“ถ้าการตัดสินใจเมื่อกี้คือกลยุทธ์ที่นายภูมิใจนัก ก็เชิญเล่นคนเดียวไปเลยเถอะคีย์!”
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวในห้องซ้อมของทีมสปอร์ตบาร์ เสียงนั้นไม่ใช่แค่การระบายอารมณ์ แต่มันคือรอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบมาตลอดหลายสัปดาห์ ในฐานะผู้นำทีม ผมยืนนิ่งมองคนตรงหน้า ‘เรน’ มือสไนเปอร์ผู้เยือกเย็นที่สุดที่ผมเคยรู้จัก บัดนี้ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่เคยใช้จับปืนไรเฟิลเพื่อลั่นไกอย่างแม่นยำกำลังสั่นระริกอยู่ข้างลำตัว
“เรน ผมทำเพื่อชัยชนะของทีม ถ้าเราไม่ยอมแลกตำแหน่งนั้น เราก็ไม่มีทางเจาะเกราะบอสตัวที่สามได้” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามรักษาความสงบทั้งที่ในใจกำลังเดือดพล่าน
“ชัยชนะ? นายเรียกการทิ้งให้เพื่อนร่วมทีมไปรับความตายเพื่อทำดาเมจแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ว่าชัยชนะเหรอ?” เรนเค้นหัวเราะ เสียงของเธอเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก “นายไม่ได้มองพวกเราเป็นเพื่อนร่วมทางหรอกคีย์ นายมองพวกเราเป็นแค่ ‘ทรัพยากร’ ที่นายจะใช้ทำลายทิ้งตอนไหนก็ได้เหมือนกับที่นายทำกับทีมเก่า!”
คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจผมราวกับคมมีด ประโยคที่ว่า ‘ทีมเก่า’ คือบาดแผลที่ผมไม่เคยต้องการให้ใครขุดคุ้ยขึ้นมา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมจนได้ยินแม้แต่เสียงระบบระบายความร้อนของเครื่อง VR ที่ส่งเสียงหึ่งๆ อยู่มุมห้อง สมาชิกคนอื่นในทีมต่างหลบสายตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากห้าม
“นั่นมันเรื่องในอดีต” ผมกดเสียงต่ำ “และผมก็เลือกที่จะไม่ทำมันซ้ำรอยเดิม ถ้าคุณไม่ไว้ใจการตัดสินใจของผม เราก็ไปต่อด้วยกันไม่ได้”
เรนจ้องมองผม สายตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่มันคือความผิดหวังที่ลึกซึ้งจนผมรู้สึกหนาวสั่น เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่เธอเดินตรงไปที่ชุดอุปกรณ์ VR ถอดชิปข้อมูลส่วนตัวออกจากเครื่อง แล้ววางมันลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่หนักแน่น
“ถ้าการนำของนายคือการเหยียบย่ำความเชื่อใจเพื่อแลกกับชัยชนะที่ไร้ความหมาย... ฉันก็ไม่ขออยู่เป็นเบี้ยล่างให้ใครอีกต่อไป”
ร่างสูงโปร่งหันหลังเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอึดอัด ความเงียบงันในห้องทำงานหนักยิ่งกว่าเสียงปืนในสนามรบเสียอีก ความกดดันจากการแข่งระดับโลกที่กำลังจะมาถึง บีบคั้นให้ทุกคนต้องทำผลงานให้ดีที่สุด แต่วันนี้ เรากลับสูญเสียหัวใจหลักของทีมไปเพียงเพราะความเห็นที่สวนทางกัน
ผมหยิบชิปข้อมูลของเรนขึ้นมาดู ในใจนึกย้อนถึงคืนวันที่เราผ่านอุปสรรคมาด้วยกัน ความแม่นยำของเธอช่วยชีวิตผมไว้หลายครั้งในวินาทีเฉียดตาย แต่วันนี้ ผมกลับทำลายกำแพงความเชื่อใจที่เธออุตส่าห์สร้างให้ด้วยมือตัวเอง ความเป็นผู้นำของผมกำลังถูกทดสอบ ไม่ใช่ด้วยฝีมือของคู่แข่ง แต่ด้วยความศรัทธาที่พังทลายของคนในทีม
ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พยายามครุ่นคิดถึงกลยุทธ์ถัดไป แต่สมองกลับว่างเปล่า หากไม่มีเรนที่คอยคุมระยะห่าง ทีมของเราก็เหมือนเครื่องจักรที่ขาดฟันเฟืองสำคัญไปหนึ่งชิ้น การแข่งรอบคัดเลือกที่กำลังจะถึงในอีกสามวันข้างหน้าดูห่างไกลออกไปเหมือนความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากหน้าต่างระบบกิลด์ก็ดังขึ้น
*‘แจ้งเตือน: ผู้เล่น [NightOwl] ได้ทำการส่งคำขอถอนตัวออกจากทีมอย่างเป็นทางการ ระบบจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง’*
ผมกำชิปข้อมูลในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปตามเธอกลับมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาในห้องเสียก่อน เขาไม่ใช่คนในทีม แต่เป็นใบหน้าที่ผมไม่คิดว่าจะได้เห็นที่นี่ในเวลานี้
“ดูเหมือนว่านายจะเจอปัญหาใหญ่นะ คีย์” น้ำเสียงคุ้นเคยที่ผมจำได้แม่นยำแม้ไม่ได้ยินมานานหลายปีดังขึ้นจากเงามืด “และขอบอกไว้เลยว่า ถ้าขาดเรนไป ทีมของนายจะไม่มีวันผ่านด่านคัดเลือกไปได้แน่... เพราะฉันคือคนที่จะเป็นคู่แข่งคนต่อไปที่นายต้องเจอ”
เงาร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น เขาคือคนคนเดียวกับที่หักหลังผมในอดีต และบัดนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่สื่อความหมายว่า... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอดนะครับ ผมจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ดีที่สุดเพื่อรี้ดเดอร์ทุกท่านครับ
GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต•ตอนที่ 32
วิกฤตความเชื่อมั่น
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง GLORY ASCENDANT: ผนึกกำลังพลิกโลกอีสปอร์ต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!