“ถ้าอยากให้ฉันก้มหัวรับใช้คนตระกูลหลินจนวันตาย ฝันไปเถอะค่ะ! ต่อให้ต้องตายแล้วเกิดใหม่เป็นผีเฝ้ากองฟาง ฉันก็ไม่มีวันยอมซักผ้าขี้ริ้วให้พวกคุณอีกแม้แต่ผืนเดียว!”
เสียงตวาดกร้าวที่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นดังสะท้านไปทั่วห้องโถงดินเหนียวอันคับแคบของบ้านตระกูลหลิน ร่างบางของหลินอวี้ซินในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าขาดวิ่นสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้เป็นป้าสะใภ้และลูกพี่ลูกน้องที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน บรรยากาศภายในบ้านอวลไปด้วยกลิ่นอับของโคลนและควันไฟจากเตาฟืน แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องกลิ่นอับอีกต่อไปแล้ว เพราะหลินอวี้ซินผู้เคยเงียบขรับ อ่อนแอ และยอมให้คนอื่นโขกสับมาตลอดสามปีนับตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาพลิกฝ่ามือด่าทอทุกคนจนหน้าชา
หลินอวี้ซินหอบหายใจเบาๆ ความทรงจำอันปั่นป่วนของสองภพชาติกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างรุนแรง สมองของแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ผู้เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์แผนปัจจุบันและสมุนไพรโบราณ กำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมด เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันในยุค 1970 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องใช้คูปองแลกอาหาร และที่สำคัญคือ เจ้าของร่างเดิมเพิ่งถูกสามีทิ้งให้อยู่เผชิญชะตากรรมคนเดียวเพราะเขาต้องเดินทางกลับไปประจำการที่ค่ายทหารชายแดน ปล่อยให้เธอตกเป็นเบี้ยล่างของครอบครัวสามีและญาติๆ ที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ ขูดรีดทุกอย่างแม้กระทั่งข้าวเปลือกก้นถัง
“นัง... นังสารเลว หลินอวี้ซิน! แกกล้าดีอย่างไรมาขึ้นเสียงใส่ฉัน มารดาผู้ให้กำเนิดสามีแกฟากโน้นยังไม่กล้าทำตัวปีนเกลียวขนาดนี้เลยนะ! เป็นแค่สะใภ้อกตัญญูที่สามีทอดทิ้ง ยังกล้าทำตัวเป็นคุณหนูเหรอ? คายแป้งสาลีซ่อนไว้ในครัวออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงแหลมปรี๊ดของสะใภ้ใหญ่หลินแผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าทึ้งผมของหลินอวี้ซินด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่า หลินอวี้ซินไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ร่างเพรียวบางเคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วรากับปลาไหล มือเรียวยกขึ้นคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่นด้วยแรงกดจุดที่แม่นยำและเจ็บปวดจนอีกฝ่ายต้องร้องกรี๊ดลั่นบ้าน
“โอ๊ย! มือฉัน! ปล่อยนะ นังเด็กบ้า แกกล้าทำร้ายผู้ใหญ่เรอะ!”
“ผู้ใหญ่ที่จ้องจะปล้นข้าวต้มมื้อสุดท้ายของคนใกล้ตาย ไม่มีความจำเป็นต้องให้ฉันเคารพหรอกค่ะ!” หลินอวี้ซินแค่นหัวเราะด้วยความดูแคลน สายตาคมกริบกวาดมองรอบห้อง นึกถึงสภาพร่างกายที่อดอยากมาหลายวันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากเธอยังอ่อนข้อให้คนพวกนี้อีก เกรงว่าคงได้ตายตกตามกันไปจริงๆ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด หลินอวี้ซินพลันรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ฝ่ามือขวา รอยปานรูปใบไม้อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจากภพก่อนส่งกระแสความอุ่นวาบเข้ามาในกระแสเลือด จิตใต้สำนึกของเธอดึงเอาภาพห้องแล็บการแพทย์ส่วนตัวและคลังสมุนไพรล้ำค่าที่ติดตัวข้ามมิติมาด้วยปรากฏขึ้นในห้วงความคิด—นี่คือไพ่ตายของเธอ! มิติลับที่อุดมไปด้วยเวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะ และเมล็ดพันธุ์พืชหายาก พร้อมให้เธอหยิบใช้พลิกชีวิตได้ตลอดเวลา
“จำไว้ให้ดีนะคะ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครหน้าไหนที่กล้าก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้แล้วคิดจะฉวยโอกาสเอาเปรียบฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” หลินอวี้ซินสะบัดมือป้าสะใภ้อย่างไม่ใยดี จนร่างอ้วนท้วมเซถลาไปชนชั้นวางหม้อดินเสียงดังโคร้งคราม เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูหน้าบ้านด้วยความตกตะลึง
ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาด้วยความคาดไม่ถึง ประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นตาแต่เต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทางไกลก้าวเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่กลางลานบ้าน กลิ่นอายความดุดันและเด็ดเดี่ยวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับนายพรานป่าผู้ล่าเหยื่อ
ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาเข้มของ ‘หานเฟิง’ กวาดมองสภาพความโกลาหลภายในบ้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของภรรยาตัวน้อยที่ยืนหอบหายใจเบาๆ เนื้อตัวมอมแมมแต่แววตากลับเปล่งประกายความดื้อรั้นและเฉลียวฉลาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นเงียบกริบลงทันที
อวี้ซินหมอยายุค 70 ค่ะ ขอฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ
คุณหมอหญิงทะลุมิติไปปราบพยศนายทหารป่า•ตอนที่ 1
วิญญาณแพทย์หญิงในหมู่บ้านกันดาร
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงทะลุมิติไปปราบพยศนายทหารป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!