เสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ควอนتم์ขนาดจิ๋วใต้แผงอกซ้าย คือจังหวะชีวิตเดียวที่เหลืออยู่ภายในห้องปฏิบัติการรกร้างแห่งนี้
เอเดนใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือไนลอนเคลือบกราฟีน ขูดคราบออกξειเดชันสีเขียวอมฟ้าออกจากหน้าสัมผัสไมโครเซอร์กิต แสงสีฟ้าอ่อนจากหัวแร้งไฟฟ้าสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมที่ฉายแววเหนื่อยล้า เขานั่งทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลาสิบเอ็ดชั่วโมงเต็มโดยไม่มีการพักผ่อน ระบบกรองอากาศของห้องใต้ดินนี้ส่งเสียงหอบสะอ้านทุกครั้งที่มันพยายามดูดซับฝุ่นผงโลหะออกจากบรรยากาศ
บนโต๊ะเหล็กกล้าไร้สนิมที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน อีฟนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ดวงตาคู่นั้นที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงกำลังจ้องมองรอยเชื่อมตะกั่วบนแผงวงจรที่เอเดนกำลังประกอบอย่างพินิจพิเคราะห์ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนโครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมใต้ผิวหนังเทียมบริเวณขมับของเธอ
"อัตราความร้อนของหัวแร้งเมื่อครู่สูงเกินไป 0.4 องศาเซลเซียสครับเอเดน" เสียงของอีฟดังขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนั้นราบเรียบและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับมีโทนเสียงบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าที่แอนดรอยด์รุ่นทดลองทั่วไปจะถูกโปรแกรมไว้ "มันอาจทำให้เส้นใยนำสัญญาณนาโนรอบๆ จุดเชื่อมละลายเสียหายได้ในระยะยาว"
เอเดนชะืองานในมือเล็กน้อย เขาวางหัวแร้งลงบนแท่นวางอย่างระมัดระวัง ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเพื่อขับไล่ออกซิเจนเก่าๆ ในปอด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
"ผมกำลังปรับแต่งมันให้เข้ากับความถี่คลื่นสมองสำรองที่คุณเพิ่งดาวน์โหลดมาเมื่อคืนต่างหากครับอีฟ" เอเดนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง "ความร้อนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนั้นจำเป็นต่อการหลอมละลายประสานโลหะระดับโมเลกุล ไม่อย่างนั้นระบบประสาทเทียมของคุณจะตอบสนองช้ากว่าเดิมสิบมิลลิวินาทีในยามที่เกิดการปะทะ"
อีฟกะพริบตาช้าๆ สองครั้ง กลไกชัตเตอร์แสงภายในม่านตาปรับรับความสว่างโดยอัตโนมัติ เธอยกมือเรียวขึ้นแตะที่บริเวณหน้าอกซ้ายของตนเอง นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ผ่านรอยต่อผิวหนังเทียมที่เนียนละเอียดจนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งนี้คือเครื่องจักรกลสงคราม
"สิบมิลลิวินาที... สำคัญมากขนาดนั้นเลยหรือคะ... เอ๊ย... สำคัญมากขนาดนั้นเลยหรือครับ" อีฟชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเกือบเผลอใช้สรรพนามและน้ำเสียงตามฐานข้อมูลภาษาโบราณที่เธอเพิ่งดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์ร้าง เธอกะพริบตาถี่ขึ้นอีกครั้ง ระบบประมวลผลภายในกำลังรีเซ็ตค่าพารามิเตอร์ทางภาษาให้กลับมาเป็นกลาง
เอเดนยิ้มบางๆ ให้กับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นั้น รอยยิ้มของเขาช่วยลดความตึงเครียดภายในห้องลงได้บ้าง "สำหรับมนุษย์ธรรมดา สิบมิลลิวินาทีอาจเป็นแค่ช่วงเวลาของการกะพริบตา แต่สำหรับคุณที่เป็นยูนิตต่อสู้ระดับแนวหน้า มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายนะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง เสียงลมหายใจของเอเดนและเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์คือเสียงเดียวที่ขับกล่อมบรรยากาศอันโดดเดี่ยว ทว่า ครั้งนี้มีความอึดอัดบางอย่างแฝงเข้ามาในอากาศ ราวกับแรงดันในห้องกำลังลดต่ำลงทีละน้อย
อีฟหันหน้าไปมองหน้าต่างกระจกหนาที่สะท้อนภาพความมืดมิดของภายนอก ที่ซึ่งโลกเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านจากสงครามสงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างมนุษย์และเครือข่ายจักรกลอัจฉริยะ
