กลิ่นของน้ำยาล้างคราบไขมันเกรดอุตสาหกรรมผสมกับกลิ่นหอมบางเบาของโรสแมรี่สดในครัวสไตล์มินิมอลแห่งนี้ มันให้ความรู้สึกประหลาดสิ้นดี เหมือนวิศวกรเครื่องกลหลงเข้าไปในห้องแล็บของนักเคมีบ้าคลั่ง
"ผมบอกแล้วไงครับว่าอย่าวางประแจไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อน นั่นมันควอตซ์นำเข้าจากอิตาลี ไม่ใช่โต๊ะซ่อมมอเตอร์ไซค์หลังซอย!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนดังขึ้นแทรกเสียงเครื่องมือตกลกระทบพื้น คินน์ชะوักมือที่กำลังจะหยิบไขแบนขึ้นมา เขากลอกตาขึ้นฟ้าช้าๆ พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูกอย่างเหลืออด ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปประจันหน้ากับเจ้าของร้านที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยสีหน้าถมึงทึง
เรย์ ในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทที่รีดเรียบกริบไร้รอยยับ มองตรงมาด้วยสายตาที่พร้อมจะเชือดเฉือนคนตรงหน้าเป็นชิ้นๆ ให้เข้ากับเมนูสเต็กในค่ำคืนนี้
"ถ้าคุณเชี่ยวชาญเรื่องหินนำเข้าจากอิตาลีนัก ทำไมไม่จ้างช่างหินมาซ่อมท่อระบายน้ำใต้ซิงค์เองล่ะครับ คุณเชฟ? เรียกวิศวกรเครื่องกลระดับผมมาทำไม เสียเวลาทำมาหากินหมด" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่แฝงด้วยความกวนประสาทที่ตั้งใจยั่วโมโหโดยเฉพาะ
"ก็เพราะช่างปะประปาธรรมดาซ่อมแล้วมันพังซ้ำซากไงครับ ผมถึงต้องเรียกบริษัทคุณ... และไม่คิดว่าทางนั้นจะส่ง 'วิศวกรผู้ยิ่งใหญ่' ที่แต่งตัวเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากกองขยะเปียกมาซ่อมให้" เรย์กวาดสายตามองชุดช่างสีเข้มที่มีคราบน้ำมันเครื่องเปื้อนตรงหัวเข่าของอีกฝ่ายด้วยความรังเกียจเปิดเผย
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหซ็นติเมตรทำให้เขาข่มคนตรงหน้าได้นิดหน่อย แต่ดูเหมือนเชฟหนุ่มจอมเนี้ยบคนนี้จะไม่มีทีท่าเกรงกลัวเลยสักนิด ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีเข้มจ้องมองกลับมาอย่างไร้ความเกรงใจ
ให้ตายเถอะ... ปากจัดเป็นบ้า
แต่แปลกที่มันไม่ได้ทำให้คินน์รู้สึกอยากเดินหนี เขากลับรู้สึกว่าดวงตาคู่นั้นเวลามองค้อนเขามันช่างน่าแกล้งให้หลุดฟอร์มเสียเหลือเกิน
"ถ้าไม่อยากให้ผมทำเลอะ ก็กรุณาถอยไปยืนไกลๆ ครับ งานซ่อมบำรุงมันไม่สะอาดเหมือนงานแต่งจานหรอกนะคุณเรย์ มันต้องมีเศษสนิม มีคราบน้ำมัน แล้วก็น้ำเน่าๆ จากท่อที่หมักหมมมาครึ่งปี" คินน์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'น้ำเน่า' พร้อมกับขยับเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าว จนเรย์ต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ
"นี่คุณ! ถอยไปเลยนะ กลิ่นน้ำมันเครื่องติดเสื้อผมหมดแล้ว!" เรย์ใช้มือผลบ่ากว้างของวิศวกรหนุ่มเบาๆ แต่แรงปะทะนั้นแทบไม่สะเทือนคนตัวโตกว่าเลยสักนิด คินน์กลับฉวยโอกาสจังหวะนั้นก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
"กลัวเปื้อนเหรอครับ? งั้นก็ช่วยเงียบแล้วยืนดูผมทำงานเงียบๆ เถอะน่า..."
จังหวะนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นประแจเลื่อนตัวเก่งที่วางอยู่หมิ่นเหม่บนขอบอ่างล้างจาน ด้วยความที่พื้นที่แคบและข้อศอกของเรย์ปัดไปโดนพอดี คินน์พยายามจะคว้าไว้แต่ไม่ทัน!
*เคร้ง! พรวด!*
ประแจเหล็กหนักอึ้งร่วงกระแทกวาล์วน้ำหลักใต้ซิงค์อย่างจัง แรงกระแทกทำให้ข้อต่อเกลียวทองเหลืองที่ขึ้นสนิมอยู่แล้วหลุดออก น้ำพุขนาดหย่อมพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้เคาน์เตอร์ อาบไล้ร่างของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที!
ความเย็นเฉียบของน้ำทำเอาคินน์สะดุ้งสุดตัว แต่ที่หนักกว่าคือเรย์ที่ยืนขวางทางน้ำเต็มๆ น้ำสีขุ่นผสมคราบสนิมพุ่งใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในจนเปียกชุ่ม แนบไปกับรูปร่างสมส่วนจนเห็นผิวเนื้อเนียนชัดเจน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำไหลซ่าจากท่อที่แตกออก
คินน์เบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่ามือถือไขควง เรย์ก้มมองเสื้อตัวเองที่เปียกปอน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าขาวเนียนบตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบจะระเบิด
"คุณ... คินน์!"
"อุ๊ย... มือมันลื่นน่ะครับ" คินน์ยิ้มแห้งๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับขยับตัวถอยหลังกรูดเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเชฟจอมเนี้ยบ
เรย์สูดหายใจเข้าลึกอกกระเพื่อมไหวด้วยความโมโหสุดขีด มือเรียวยกขึ้นชี้หน้าวิศวกรหนุ่มตัวต้นเหตุอย่างสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น
"คุณต้องชดใช้ค่าเสื้อตัวนี้ และ... และเตรียมตัวรับกรรมที่คุณก่อไว้ได้เลย!"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แม้สถานการณ์จะวิกฤต แต่สายตาคมกริบของเขากลับไล่สำรวจหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามกรอบหน้าคมและริมฝีปากเม้มแน่นของอีกฝ่ายอย่างเสียมารยาท ยอมรับเลยว่า... ต่อให้เปียกปอนและหัวเสียแค่ไหน เชฟคนนี้ก็ยังดูฮอตชะมัด
ก่อนที่สงครามขนาดย่อมในครัวจะลุกลามไปมากกว่านี้ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามา
"เรย์จ๋า! ฉันเอาเอกสารสต็อกมาให้... เฮ้ย! ทำไมครัวเปียกเหมือนระเบิดลงวะเนี่ย!"
มินท์ เพื่อนสนิทของคินน์และเจ้าของคาเฟ่หัวมุมถนน เดินโผล่เข้ามาหยุดยืนทื่ออยู่หน้าประลอง พร้อมกับมองหน้าเพื่อนสนิทตัวเองสลับกับเชฟหนุ่มที่เปียกโชกราวกับลูกแมวตกน้ำด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับแบบตัวชงมืออาชีพ
"ไอ้คินน์... แกทำอะไรเชฟเขาเนี่ย ทำไมเนื้อตัวถึงได้เปียกปอน แนบเนื้อ ชวนคิดลึกขนาดนี้วะเพื่อน!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 1
เครื่องจักรกับเมนูแรก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!