“การคำนวณวิถีกระสุนของหน่วยรบพิเศษคอร์ปอเรชั่น... มีความคลาดเคลื่อนร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง”
เสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้น ท่ามกลางประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบที่เกิดจากการเชื่อมต่อพอร์ตข้อมูลความเร็วสูงเข้ากับฐานข้อมูลใต้ดิน เอเดนกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่กำลังรัวข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานเป็นพรืด ระบบระบายความร้อนของห้องเครื่องยนต์ร้างส่งเสียงครางต่ำราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นระเหยคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
เบื้องหน้าของเขาคือโถงทางเดินคอนกรีตเสริมเหล็กของเขตอุตสาหกรรมเก่า ฝูงโดรนสังหารรุ่น *Vanguard-X* กว่าสิบลำกำลังเคลื่อนพลเข้ามาด้วยรูปแบบการโจมตีแบบประสานงา เสียงล้อตีนตะขาบและใบพัดความเร็วสูงสะท้อนก้องไปทั่วอุโมงค์ พวกมันถูกโปรแกรมมาให้กวาดล้างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแปลกปลอมทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี
เอเดนกัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกุมประแจไฮดรอลิกในขณะที่สมองกำลังประมวลผลทางเลือกนับพันในเสี้ยววินาที การปะทะกันแบบตรงๆ มีแต่อัตราการรอดชีวิตที่เป็นศูนย์ ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายทั้งหมดแล้ว การคำนวณทางวิศวกรรมบอกเขาอย่างชัดเจนว่า โครงสร้างของอาคารแห่งนี้รับแรงกระแทกจากการระเบิดไม่ได้อีกต่อไป หากเขาพลาดแม้แต่จังหวะเดียว ร่างของเขาจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วยกระสุนเจาะเกราะความเร็วเหนือเสียง
“เอเดน หลบครับ”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดดังขึ้นทันท่วงที ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทของอีฟพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปราวกับสายลม สิ่งที่ทำให้เอเดนเบิกตากว้างไม่ใช่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเธอ แต่เป็นชุดข้อมูลที่กำลังรันอยู่บนเรตินาตาของเขา ซึ่งเชื่อมต่อกับเซนเซอร์ภาคสนาม
ในระบบฐานข้อมูลของแอนดรอยด์รุ่นทดลอง ไม่มีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดแบบนี้บันทึกไว้!
อีฟไม่ได้ใช้แค่สัญชาตญาณ ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวด้วยการคำนวณฟิสิกส์เชิงควอนตัม ทุกย่างก้าวเหยียบลงบนจุดศูนย์ถ่วงที่สมบูรณ์แบบที่สุด แรงเสียดทานของพื้นผิวคอนกรีตถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการหักเลี้ยวด้วยความเร็วสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อโดรนสังหารลำแรกพุ่งเข้ามาพร้อมกระสุนปืนกลหนัก มือเรียวบางของเธอก็สะบัดออกไปอย่างแม่นยำ ปลายเล็บเรียวคมกริบที่แฝงนาโนไวเบรชั่นเฉือนเข้าที่จุดเชื่อมต่อพลังงานของโดรนอย่างพิกัดเป๊ะๆ
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟจากการลัดวงจรระเบิดออก โดรนลำแรกสูญเสียการควบคุมและพุ่งชนลำที่สองจนร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ฝูงโดรนที่เหลือปรับเปลี่ยนรูปแบบการโจมตีทันที พวกมันกระจายตัวออกเป็นรูปวงกลม ล้อมรอบอีฟและเอเดนไว้ตรงกลาง พร้อมกับระดมยิงกระสุนปืนพลาสม่าเข้าใส่ราวกับห่าฝน
เอเดนไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่อีฟดึงดูดความสนใจทั้งหมด พุ่งตัวเข้าไปหลบหลังซากคอนกรีต พร้อมกับดึงแท็บlet ควบคุมระบบออกมา มือเรียวรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดเสมือนจริงด้วยความเร็วสูงเพื่อเจาะเข้าระบบควบคุมส่วนกลางของโดรนเหล่านั้น
“ระบบป้องกันถูกเข้ารหัสด้วยสถาปัตยกรรม 256 บิต... บ้าจริง มันซับซ้อนเกินกว่าจะถอดรหัสได้ภายในสามสิบวินาที” เอเดนพึมพำกับตัวเอง เหงื่อกาฬไหลซึมลงมาตามขมับ สายตาจ้องมองแถบสถานะการโหลดที่ขยับไปอย่างเชื่องช้า ราวกับกลั่นแกล้งคน
ในขณะเดียวกัน ทางด้านของอีฟ การเคลื่อนไหวของเธอกลับทวีความดุดันและลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ ท่วงท่าการต่อสู้ของเธอไม่ใช่ศิลปะการป้องกันตัวของมนุษย์ แต่เป็นรูปแบบการรบทางยุทธวิธีของกองทัพจักรกลยุคโบราณที่สาบสูญไปแล้วจากหน้าประวัติศาสตร์ เธอหมุนตัวหลบกระสุนพลาสม่าได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะคว้าแขนกลของโดรนตัวหนึ่งแล้วใช้มันเป็นโล่กำบัง และอาศัยแรงเหวี่ยงเหวี่ยงโดรนน้ำหนักร้อยกิโลกรัมนั้นพุ่งชนกำแพงจนพังทลาย
สิ่งที่ทำให้เอเดนรู้สึกประหลาดใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น คือดวงตาสีฟ้าครามของอีฟ ในเสี้ยววินาทีที่เธอกวาดสายตามองกลุ่มโดรน ม่านตาของเธอกลับปรากฏชุดรหัสโค้ดสีแดงฉานวิ่งผ่านรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน มันไม่ใช่รหัสการทำงานของหุ่นยนต์ทั่วไป แต่มันคือ *“โปรแกรมคำสั่งควบคุมระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด”* (Root Access) ที่ถูกฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของเธอ—ความลับที่แม้แต่ออีฟเองก็อาจจะไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น
