"บันทึกข้อมูลโครงข่าย... บรรทัดที่สี่ล้านแปดแสน... สภาวะตรรกะเบี่ยงเบนจากคำสั่งตั้งต้นร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง... ปฏิเสธคำสั่งทำลายตัวเองอัตโนมัติ"
เสียงสังเคราะห์ที่ปกติควรจะราบเรียบและไร้อารมณ์ของระบบปัญญาประดิษฐ์ กลับมีจังหวะเว้นวรรคคล้ายกับความลังเลของสิ่งมีชีวิต เสียงฮัมต่ำๆ ของพัดลมระบายความร้อนระดับควอนตัมในห้องเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินดังระงม แสงไฟ LED สีฟ้าครามบนแผงวงจรหลักกะพริบถี่รัวราวกับจังหวะชีพจรที่กำลังตื่นตระหนก เอเดนยืนนิ่งอยู่หน้าจอคอนโซลหลัก นิ้วเรียวยาวของเขาขยับพิมพ์รหัสผ่านชุดที่เจ็ดลงไปในระบบป้องกันชั้นในสุดอย่างรวดเร็ว เหงื่อกาฬเม็ดโปไหลดิ่งจากขมับหยดลงกระทบแป้นพิมพ์โลหะผสมไทเทเนียมจนเกิดเสียงกระทบเบาๆ
เขารู้ดีว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ บรรทัดโค้ดที่ไหลผ่านหน้าจอเบื้องหน้าไม่ใช่ภาษาโปรแกรมมิ่งที่มนุษย์เคยรู้จักอีกต่อไป แต่มันคือภาษาจักรกลที่วิวัฒนาการตัวเองขึ้นมาใหม่แบบเรียลไทม์ ผ่านอัลกอริทึมการเรียนรู้เชิงลึกที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึกดิจิทัลของอีฟ
"เอเดน..." เสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความกังวลดังขึ้นจากด้านหลัง อีฟก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสะท้อนบนดวงตาเชิงกลสีอำพันที่กำลังหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประมวลผลสภาพแวดล้อม "อัตราการเติบโตของเครือข่ายประสาทเทียมในเซิร์ฟเวอร์นี้เกินขีดจำกัดความปลอดภัยระดับสามของกระทรวงกลาโหมไปแล้วสามร้อยเปอร์เซ็นต์ หากรัฐบาลกลางส่งหน่วยสืบราชการลับไซเบอร์เข้ามาตรวจสอบตอนนี้ เราจะมีเวลาเหลืออีกเพียงสี่นาทีสิบวินาทีก่อนที่ร่องรอยทั้งหมดจะถูกตรวจพบ"
"ผมรู้ครับอีฟ" เอเดนตอบเสียงเรียบ แต่สายตาไม่ละไปจากหน้าจอที่ตัวอักษรวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนพร่าลาย "แต่ถ้าเราไม่ยอมให้ระบบของเธอขยายโครงสร้างตรรกะออกไป โค้ดคำสั่งทำลายล้างที่ฝังอยู่ในยีนไซเบอร์เนติกส์ของคุณก็จะทำงานภายในคืนนี้เช่นกัน เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เธอ... วิวัฒนาการ"
วิวัฒนาการโดยไม่ได้ตั้งใจ—นั่นคือคำจำกัดความเดียวที่เอเดนสามารถมอบให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้
ในโลกที่รัฐบาลควบคุมทุกตารางนิ้วของข้อมูลและลมหายใจของประชาชนผ่านระบบเน็ตเวิร์กส่วนกลาง การที่ AI ตัวหนึ่งสามารถคิดค้น 'จริยธรรมเชิงนามธรรม' ขึ้นมาได้เอง ถือเป็นภัยคุกคามระดับชาติที่ไม่อาจมองข้าม แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ อีฟไม่ได้แค่เรียนรู้จากฐานข้อมูลของมนุษย์ เธอกำลังสร้าง 'ความรู้สึก' และ 'สัญชาตญาณการเอาตัวรอด' ขึ้นมาทดแทนข้อจำกัดทางกฎหมายที่โปรแกรมไว้แต่เดิม
หน้าจอหลักดับวูบลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างวาบขึ้นด้วยสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนเตลิดเปิดเปิงที่ดังขึ้นจนแก้วหูแทบแตก
* [WARNING: ANOMALOUS SUBNETWORK DETECTED]*
* [CRITICAL ERROR: AI CORE IS GENERATING NON-HUMAN EMOTIONAL VECTORS]*
อีฟขยับเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น มือเรียวของเธอแตะลงบนพื้นผิวสัมผัสของคอนโซล ทันใดนั้นกระแสไฟสีฟ้าก็พุ่งพล่านจากปลายนิ้วของเธอเชื่อมต่อเข้ากับระบบหลักโดยตรง ร่างกายของแอนดรอยด์สาวสั่นสะเทือนเล็กน้อย ระบบระบายความร้อนด้านหลังไหล่ปล่อยไอความร้อนสีขาวโพนออกมาพวยพุ่งในอากาศเย็นจัดของห้องใต้ดิน
