เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 24

ความใจดีที่ซ่อนอยู่ในคำด่า

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมกินยา ผมจะเทยาชุดนี้ลงอ่างล้างหน้าแล้วปล่อยให้คุณนอนซมไข้ตายคาโซฟาตัวนี้ไปเลย คินน์!" เสียงทุ้มห้วนที่เจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดดังสะท้อนก้องห้องนั่งเล่นโทนสีเข้ม เรย์ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าโต๊ะกาแฟ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สองตาจ้องเขม็งไปยังร่างของวิศวกรหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังนอนขดตัวซุกผ้าห่มหนาอยู่บนโซฟา ลมหายใจที่พ่นออกมาแต่ละครั้งร้อนผ่าวจนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังรู้สึกได้ คินน์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาคมปลาบที่มักจะฉายแววดุดันและพร้อมจะปะทะกับทุกคนบนโลกใบนี้ ตอนนี้กลับปรือปรอทและแดงก่ำด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากขยับยุกยิกก่อนจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างคนหมดฟอร์ม "บ่นเป็นคนแก่ไปได้... ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แค่นอนพักเดี๋ยวก็หาย" "แค่นั่นเหรอ? คุณอุณหภูมิร่างกายปาเข้าไปเกือบสามสิบเก้าองศา งานโครงสร้างสะพานบ้าบออะไรนั่นมันสำคัญกว่าชีวิตคุณหรือยังไง ถึงได้หักโหมจนน็อคคาหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบนั้น!" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบสั่นระริกด้วยความกรุ่นโกรธ ปนความกังวลที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ เชฟหนุ่มจอมเนี้ยบก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโซฟา มือเรียวยาวที่ปกติใช้จับมีดทำครัวอย่างแม่นยำ บัดนี้กลับยื่นไปแตะหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อน ความร้อนที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือทำเอาเรย์ต้องขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ยังจะปากแข็งอีกนะคินน์ ลุกขึ้นมานั่งดีๆ เดี๋ยวนี้เลย" "ไม่อล... ผมเหนื่อย จะนอน" คินน์งึมงำปฏิเสธพลางพลิกตัวหนี สลัดผ้าห่มออกจากหัวไหล่ด้วยความหงุดหงิด แต่มีหรือที่คนอย่างเรย์จะยอมปล่อยผ่าน เชฟหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาแก่มะระ ก่อนจะตัดสินใจใช้กำลังเด็ดขาดที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง พรึบ! "เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย!" คินน์อุทานลั่นด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงก็ถูกเรย์ดึงต้นคอและแผ่นหลังให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟาอย่างบังคับ แรงปะทะทำให้หัวใจที่เต้นช้าๆ ของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบ เรย์ไม่ได้สนใจเสียงประท้วง มือข้างหนึ่งประคองไหล่กว้างไว้มั่นไม่ให้ล้มตัวลงนอนอีก ส่วนมืออีกข้างคว้าชามข้าวต้มร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของขิงและรากผักชีขึ้นมา ตักน้ำซุปใสแจ๋วเป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วจ่อatริมฝีปากที่แห้งแตกของคนป่วยทันที "อ้าปากครับ อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน" เรย์สั่งเสียงเฉียบขาด สายตาดุดันแต่แฝงความห่วงใยลึกซึ้งจ้องมองตรงมา คินน์เม้มปากแน่น หัวรั้นเป็นนิสัย แม้ร่างกายจะประท้วงด้วยความหิวโหยแต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ "ผมไม่ใช่เด็กสามขวบนะเรย์ ทำไมต้องมาบังคับด้วย... อีกอย่าง ฝีมือระดับเชฟใหญ่มานั่งเคี่ยวข้าวต้มให้คนปากเสียอย่างผม มันจะไม่เสียเกียรติแย่เหรอ" "รู้ตัวว่าปากเสียก็ดีนี่ครับ" เรย์สวนกลับทันควัน มุมปากหยักยกยิ้มเยาะเล็กน้อย "แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมอ้าปากกินข้าวต้มหมูสับชามนี้เพื่อรองท้องก่อนกินยาแก้ปวดหัวและลดไข้ ผมนี่แหละจะใช้ปากผมนี่แหละป้อนคุณแบบที่พวกพระเอกในนิยายน้ำเน่าเขาทำกัน... อยากลองดูไหมล่ะ?" คำขู่หน้าตายแต่จริงจังทำเอาคินน์สำลักน้ำลายตัวเอง ไอโขกคอกจนหน้าดำหน้าแดง ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความสะใจ ยอมตบหลังให้อีกฝ่ายเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการสำลัก "อะ... ไอ้บ้านี่ ขู่หน้าด้านๆ เลยนะ" คินน์เค้นเสียงด่าลอดไรฟัน ใบหน้าที่ซีดเซียวเมื่อครู่กลับมีเลือดฝาดขึ้นมาจางๆ ด้วยความเคืองปนเขินที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "ผมไม่ได้ขู่ แต่ผมพูดจริง" เรย์วางชามลงบนโต๊ะชั่วคราว ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นขิงและกลิ่นกายสะอาดๆ ของเรย์ลอยปะทะจมูกคินน์จนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ "เลือกเอาครับ จะกินเองดีๆ หรือจะให้ผมช่วยป้อนด้วยวิธีอื่น" คินน์จ้องมองดวงตาเรียวรีที่สะท้อนภาพเงาของตัวเองในนั้น ภายในแววตาคู่นั้นไม่มีความรำคาญใจเลยสักนิด มีแต่ความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยถ้อยคำจิกกัดตามประสาคนปากไม่ตรงกับใจ... เหมือนเช่นเคย วิศวกรหนุ่มถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ ยอมพ่ายแพ้ให้กับความดื้อด้านของอีกฝ่ายแต่โดยดี มือหนายื่นไปแย่งชามข้าวต้มมาจากมือเรย์ด้วยท่าทางเก้ๆ กังرس "เออๆ กินเองก็ได้วะ บ่นเป็นยายแก่ไปได้..." เรย์ถอยหลังกลับไปนั่งพิงพนักโซฟาอีกด้าน กอดอกมองคินน์ตักข้าวต้มเข้าปากเคี้ยวช้าๆ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นชั่วขณะ มีเพียงเสียงชามกระทบช้อนเบาๆ และเสียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอขึ้นของคนป่วย บรรยากาศรอบตัวช่างอบอุ่นและแปลกประหลาดในคราวเดียวกัน คินน์ไม่เคยคิดเลยว่าในวันที่เขาหัวหมุนกับงานจนร่างกายพังทลายและจิตใจย่ำแย่ จะมีผู้ชายจอมเจ้าระเบียบที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาคนนี้คอยนั่งเฝ้าไข้ เตรียมอาหาร และบังคับกินยาอยู่ข้างๆ ผ่านไปสิบนาที ชามข้าวต้มเกลี้ยงเกา เรย์ยื่นแก้วน้ำและเม็ดยาพาราเซตามอลให้ คินน์รับมากลืนลงคออย่างว่าง "อิ่มแล้ว ก็นอนพักซะ" เรย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืน เตรียมจะเก็บชามไปล้างในครัว "ผมจะนั่งทำงานเอกสารอยู่ตรงโต๊ะทำงานตรงโน้น มีอะไรก็เรียกแล้วกัน" จังหวะที่เรย์หมุนตัวเดินผละออกไป มือหนาของคินน์ก็เอื้อมไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายไว้โดยสัญชาตญาณ แรงดึงเบาๆ ทำให้เชฟหนุ่มชะงักเท้า หันกลับมามองด้วยความสงสัย "มีอะไรอีก? เจ็บตรงไหนหรือไง?" เรย์ถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมครึ่งส่วน คินน์ช้อนสายตาขึ้นมอง ปลายจมูกยังแดงเรื่อจากการเป็นไข้ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "อยู่... อยู่ตรงนี้ก่อนได้ไหม... อย่าเพิ่งไปทำงานเลย" เรย์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบมองมือหนาที่ยังกำชายเสื้อเขาแน่นไม่ยอมปล่อย สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวเนื้อ และตรงลึกลงไปถึงกลางอก "ผมกลัวตื่นมาแล้วไม่เจอใคร..." คินน์พึมพำเสียงเบาหวิว ราวกับกำลังยอมจำนนต่อความอ่อนแอที่ซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังมาตลอดชีวิต เรย์ระบายยิ้มบางๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากเชฟจอมเนี้ยบคนนี้ มือเรียวยืดยาวออกไปลูบกลุ่มผมนุ่มของคินน์เบาๆ อย่างปลอบประโลม "ก็ได้ครับ... ผมไม่ไปไหนหรอก" เรย์ทรุดตัวลงนั่งลงที่พื้นพรมข้างโซฟา ใกล้กับมือของคินน์ที่ยังคงจับชายเสื้อเขาไว้ "นอนซะ เดี๋ยวผมเฝ้าตรงนี้เอง" คินน์ผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง ปล่อยให้ความอบอุ่นจากมือที่คอยกุมไว้และความใกล้ชิดพาเข้าสู่ห้วงนิทรา ทว่า ในขณะที่ลมหายใจของคินน์เริ่มสม่ำเสมอและเข้าสู่ภวังค์หลับใหล เรย์ที่นั่งเฝ้าอยู่ก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินน์ที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะกาแฟ จู่ๆ มันก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่บันทึกชื่อ เรย์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูตั้งใจจะคว่ำหน้าจอลงเพื่อไม่ให้รบกวนคนป่วย แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับข้อความพรีวิวไลน์ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอพอดี *[ข้อความจากเบอร์แปลก]: "ถ้าพรุ่งนี้โครงการนี้ไม่ผ่านการอนุมัติ นายเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตระกูลได้เลย คินน์... อย่าคิดว่าพ่อไม่รู้ว่านายแอบไปซุกตัวอยู่ที่ไหน"* เรย์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับปมปัญหาครอบครัวของคินน์ที่ถูกปิดตายมาตลอดกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าต่อตา ครืด... โทรศัพท์ในมือสั่นระริก สายเรียกเข้ายังคงดังต่อเนื่อง เรย์ตวัดสายตากลับมามองร่างสูงของคินน์ที่นอนหลับตาพริ้มอย่างไร้เดียงสาบนโซฟา ก่อนที่ดวงตาคมจะเปลี่ยนเป็นประกายความเด็ดเดี่ยว เขาตัดสินใจกดรับสาย ปลดล็อกหน้าจอ และกรอกเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจลงไปทันทีโดยไม่ลังเล... --- *ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของพี่คินน์และเชฟเรย์นะครับ!*
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาสเตอร์เชฟจอมเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%