใช่ความว่างเปล่า... แต่เป็นพื้นที่ที่ความลับซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้แสงสว่างได้เติบโตและแสดงตัวตนอย่างชัดเจนที่สุด
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งหยุดลงตรงหน้าบานประตูห้องสืบสวน ปลายรองเท้าหนังขัดมันหยุดสนิทหลังบานกระจกฝ้า สัญชาตญาณของนายตำรวจมือปราบเตือนให้ พ.ต.ต. ภูวดล ขยับมือเข้าหาซองปืนพกข้างลำตัวโดยอัตโนมัติ ในขณะที่ พญ.ธาราริน หรือหมอธาร ก้าวถอยหลังครึ่งก้าว ส้นรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบสงัดที่ถูกครอบงำด้วยความมืดมิด
ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของบุคคลภายนอก มีเพียงเสียงกะพริบถี่ ๆ ของหลอดไฟนีออนบนเพดานที่พยายามจุดประกายแสงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะยอมแพ้ต่อกระแสไฟฟ้าที่ถูกตัดขาดจากภายนอกอย่างจงใจ
"อย่าขยับ" สารวัตรภูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่เจือไปด้วยความระแวดระวัง มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของหมอธารไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบนั้นหนักหน่วงและมั่นคงพอที่จะถ่ายทอดความตื่นตัวของเขาไปยังเธอ
"คุณคิดว่านี่คือการบุกรุก หรือการจัดฉากเพื่อต้อนพวกเราเข้ามุมครับ... สารวัตร" หมอธารกระซิบตอบ น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชหญิงยังคงเยือกเย็นแม้ว่าอัตราการเต้นของชีพจรบริเวณข้อมือที่เขากุมอยู่จะฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความตึงเครียดไม่แพ้กัน เธอมองผ่านความมืดไปยังเงาสลัวของร่างสูงใหญ่ที่ยืนประชิดประตู "คนที่ตัดไฟไม่ได้ต้องการฆ่าเราในตอนนี้... ถ้าเขาต้องการ เขาคงทำตั้งแต่ตอนที่อยู่ในห้องชันสูตรแล้ว แต่นี่... เขาต้องการต้อนเราให้จนมุมทางจิตวิทยา"
ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ยต่อชะตากรรม ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มปรับโฟกัสกับความมืดจนเริ่มมองเห็นเค้าโครงของห้องสืบสวนและร่างของหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าจาง ๆ เจือจางอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นฝนและกลิ่นอายเฉพาะตัวของสารวัตรหนุ่มที่วนเวียนอยู่รอบตัวเธอ
"หมอไม่เข้าใจหรอก..." ภูวดลผ่อนลมหายใจยาวนาน มือที่กุมข้อมือเธอเปลี่ยนมาเป็นปลายนิ้วอุ่นจัดที่สัมผัสผิวกายเธอแผ่วเบาก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ "มีบางคน... ที่ไม่อยากให้ความจริงในคืนนั้นถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง และคนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น ก็คือคนที่รู้ดีที่สุดว่า... ผมเคยทำอะไรลงไปในอดีต"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความเงียบ หมอธารขมวดคิ้วแน่น เงามืดอำพรางสีหน้าของเธอไว้ แต่แววตาที่จ้องมองเขาเต็มไปด้วยความสงสัยที่อัดแน่นมานาน
"คุณหมายถึงอะไร... สารวัตร" ธารารินถามเสียงเบา ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ใกล้ชิดจนน่าอึดอัด "คุณมีความลับอะไรที่เกี่ยวกับคดีนี้... หรือเกี่ยวกับตัวคุณเองกันแน่"
ภูวดลหันหลังให้ประตูห้องสืบสวน แผ่นหลังกว้างของเขาทอดเงาทาบทับร่างของแพทย์นิติเวชสาวในความมืด แสงไฟฉุกเฉินสีแดงจากด้านนอกตึกสาดส่องเข้ามาผ่านช่องกระจกบานเล็ก ผสมผสานกับเงาดำทمึฬ ทำให้ใบหน้าครึ่งซีกของสารวัตรภูดูดุดันและเปราะบางในเวลาเดียวกัน มันเป็นมิติที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนจากนายตำรวจผู้แข็งกร้าวคนนี้
"หมอเคยถามผมไม่ใช่เหรอครับ... ว่าทำไมผมถึงหมกมุ่นกับการตามล่าฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ยิ่งกว่าผู้กองคนไหน ๆ" ภูวดลเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย "เพราะเมื่อห้าปีก่อน... ในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆาตกรรมในลักษณะเดียวกันเป๊ะ รอยกรีดบนลำคอ การจัดวางศพ และสัญลักษณ์รูปดอกกุหลาบสีดำที่ถูกทิ้งไว้บนหน้าอก... มันคือฝีมือของไอ้สารเลวคนเดียวกัน"
หมอธารเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แม้จะอยู่ในความมืด แต่ความตระหนกก็ฉายชัดในน้ำเสียงของเธอ "คุณหมายความว่า... คดีนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และคุณปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างนั้นหรือ"
"เปล่าเลยครับหมอ..." ภูวดลหันกลับมาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบในความมืดคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟแค้นและตราบาปที่กัดกินหัวใจเขามานานนับปี "ในคืนนั้น... ผมเป็นคนแรกที่ไปถึงที่เกิดเหตุ และเหยื่อผู้หญิงคนนั้น... คือน้องสาวแท้ ๆ ของผมเอง"
ความเงียบงันเข้าเกาะกุมพื้นที่รอบตัวทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น หมอธารนิ่งง้ำไปชั่วขณะ สมองที่เคยทำงานด้วยตรรกะและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หยุดชะงักลงชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายทางจิตใจของชายตรงหน้า
"น้องสาว..." เสียงของธารารินแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ "คุณไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย... แม้แต่ในสำนวนคดี"
"เพราะถ้าผมบอก... ผมจะไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อลากคอมมันเข้าคุกด้วยมือของผมเอง" ภูวดลขยับเข้าใกล้เธออีกก้าว จนหน้าอกของเขาสัมผัสกับไออุ่นจากตัวเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันในความมืด "ผมปิดคดีนั้นด้วยความล้มเหลว ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ยุติการสืบสวนเพราะไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ผมกลายเป็นแค่สารวัตรหนุ่มที่ปล่อยให้ฆาตกรลอยนวล... หมอคิดว่าความรู้สึกของการมองศพคนที่เรารักที่สุดนอนอยู่บนโต๊ะชันสูตร โดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลยมันเป็นยังไงล่ะครับ"
ธารารินนิ่งฟัง หัวใจของเธอกำลังถูกบีบอัดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกับเขามีแผลในใจที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด เธอสูญเสียพี่ชายในคดีปริศนา ส่วนเขา... สูญเสียน้องสาวในเงื้อมมือของฆาตกรต่อเนื่องคนเดียวกันนี้
ความเย็นชาและอุดมการณ์ที่เคยขัดแย้งกันราวกับน้ำกับไฟ พลันหลอมละลายลงในความมืดมิดเหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ส่งผ่านทางสายตาและสัมผัสทางกาย
มือเรียวของหมอธารค่อย ๆ ยกขึ้น วางทابลงบนลาดไหล่กว้างของสารวัตรหนุ่มแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายเข้าหาเขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ มากกว่าจะใช้หลักการทางนิติวิทยาศาสตร์ตัดสิน
"คุณไม่ได้สูญเสียเขาไปคนเดียวนะครับ... สารวัตร" ธารารินเอמהด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งกร้าวในฐานะแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในหลักการถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของหญิงสาวที่เข้าใจความเจ็บปวดนั้นดี "และเรา... จะไม่ปล่อยให้ใครต้องตายด้วยวิธีนี้อีก"
ภูวดลชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่ถูกส่งผ่านปลายนิ้วของเธอ มือหนาเอื้อมขึ้นกุมมือเธอที่วางอยู่บนไหล่ของเขาไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของทั้งสองคนแผ่ซ่านท่ามกลางความหนาบานของบรรยากาศรอบข้าง แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนความมืดและอันตรายภายนอกกลายเป็นสิ่งไร้ความหมาย
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผสานกลืนเป็นหนึ่งเดียว เสียงเคาะกระจกเบา ๆ จากด้านนอกห้องสืบสวนก็ดังขึ้น... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสืบตื่นตัวเต็มที่ ภูวดลชักอาวุธปืนออกจากซองพร้อมขึ้นลำกล้องในพริบตา ขณะที่หมอธารก้าวไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขา
ที่หน้ากระจกฝ้า... เงาดำร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องกระทบกับวัตถุบางอย่างที่เงาดำนั้นถือไว้ในมือ มันไม่ใช่มีดหรือปืน... แต่เป็นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทอันหนึ่ง ที่เสียบคาอยู่กับช่องระบายอากาศของบานกระจก พร้อมกับโน้ตกระดาษแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า...
*"ความจริงเกี่ยวกับฆาตกร... อยู่ในนี้ และถ้าอยากรู้ว่าใครคือนายตำรวจหนุ่มที่อยู่เบื้องหลังการตายของน้องสาวคุณ... จงเปิดมันดูตอนนี้"*
ภูวดลหรี่ตามองกระดาษแผ่นนั้น ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเข้มด้วยความโกรธเกรี้ยวและประหลาดใจระคนกัน ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปดึงแฟลชไดรฟ์นั้นออกจากช่องระบายอากาศ ทันใดนั้น... เสียงหัวเราะแหลมสูงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังสะท้อนผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเก่า ๆ ภายในห้องสืบสวนที่จู่ ๆ ก็ติดขึ้นมาเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปครับ... สารวัตร" เสียงปริศนากล่าวเย้ยหยัน ก่อนที่ไฟนีออนทั้งหมดจะสว่างพรึบขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลัน เผยให้เห็นว่า... หน้าประตูห้องสืบสวนว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว นอกจากรอยเปื้อนของคราบเลือดสด ๆ ที่หยดเป็นทางยาวนำไปสู่ทางเดินลงบันไดหนีไฟ และหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของสารวัตรภูที่ถูกเปิดไฟล์วิดีโอขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ภาพบนหน้าจอแสดงภาพห้องทำงานส่วนตัวของ "ผู้กำกับการธงชัย" ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเขากำลังยืนเผชิญหน้ากับศพปริศนาในคืนเกิดเหตุเมื่อห้าปีก่อนอย่างชัดเจนทุกมุมมอง!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปมมืดไปด้วยกันนะครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 30
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!