สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน•ตอนที่ 14

ลูกค้าวีไอพีกับโจทย์ที่ยากเกินคาด

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องสั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉูดเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะเนื้อหยาบ แต่ไม่มีใครในห้องรับแขกกล้าขยับตัวแม้แต่คนเดียว "หลินเฟยหราน เจ้ากล้าดียังไงถึงต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยผักดองกับหมูสามชั้นพะโล้ธรรมดาๆ เช่นนี้!" เสียงตวาดแหลมสูงของเฒ่าแก่กัว ผู้ตรวจการคลังสินค้าประจำอำเภอieดังลั่นจนผนังดินอัดแทบสะเทือน ใบหน้าอูมบวมด้วยพิษสุราและอำนาจแดงก่ำด้วยความไม่พอใจ ดวงตาหรี่เล็กมองจานอาหารตรงหน้าด้วยความรังเกียจราวกับกำลังมองเศษอาหารหมู หลินเฟยหรานยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทีสงبเยือกเย็น ศีรษะเชิดขึ้นเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้ไผ่เรียบง่าย แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม นางยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายแสดงความน่าเกลียดออกมาจนพอใจ ก่อนจะวางถ้วยกระทบจานรองเกิดเสียง 'กริ๊ก' เบาๆ ที่ทรงพลังพอกจะหยุดเสียงโวยวายทั้งหมดลงได้ในทันที "ท่านผู้ตรวจการกัวเจ้าคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดลงฮวบฮาบ "อาหารจานนี้ที่ท่านเรียกว่า 'ธรรมดา' ข้าพเจ้าใช้เวลาเคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนถึงสี่ชั่วยาม หมูป่าจากป่าลึกคัดสรรส่วนที่ดีที่สุด ไขมันแทรกเป็นชั้นราวกับกลีบดอกไม้ ผสมผสานกับรากบัวป่าและเครื่องเทศลับในมิติของข้าพเจ้า... หากท่านคิดว่ามันคืองานเลี้ยงของขอทาน เช่นนั้นท่านก็คงไม่มีบุญวาสจะได้ลิ้มรสอาหารที่แท้จริงของแผ่นดินนี้แล้วกระมั้งคะ" คำพูดของนางเฉียบคมบาดลึก จนผู้ตรวจการกัวสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากด่าทอต่อ ประตูไม้ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ก้าวเข้ามาคือชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีเทาเข้ม แม้กาลเวลาจะทิ้งร่องรอยความเก่งกล้าสามารถไว้บนใบหน้าคมสัน ทว่าดวงตากลับคมปลาบกวาดตามองรอบห้องเพียงปราดเดียวก็ทำเอาทุกคนในที่นั้นต้องกลั้นหายใจ เขากลืนกินบรรยากาศตึงเครียดทั้งหมดลงไปในลำคออย่างไม่ี่ใส่ใจ ก่อนจะประสานมือคารวะแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "ฮูหยินหลินกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก อาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องประโคมด้วยทองคำและหยก แต่ต้องปรุงด้วยความใส่ใจและวัตถุดิบที่เข้าถึงจิตวิญญาณ... ข้าเดินทางรอนแรมมาไกลนับร้อยลี่ ได้กลิ่นหอมลอยมาตามลมตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็รู้แล้วว่าการเดินทางครั้งนี้ของข้าจะไม่เสียเที่ยว" หลินเฟยหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย นางจำรอยแผลเป็นบริเวณหางคิ้วของชายผู้นี้ได้—เขาคือสหายสนิทของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุดในมณฑลบูรพา บุคคลระดับนี้เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่หมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้ได้? และที่สำคัญที่สุด... เขามาพร้อมกับโจทย์ที่ยากเกินคาดเดา "ยินดีต้อนรับท่าน 'หลี่ซาน' สู่เรือนสกุลกู้ค่ะ" นางลุกขึ้นยืนย่อกายคารวะด้วยกิริสง่างามไร้ที่ติ "แต่เกรงว่าอาหารบนโต๊ะนี้ จะไม่ถูกปากขุนนางใหญ่เช่นท่านกระมั้งคะ" หลี่ซานหัวเราะร่วนในลำคอ เดินตรงเข้าไปนั่งที่ประธานโต๊ะอย่างไร้พิธีรีตอง เขายื่นมือไปหยิบตะเกียบ คีบชิ้นหมูสามชั้นพะโล้สีน้ำตาลเงางามเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ สัมผัสถึงความนุ่มละลายในปากที่ผสานกับความหอมกรุ่นของเครื่องเทศและรสชาติกลมกล่อมที่ระเบิดออกมา ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่งอย่างปิดไม่มิด "วิเศษ! รสชาตินี้... ไม่เคยปรากฏในห้องเครื่องหลวงแห่งใดมาก่อน!" หลี่ซานวางตะเกียบลงแล้วมองนางด้วยแววตาพิจารณา "ฮูหยินหลิน ฝีมือระดับนี้ สมควรไปเปิดภัตตาคารใหญ่ในเมืองหลวง เหตุใดจึงมาทนตกระกำลำบากอยู่ในหมู่บ้านกันดารเช่นนี้เล่า? ว่าแต่... หากข้าจะขอท้าทายท่านด้วยโจทย์ข้อหนึ่ง ท่านจะกล้ารับคำหรือไม่?" บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงทันที เสียงลมหายใจของทุกคนดังสะท้อนก้อง กู้ฉางจวินที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูกระชับด้ามมีดในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สายตาดุดันจ้องมองหลี่ซานราวกับพยัคฆ์ปกป้องอาณาเขต หลินเฟยหรานไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มุมปากของนางยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ นางสบตากับแขกบ้านแขกเมืองผู้ทรงอิทธิพลอย่างไร้ความเกรงกลัว "เรื่องทำมาหากิน ข้าพเจ้าไม่เคยปฏิเสธความท้าทายอยู่แล้วค่ะท่านหลี่ซาน เชิญท่านกล่าวโจทย์ของท่านมาได้เลยค่ะ ว่าท่านต้องการให้ข้าพเจ้าปรุงอาหารจานใด เพื่อแลกกับการมาเยือนในครั้งนี้" หลี่ซานยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ "ดี! สมกับที่เป็นสตรีที่สตรีทั่วหล้าต้องยอมสยบ... โจทย์ของข้าคือ อาหารหนึ่งจานที่จะต้องทำให้อดีตแม่ทัพใหญ่ผู้สูญเสียการรับรู้ทางรสชาติจากพิษสงคราม กลับมามีชีวิตชีวาและหลั่งน้ำตาได้อีกครั้ง หากท่านทำไม่ได้... เรือนหลังนี้รวมถึงสิทธิ์การค้าขายทั้งหมดในอำเภอ จะต้องตกเป็นของข้า แต่ถ้าท่านทำได้..." เขายื่นแผ่นป้ายทองคำสลักลวดลายพยัคฆ์ลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังสะท้อนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคน "...ป้ายสั่งการกองทัพพยัคฆ์บูรพาอันนี้ จะเป็นของท่านทันที!" กู้ฉางจวินขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นแผ่นป้ายนั้น ดวงตาคมกริบส่งสัญญาณเตือนภรรยาว่านี่คือเกมการเมืองที่อันตรายถึงชีวิต ทว่าหลินเฟยหรานกลับนิ่งงันไปชั่วพริบตา ก่อนที่ประกายตาของเชฟอัจฉริยะจะลุกโชนขึ้นด้วยความกระหายในชัยชนะ นางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นป้ายทองคำขึ้นมาพิจารณาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจใดๆ รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นบนเรียวปากสวย ขณะที่กลิ่นหอมของเครื่องเทศลึกลับจากมิติฟาร์มเริ่มลอยวนเวียนอยู่ในอากาศรอบตัวนางทีละน้อย... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับไป๋เป่าเปานะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับยอดแม่ครัวในยุคที่ข้าวปลาขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%