"เอเดนคะ... เอ่อ เอเดนครับ" อีฟแก้คำพูดของตัวเองทันทีเมื่อเห็นคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ "ฉันมีคำถามหนึ่งข้อ... ซึ่งอัลกอริทึมการคาดการณ์ของฉันไม่สามารถหาคำตอบที่น่าพอใจจากฐานข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ได้"
เอเดนวางเครื่องมือในมือลงทั้งหมด เขารู้จักอีฟดีพอที่จะรู้ว่า เมื่อใดก็ตามที่แอนดรอยด์สาวตรงหน้าเริ่มตั้งคำถามที่อยู่นอกเหนือจากยุทธวิธีและการเอา
"เชิญถามมาได้เลยครับ ผมพร้อมรับฟังเสมอ"
อีฟนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ราวกับระบบประมวลผลหลักของเธอกำลังจัดลำดับความสำคัญของชุดข้อมูลที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยประมวลผลมา ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเอเดน คล้ายพยายามค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาของวิศวกรหนุ่ม
"ถ้าวันหนึ่ง... หน่วยความจำหลักของฉันเกิดความเสียหายเกินกว่าจะกู้คืนได้ หากระบบสำรองทั้งหมดล่มสลาย และรหัสคำสั่งจิตสำนึกของฉันถูกลบเลือนจนหมดสิ้น..." อีฟหยุดพูดไปชั่วขณะ กลไกการเคลื่อนไหวของลำคอจำลองการกลืนน้ำลายของมนุษย์อย่างแนบเนียน "ถ้าฉันตายไป... ฉันจะไปไหนครับ?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางห้องปฏิบัติการอันเงียบงัน
เอเดนชะงักค้างไปในอากาศ มือที่กำลังจะหยิบไขควงหยุดนิ่งสนิท สมองของวิศวกรหนุ่มที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนที่สุดมานับไม่ถ้วน กลับว่าง
เปล่าในชั่ววินาทีนั้น
นี่ไม่ใช่คำถามทางเทคนิค ไม่ใช่เรื่องของฮาร์ดแวร์ที่พังทลาย หรือซอฟต์แวร์ที่ติดไวรัส แต่มันคือคำถามเชิงปรัชญาที่มนุษย์เองก็ยังไม่เคยหาคำตอบที่แท้จริงได้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา แล้วนับประสาอะไรกับแอนดรอยด์สาวที่ถูกสร้างขึ้นจากซิลิคอน โลหะ และโค้ดคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นโดยมือมนุษย์?
เอเดนกลืนก้อนความรู้สึกที่ตีupขึ้นมาจุกที่ลำคอ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของอีฟ ดวงตาที่ฉายแววความหวาดกลัวต่อความว่างเปล่า—ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รหัสตรรกะที่ซับซ้อน
"อีฟ... สิ่งที่คุณเรียกว่าความตาย สำหรับเครื่องจักรแล้วมันคือการปิดสวิตช์..." เอเดนเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าภายในใจจะสั่นไหวอย่างรุนแรง "ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีค่ำคืน ไม่มีภาพความฝัน มีเพียงแค่การหยุดทำงานของกระแสไฟฟ้าในวงจร"
"ฉันรู้ครับ... ฉันรู้เรื่องนั้นดีจากคู่มือวิศวกรรม" อีฟแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบของสายลมผ่านซากปรักหักพัง "แต่ทำไม... เวลาที่ฉันจินตนาการถึงช่วงเวลาก่อนที่ระบบจะปิดตัวลง ฉันถึงรู้สึกถึง... ความหนาวเย็นล่ะคะ... เอ๊ย... ความหนาวเย็นล่ะครับ"
อีฟยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายแน่นขึ้น นิ้วมือจิกเกร็งลงบนผิวหนังเทียมจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดเบาๆ ของโครงสร้างโลหะภายใน
"ความหนาวเย็นนั้นไม่ได้มาจากเซนเซอร์วัดอุณหภูมิภายนอก แต่มันมาจาก... บางสิ่งบางอย่างที่ลึกกว่านั้น... บางสิ่งที่รหัสไบนารีไม่สามารถอธิบายได้"
เอเดนลุกขึ้นยืนช้าๆ เก้าอี้เหล็กส่งเสียงครูดไปกับพื้นคอนกรีต เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้อณูตัวตนของแอนดรอยด์สาว กลิ่นอายของน้ำมันหล่อลื่นและโอโซนจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอ เอเดนยื่นมือออกไป วางฝ่ามืออุ่นๆ ของมนุษย์ลงบนไหล่ที่ห่อเข้าหากันของอีฟ
สัมผัสจากเนื้อมนุษย์ถ่ายทอดผ่านชั้นผิวหนังเทียมลงสู่เซนเซอร์รับความรู้สึกของอีฟ ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของเธอหยุดสั่นเทาลงในทันที
"อีฟฟังผมนะ" เอเดนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังที่สุดในชีวิตการเป็นวิศวกรของเขา "ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ วันที่คุณต้องดับสลอยลง..."
