กลิ่นอับชื้นของสารเคมีผสมปูนซีเมนต์เก่า คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ คือสิ่งแรกที่นายแพทย์ศตวรรษรับรู้ได้ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะกลับคืนมาเต็มร้อย ความเย็นเฉียบของคมโลหะที่แนบอยู่ข้างขมับซ้ายไม่ได้ทำให้ชีพจรของเขาเต้นเร็วกว่าปกติแม้แต่น้อย ในฐานะแพทย์นิติเวชผู้ผ่านการชันสูตรซากศพมานับพันราย ศตวรรษรู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของความจริง
"ฟื้นแล้วหรือครับ คุณหมอคนเก่ง... ผมนึกว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะทนแรงกระแทกจากด้ามปืนของผมไม่ไหวเสียอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังมาจากความมืดเบื้องหน้า แสงไฟนีออนดวงเดียวที่กะพริบติดๆ ดับๆ เหนือศีรษะสาดส่องให้เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อโค้ทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เงาสลัว แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความบิดเบี้ยวและคุ้นเคยอย่างประหลาด กำลังจ้องมองศตวรรษราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อ
ศตวรรษขยับตัวเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ ข้อเท้าและข้อมือของเขาถูกมึงพันไว้ด้วยเคเบิลไทร์พลาสติกอย่างแน่นหนาจนเนื้อปริ แน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาไม่ให้หลุดรอดได้โดยง่าย แต่สายตาของศตวรรษไม่ได้มองที่พันธนาการเหล่านั้น เขากำลังกวาดตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ห้องใต้ดินกว้างขวางแห่งนี้คือโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝุ่นหนาเตอะบนพื้นบ่งบอกว่าไม่มีใครย่างกรายมานานแรมปี แต่บนโต๊ะไม้ตัวเก่าตรงหน้ากลับมีอุปกรณ์ผ่าศพชุดสแตนเลสวางเรียงรายเป็นระเบียบ ราวกับกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสะพรึงกลัว
"คุณต้องการอะไร" ศตวรรษเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ปราศจากความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความเยือกเย็นตามวิสัยของแพทย์ผู้คุ้นเคยกับความตาย "การลักพาตัวเจ้าหน้าที่รัฐ มีอัตราโทษทางอาญาที่หนักหนาพอสมควร หวังว่าคุณคงคำนวณความเสี่ยงนี้ไว้แล้ว"
ชายปริศนาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูระคายหูราวกับกระดาษทรายเบอร์หยาบกำลังถูกถูไถบนแผ่นไม้ เขาเดินก้าวออกมาจากเงาดำ แสงไฟนีออนวูบวาบเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจนขึ้น รอยแผลเป็นเป็นทางยาวพาดผ่านจากมุมปากขวาขึ้นไปถึงโหนกแก้ม ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกสุมไว้มานานนับปี
"โทษทางอาญางั้นหรือครับ คุณหมอศตวรรษ... สำหรับคนอย่างผม คุกไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการไม่ได้เห็นพวกคุณชดใช้ในสิ่งที่เคยทำลงไปหรอกครับ"
ชายคนนั้นโยนมีดผ่าศพด้ามหนึ่งลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ศตวรรษหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ใบหน้ามีแผลเป็น รอยกรีดบนศพในคดีล่าสุด และน้ำเสียงแบบนี้...
"คุณคือ... คนไข้ในเคสเมื่อเจ็ดปีก่อน" ศตวรรษเอ่ยทวนชื่อในความทรงจำ "ญาติของเหยื่อในคดี 'ฆาตกรรมอำพรางโรงพยาบาลเอกชน' คนที่ตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่คุณเชื่อว่าเป็นฝีมือของแพทย์คนนั้น... คนที่ผม..."
