กลิ่นยางมะตอยไหม้เกรียมลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไอฝนที่เพิ่งซาลง รถตู้สีดำทั้งสามคันจอดสนิทสนมเป็นรูปตัวยู ปิดกั้นทางออกทุกตารางนิ้วของสถาบันนิติเวช ทว่าความน่ากลัวมิได้อยู่ที่ความไร้ป้ายทะเบียน หากแต่อยู่ความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวรถ มันคือความเงียบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะซัดถล่ม
นายแพทย์ศตวรรษยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังกระจกนิรภัยชั้นสอง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะทอดมองลงไปยังลานจอดรถ มือเรียวยาวของแพทย์นิติเวชขยับถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างช้าๆ ชวนให้รู้สึกถึงความสุขุมที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความตึงเครียด
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจาครับหมอ" เสียงหอบหายใจเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ดังขึ้นข้างกาย สารวัตรปกรณ์ก้าวเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ในชุดนอกเครื่องแบบปลดล็อกซองปืนพกข้างลำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ นัยน์ตาดุดันคู่นั้นสะท้อนภาพรถตู้ด้านล่างด้วยความกรุ่นโกรธ "การปิดล้อมแบบนี้... คือการบีบให้เราจนมุมในบ้านของตัวเอง"
ศตวรรษเหลือบมองสารวัตรหนุ่มแวบหนึ่ง กลิ่นอายดิบเถื่อนและสัญชาตญาณนักล่าของปกรณ์มักจะขัดแย้งกับหลักตรรกะของเขาเสมอ แต่ในยามวิกฤตเช่นนี้ มันกลับสร้างความมั่นคงประหลาดในอกของแพทย์หนุ่ม
"ความรุนแรงไม่เคยให้คำตอบทางวิทยาศาสตร์ สารวัตร" ศตวรรษกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคม "แต่มันมักทิ้ง 'ร่องรอย' ที่ปฏิเสธไม่ได้ไว้เสมอ... เหมือนอย่างที่พวกมันกำลังทำในตอนนี้"
ประตูกระจกด้านล่างถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ดังสะท้อนก้องโถงทางเดิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนถูกเหวี่ยงขึ้นมานอนคว่ำหน้าบนพื้นกระเบื้อง บาดแผลฟกช้ำที่ต้นคอและรอยรองเท้าคอมแบทบ่งบอกถึงวิถีการจู่โจมที่ไร้ความปรานี กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยพรางใบหน้า กรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
เสียงเอะอะโวยวายและเสียงร้องระงมดังขึ้นจากชั้นล่าง กลุ่มเจ้าหน้าที่นิติเวชและเจ้าหน้าที่ธุรการนับสิบชีวิตถูกต้อนขึ้นมาด้านบนด้วยความหวาดกลัว ผู้กองมินตราที่ถูกจับล็อกแขนไขว้หลัง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นแต่ดวงตากลับฉายแววท้าทายไม่ยอมจำนน เธอพยายามสบตากับสารวัตรปกรณ์ที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง
"อยาַกขยับแม้แต่ปลายนิ้วเดียว!" เสียงคำรามต่ำลอดผ่านหน้ากากของหัวหน้ากลุ่มคนร้าย ร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าสุดยกปืนกลมือขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่ศตวรรษและปกรณ์ยืนอยู่ "โยนปืนลงมาสารวัตร! แล้วถอยหลังไปสามก้าว ไม่อย่างนั้น... สมองของยัยนี่จะกระจายอยู่บนพื้นนี่ก่อนที่แกจะได้ชันสูตรศพตัวเอง!"
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังไอ้คนร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขากำปืนในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน
"อย่าใช้ความโกรธนำทางสติครับสารวัตร" ศตวรรษเอ่ยเตือนเสียงแผ่วเบา พร้อมกับขยับกายเข้าไปใกล้ร่างของปกรณ์จนไหล่แกร่งเสียดสีกัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของแพทย์หนุ่มผสมผสานกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ทำให้อุณหภูมิรอบตัวปกรณ์ลดความร้อนรุ่มลงไปได้เสี้ยววินาที "พวกมันต้องการตัวประกันเพื่อเปิดทางออกนอกประเทศ... ถ้าเราเสียสติ เกมนี้เราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มผ่าตัด"
ปกรณ์เหลือบมองใบหน้านิ่งสงบของศตวรรษ ชั่วขณะหนึ่ง ความนุ่มนวลและเด็ดเดี่ยวในดวงตาสีเข้มคู่นั้นทำให้สารวัตรหนุ่มยอมผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมา เขายอมปลดซองปืนแล้วเตะมันไถลไปตามพื้น
"ดีมาก! ฉลาดนี่หมอ... กับตำรวจเลือดร้อน" หัวหน้าคนร้ายหัวอกสมานฉันท์อย่างเย้ยหยัน มันใช้มือซ้ายกระชากคอเสื้อของผู้กองมินตราให้ขึ้นมาบังร่าง "ถอยไป! เปิดทางให้พวกเราขึ้นดาดฟ้า เฮลิคอปเตอร์รออยู่ข้างบนแล้ว!"