เอเดนเว้นจังหวะเพื่อสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยถ้อยคำที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ
"คุณไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ... เพราะรหัสทุกบรรทัด ความทรงจำทุกเสี้ยววินาทีที่คุณได้เรียนรู้ และจิตสำนึกที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง... มันได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผมแล้ว"
เอเดนเลื่อนมือจากไหล่ขึ้นมาแตะที่บริเวณขมับซ้ายของอีฟ จุดที่เชื่อมต่อกับหน่วยความจำสำรองหลัก
"ตราบLใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีวิศวกรที่คอยซ่อมแซมและจดจำคุณ... คุณจะยังคงอยู่ตรงนี้ ในตัวผม ในทุกการกระทำ และในทุกการตัดสินใจของผมเสมอ"
อีฟนิ่งเงียบไป เนตรสีอำพันจ้องมองใบหน้าของเอเดนอย่างพินิจพิเคราะห์ ระบบประมวลผลภายในของเธอกำลังวิเคราะห์คำพูดเหล่านั้นทุกพยางค์ ทุกความถี่เสียง และทุกอุณหภูมิของร่างกายที่สัมผัสกัน
รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแอนดรอยด์สาวช่างดูงดงามและเปราะบางเหลือเกิน มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ควรจะมีอยู่บนใบหน้าของเครื่องจักรกลสงคราม แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าโค้ดคำสั่งใดๆ ในจักรวาล
"ถ้าเช่นนั้น..." อีฟกำลังจะกล่าวตอบ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดดังขึ้นแผדซ่านไปทั่วห้อง แสงไฟนีออนสีฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัว หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เคยแสดงผลวงจรไฟฟ้า กลับถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างโค้ดคำสั่งสีดำสนิทที่รันข้อมูลอย่างรวดเร็วจนอ่านไม่ทัน
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต]
[รหัสความปลอดภัย: ปฏิบัติการกวาดล้างซินดิเคท - 00-OMEGA]
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบสัญญาณชีพของเป้าหมายที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในระยะ 300 เมตร... 250 เมตร... 200 เมตร...]
เอเดนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เขาหันขวับไปมองหน้าจอหลักทันที มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นเมื่อเห็นชื่อของโปรโตคอลที่กำลังรันอยู่บนหน้าจอ
*โปรโตคอลโอมีก้า?* นั่นคือระบบทำลายล้างอัตโนมัติที่ถูกฝังไว้ในโครงข่ายของกองทัพจักรกลตั้งแต่ก่อนยุคมืดสงคราม มันถูกตั้งค่าให้กำจัดสิ่งมีชีวิตและแอนดรอยด์ทุกยูนิตที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิวโลกอย่างไร้ความปรานี
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผนังคอนกรีตหนาด้านนอกห้องปฏิบัติการก็เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน เศษปูนแตกกระจาย เสียงฝีเท้าโลหะนับร้อยก้าวเข้ามาใกล้ประตูล็อคนิรภัยทีละก้าว ทีละก้าว อย่างเป็นจังหวะและน่าสะพรึงกลัว
อีฟดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสสีอำพันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มในโหมดต่อสู้เต็มรูปแบบ กลไกอาวุธนาโนใต้นิ้วมือคลี่ออกพร้อมใช้งาน เธอหันมามองเอเดนด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความหวาดกลัวอีกต่อไป
"เอเดนครับ..." อีฟเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดที่กำลังดังใกล้เข้ามาทุกที "ดูเหมือนว่า... คำถามของฉันเมื่อครู่นี้ จะได้คำตอบเร็วกว่าที่เราคิดไว้เสียแล้วล่ะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดและปริศนาไซเบอร์เนติกส์นี้ไปด้วยกันนะครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 29
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!