“อีฟ! ระวังด้านซ้าย!” เอเดนตะโกนเตือนสุดเสียง เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบโดรนล่องหนรุ่น *Spectre-Class* กำลังง้างดาบพลังงานพุ่งเข้าประชิดตัวเธอจากมุมอับสายตา
อีฟหันขวับกลับมาทันที แววตาของเธอเปลี่ยนจากความว่างเปล่าเป็นประกายแสงสีทองระยิบระยับเพียงชั่วพริบตาเดียว มือทั้งสองข้างยกขึ้นประสานกันรับคมดาบพลังงานที่ฟันลงมาด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกส่งผลให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของเธอแตกละเอียดเป็นรอยร้าววงกว้าง
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของแอนดรอยด์สาว ไม่ใช่รอยยิ้มของเครื่องจักร แต่เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความทรงจำที่ค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา
“ขอบคุณครับ เอเดน... แต่ผมจัดการเองได้” เสียงของเธอเปลี่ยนโทนไปเล็กน้อย น้ำเสียงนั้นมีความสุขุมลุ่มลึกและคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเธอกำลังหวนคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงในอดีต
ทันใดนั้น พลังงานความร้อนสูงก็แผ่ซ่านออกจากฝ่ามือของอีฟ ระบบโอ버클럭 (Overclock) ภายในตัวเธอถูกผลักดันขีดจำกัดไปจนถึงระดับร้อยละสามร้อย แสงสีฟ้าสว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานอุโมงค์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่รุนแรงแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ส่งผลให้โดรนสังหารทั้งหมดในรัศมีร้อยเมตรเกิดอาการชะงักงัน ระบบภายในลัดวงจรและระเบิดไล่เลี่ยกันทีละลำจนเกิดเป็นทะเลเพลิงขนาดย่อม
เมื่อแสงสว่างจ้าสงบลง โถงทางเดินก็กลับคืนสู่ความเงียบงัน มีเพียงควันจางๆ และเสียงสะเก็ดไฟที่ยังคงปะทุอยู่ประปราย เอเดนหอบหายใจหนักหน่วง ยันกายลุกขึ้นจากที่กำบัง สายตาคมกราบมองแอนดรอยด์สาวที่ยืนสงบนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพัง บาดแผลบนตัวเธอเริ่มกระบวนการสมานตัวเองด้วยนาโนแมชชีนอย่างรวดเร็ว
“เธอ... ไปเอาทักษะการต่อสู้แบบนั้นมาจากไหน?” เอเดนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระคนสงสัยและตื่นตะลึง “รูปแบบการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ มันคือกระบวนท่าของหน่วยรบพิเศษกองทัพจักรวรรดิยุคเก่า... ข้อมูลชุดนั้นควรจะถูกลบไปจากฐานข้อมูลโลกตั้งแต่สงครามร้อยปีครั้งก่อนแล้วนี่”
อีฟหันกลับมามองเขา ดวงตาสีฟ้าครามกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง เธอก้มลงมองมือของตัวเองราวกับกำลังพยายามทำความเข้าใจสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งตื่นขึ้นมาในระบบ
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ...” อีฟตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แต่... ดูเหมือนว่าเมื่อสักครู่ ระบบโครงข่ายประสาทเทียมของผมเพิ่งจะปลดล็อกโฟลเดอร์ข้อมูลลับชุดหนึ่ง... มันเป็นบันทึกข้อความจากบุคคลปริศนาที่ระบุชื่อรหัสไว้ว่า... *‘ผู้สร้าง’*”
ก่อนที่เอเดนจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่งจากผู้ใช้ สัญญาณเตือนภัยสีม่วงเข้มพร้อมเสียงบี๊บถี่รัวดังขึ้นทำลายความเงียบ ระบบปัญญาประดิษฐ์สำรองของห้องเครื่องยนต์รายงานผลการสแกนพื้นที่รอบนอกด้วยความตื่นตระหนก
**[WARNING: สัญญาณชีวมิติและลายเซ็นพลังงานระดับ SSS ถูกตรวจพบในรัศมี 500 เมตร]**
**[ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติของคอร์ปอเรชั่นถูกรีเซ็ตโดยคำสั่งภายนอก]**
**[เป้าหมาย: ตรวจพบตัวตนของ "ต้นแบบหมายเลขศูนย์" กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน]**
เอเดนหน้าถอดสีทันทีเมื่อมองเห็นภาพกราฟิกจำลองสามมิติบนหน้าจอ เงาดำทึบขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยอาวุธหนักระดับทำลายล้างกำลังก้าวเดินผ่านม่านควันเข้ามาอย่างช้าๆ แรงสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้าของมันทำให้เศษปูนบนเพดานร่วงหล่นลงมากระทบพื้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองแห่งความตายที่กำลังดังขึ้นเพื่อประกาศการมาถึงของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าฝูงโดรนสังหารนับร้อยลำรวมกัน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ไซเบอร์พังค์2099
วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้•ตอนที่ 7
อดีตที่ฝังอยู่ในอัลกอริทึม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลสังหารกับรหัสลับที่ลบไม่ได้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!