"คนที่คุณช่วยปกปิดรายงานการชันสูตรไงครับ!" เสียงตะคอกดังลั่นด้วยความเกรดกราด ชายคนนั้นพุ่งเข้ามา กระชากคอเสื้อของศตวรรษจนหน้าหงาย ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบกดลึกลงที่กลางหน้าผากของแพทย์หนุ่ม "เพราะคำว่า 'ความจริงตามหลักฐาน' ของคุณในวันนั้น พี่สาวของผมถึงต้องตายฟรีในห้องผ่าตัด! หมอศตวรรษ คนที่ซื่อตรงต่อจรรยาบรรณอย่างคุณ ในวันนั้นกลับเลือกที่จะเซ็นชื่อลงในเอกสารเท็จเพื่อปกป้องอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพล!"
บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธแค้นของฆาตกร และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของศตวรรษ
ปมในอดีตที่ศตวรรษพยายามฝังกลบมันไว้ใต้กองเอกสารนิติเวชมานานหลายปี บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงสว่างอันบิดเบี้ยว ภาพของกลิ่นยาฆ่าเชื้อ คราบเลือดบนพื้นกระเบื้องยาง และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจในคืนนั้นผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก แต่นายแพทย์ศตวรรษในวัยสามสิบห้าปีนี้ไม่ใช่เด็กฝึกงานคนเดิมที่ยอมจำนนต่ออำนาจมืดอีกต่อไปแล้ว
"ผมไม่ได้เซ็นเพื่อปกป้องใคร" ศตวรรษเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขานิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดราวกับใบมีดผ่าศพที่ไร้ความปรานี "ผมเซ็นเพราะในเวลานั้น หลักฐานทางชีววิทยาและพิษวิทยาชี้ไปในทิศทางที่จำกัด หากไม่มีหลักฐานชิ้นใหม่ที่พิสูจน์ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงผลตรวจจริง การดันทุรังฟ้องร้องมีแต่จะทำให้รูปคดีพังทลายลง... ผมเลือกใช้วิธีเก็บรักษาชิ้นเนื้อชิ้นนั้นไว้ในห้องเย็นของสถาบัน เพื่อรอวันที่จะนำมันกลับมาเปิดเผยใหม่ต่างหาก"
ฆาตกรชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตาที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธเริ่มฉายแววสับสนชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มเยาะออกมา
"ข้อแก้ตัวของพวกคนมีอำนาจ!" เขากระชากเสียงกร้าว "ถ้าคุณอยากพิสูจน์นักว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจ ทำไมวันนี้เราไม่มาลองผ่าความจริงกันดูอีกสักครั้งล่ะครับ... แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยที่ผมจะเป็นคนถือมีด... ส่วนคุณ คือศพที่จะต้องพิสูจน์ว่าข้างในอกของคุณมันมีความรู้สึกผิดอยู่จริงๆ หรือไม่!"
ปลายกระบอกปืนถูกลดระดับลงมาจ่อที่กลางหน้าอกของศตวรรษ นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดไกทีละน้อย เสียงกลไกภายในปืนดังคลิกเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในโสตประสาทของศตวรรษ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขาต้องขยับตัว แต่ร่างกายกลับถูกพันธนาการไว้แน่นหนา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่ชั้นบน ตามด้วยเสียงประตูเหล็กถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล!
"ตำรวจกองปราบ! วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความดุดันและทรงอำนาจที่ศตวรรษจำได้ขึ้นใจ เสียงของสารวัตรปกรณ์!
ฆาตกรสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองทางบันไดทางลงด้วยความตกใจ ปลายนิ้วที่เหนี่ยวไกกระตุกเกร็งจากความตื่นตระหนก ศตวรรษเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยขั้นสุดยอดกรีดร้องลั่นในหัว
*ปัง!*
เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวทะลุความมืด และในจังหวะเสี้ยววินาทีที่กระสุนพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมาย ศตวรรษก็ตัดสินใจทิ้งน้ำหนักตัวพุ่งกระแทกเก้าอี้ไม้เข้าใส่ร่างของมือปืนสุดแรงเกิด!
ความมืดกลืนกินทุกสิ่งลงในพริบตา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกรูลงมาอย่างบ้าคลั่ง
หวังว่าทุกท่านจะร่วมลุ้นระทึกไปกับการเผชิญหน้าที่ไร้ทางถอยนี้นะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านและเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ครับ ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 19
เผชิญหน้าความมืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!