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนร้ายที่ดันตัวประกันขึ้นมาบนชั้นสองสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโครงสร้างตึก ศตวรรษถอยหลังตามแรงดึงของสถานการณ์ แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว—วิเคราะห์ องศา แสงเงา และความเป็นไปได้ทางฟิสิกส์
ในขณะที่ปกรณ์ก้าวถอยหลังเพื่อเปิดทาง สายตาของสารวัตรหนุ่มก็ประสานเข้ากับศตวรรษ ทั้งคู่ต่างเข้าใจภาษาทางกายของกันและกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความไว้ใจที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางคราบเลือดและศพมนุษย์ กลายเป็นอาวุธลับที่ทรงพลังที่สุดในเวลานี้
เมื่อกลุ่มคนร้ายดันตัวประกันเดินผ่านห้องเก็บตัวอย่างทางเคมี ศตวรรษก็ส่งสัญญาณด้วยการกะพริบตาสองครั้ง ปกรณ์พยักหน้ารับอย่างรู้ทัน
เพล้ง!
เสียงขวดแก้วสารเคมีระเบิดดังสนั่นมาจากห้องข้างเคียง ควันสีขาวหนาทึบพวยพุ่งออกมาทันทีที่ศตวรรษแอบใช้ข้อศอกกระแทกชั้นวางขวดกรดไฮโดรคลอริกผสมแอมโมเนียที่เขาจงใจวางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อครู่ ปฏิกิริยาเคมีฉับพลันสร้างหมอกควันสีขาวระคายเคืองทางเดินหายใจจนกลุ่มคนร้ายต้องไอโขลกและเสียการทรงตัว
"เกิดอะไรขึ้นวะ!" หัวหน้าคนร้ายสบถลั่น พยายามใช้มือปัดป้องควันพร้อมกับกระชากตัวผู้กองมินตราไว้แน่น
"โอกาสเดียวครับสารวัตร!" ศตวรรษตะโกนลั่น ท่ามกลางความชุลมุน
ปกรณ์ไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าใส่คนร้ายที่ถือปืนกลมือทางด้านขวาด้วยความเร็วสูงราวกับเสือชีตาห์ เขาใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมันอย่างแม่นยำจนอาวุธหลุดจากมือ ก่อนจะหมุนตัวเตะตัดขาจนร่างของคนร้ายล้มฟาดพื้นอย่างแรง ผู้กองมินตราอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นศอกกลับเข้าที่ท้องของคนที่ล็อกเธอไว้ แล้วทรุดตัวหลบวิถีกระสุนที่ถูกยิงสวนขึ้นเพดานอย่างสะเปะสะปะ
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสถาบันนิติเวช กระสุนเจาะทะลุกระจกและผนังปูน เศษปูนโปรยปรายราวกับหิมะสีเทา
ศตวรรษไม่ได้หลบหนีไปไหน เขากลับก้าวเข้าไปใกล้ร่างของคนร้ายอีกคนที่ล้มลงจากการสำลักควันเคมี มือเรียวสวมถุงมือที่เตรียมไว้คว้าจับข้อมือของมันอย่างแม่นยำเพื่อค้นหาหลักฐานสำคัญบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต—เอกสารลับการขนย้ายสารตั้งต้นยาเสพติดข้ามชาติ และตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวปลายทางซูริก
แต่แล้ว... ในเสี้ยววินาทีที่ศตวรรษกำลังจะดึงแฟ้มเอกสารนั้นออกมา ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทก็ถูกจ่อเข้าที่ขมับด้านซ้ายของเขาอย่างเย็นเยียบ
"ขยับอีกนิดเดียว... สมองหมอจะกลายเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่บนพื้นห้องชันสูตรนี่แหละครับคุณหมอคนเก่ง"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกดของปากกระบอกปืนที่แนบแน่นจนผิวเนื้อเย็นเฉียบ ศตวรรษชะงักกึก ดวงตาคมกริบเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจก—ชายในชุดกราฟิกสีดำที่ควรจะหมดสติไปแล้ว กลับฟื้นขึ้นมาและใช้เขาเป็นโล่กำบังในวินาทีเป็นตาย
ปกรณ์ที่เพิ่งจัดการคนร้ายอีกคนเสร็จสิ้น ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาดุดันเบิกกว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนแทบแผดเผาทุกสิ่งรอบตัว ปืนในมือของสารวัตรถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังหัวหน้าคนร้าย แต่ไม่กล้าเหนี่ยวไกเนื่องจากวิถีกระสุนทับซ้อนกับร่างของแพทย์หนุ่มพพอดี
"วางปืนลงซะสารวัตร! ไม่งั้นหมอคนนี้ตายก่อนจะได้ผศพฉันแน่!" คนร้ายตะโกนลั่น เสียงหอบหายใจรดต้นคอศตวรรษอย่างน่าขยะแขยง
ศตวรรษยังคงนิ่งสงบ ใบหน้าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้ความตายจะอยู่ห่างเพียงมิลลิเมตร เขาก้มลงมองกระดาษเอกสารที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคนร้าย สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบรรทัดสุดท้ายที่พิมพ์ด้วยหมึกสีแดงสด ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับและคำตอบที่เขาตามหามาตลอด
"สารวัตรจำคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อนได้ไหมครับ..." ศตวรรษเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันและปากกระบอกปืนที่จ่อขมับ "กระสุนนัดที่ปลิดชีพอดีตหัวหน้าชุดสืบ... ไม่ได้มาจากปืนของคนร้ายในสำนวนคดีหรอกครับ"
สารวัตรปกรณ์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคนั้น
"แต่มันมาจากปืนประจำกายของ... คนที่กำลังยืนถือหางเสืออยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้ต่างหาก"
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและตรรกะอันเฉียบคมนี้ด้วยกันครับ
— ดร.นิติเวช
แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ•ตอนที่ 24
ลมพายุลูกสุดท้าย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับรอยยิ้มเยือกแข็งของสารวัตรกองปราบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!