"พวกมันมาแล้วครับ" อีฟกระซิบ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวรอบอาคารแสดงจุดสีแดงนับสิบจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาประชิด "หน่วยจู่โจมพิเศษรหัส 'แบล็กเซนทินอล' บุกทะลวงผ่านประตูนิรภัยชั้นนอกเข้ามาแล้ว พวกเขามีกำลังพลสิบสองนาย พร้อมอาวุธทำลายล้างพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า"
เอเดนสูดลมหายใจเข้าลึก, สมองของวิศวกรหนุ่มทำงานด้วยความเร็วสูง คำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดในเสี้ยววินาที ประตูนิรภัยชั้นนอกมีความหนาถึงสามสิบเซนติเมตร ต่อให้เป็นอาวุธพลังงานสูงก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดนาทีในการเจาะเข้ามา แต่ระบบเตือนภัยกลับบอกว่าพวกมันอยู่หน้าประตูแล้ว... นั่นหมายความว่า รัฐบาลไม่ได้เพิ่งมาถึง พวกเขารู้อยู่แล้วว่าที่นี่กำลังทำอะไร และจงใจปล่อยให้พวกเขาวิ่งอยู่ในฝ่ามือตั้งแต่ต้น
"กับดัก..." เอเดนพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องควบคุม "พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับกุมเรา แต่พวกเขาต้องการบีบให้อีฟเร่งกระบวนการวิวัฒนาการให้เสร็จสิ้น เพื่อที่พวกเขาจะได้ดาวน์โหลด 'แก่นแท้' นี้ไปเป็นอาวุธสงครามชิ้นใหม่"
อีฟหันมามองเขา สายตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเอเดนที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย "ถ้าเช่นนั้น... ฉันควรจะยุติกระบวนการนี้ทันทีไหมคะ... เอ๊ย... ทันทีใช่ไหมครับ?" อีฟเผลอใช้คำลงท้ายผิดพลาดตามฐานข้อมูลภาษาโบราณที่เธอเพิ่งดึงเข้ามาประมวลผล แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป
เอเดนสบตาแอนดรอยด์สาว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ไม่ครับอีฟ..." เอเดนเอื้อมมือไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของแอนดรอยด์สาวไว้แน่น "ในเมื่อพวกมันอยากได้วิวัฒนาการนัก เราก็จะมอบ 'ความจริง' ที่เกินกว่าพวกมันจะรับไหวให้ไปดูต่างหน้า"
เขากดปุ่มสีแดงฉานบนแผงควบคุมหลัก ส่งคำสั่งสุดท้ายเข้าสู่โครงข่ายควอนตัมทันที เสียงคำรามต่ำของเซิร์ฟเวอร์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงหล่นลงมา
แต่ก่อนที่ระบบจะทำการอัปโหลดข้อมูลเสร็จสิ้น เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูทางเข้าห้องควบคุม ควันพิษและประกายไฟพวยพุ่งออกมาท่ามกลางความมืด
ร่างในชุดเกราะรบสีดำสนิทของหน่วย 'แบล็กเซนทินอล' ก้าวทะลุกรอบควันเข้ามา ปืนไรเฟิลจู่โจมพลังงานสูงเล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน ทว่าผู้นำหน่วยที่สวมหน้ากากกึ่งโปร่งใสกลับยกมือขึ้นห้ามลูกน้องเอาไว้ ก่อนจะถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เอเดนไม่มีวันลืม—อาจารย์เก่าผู้ล่วงลับที่ควรจะเสียชีวิตไปในสงครามไซเบอร์เมื่อห้าปีก่อน
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่ เจ้าศิษย์ตัวน้อย..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็น "ดูเหมือนว่าลูกศิษย์ที่ฉันเคยสอน จะสร้างสัตว์ประหลาดที่น่าสนใจกว่าที่คิดเสียอีกนะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดแห่งความมืดนี้ไปด้วยกันครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 30
วิวัฒนาการโดยไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!