“หยุดหายใจเสียที... ถ้าไม่อยากให้พวกมันได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคุณ”
เสียงกระซิบแหบพร่าของธามันไม่ได้มาพร้อมกับความอ่อนโยน แต่มันคือคำสั่งที่แฝงไว้ด้วยอำนาจสั่งการ ในความมืดมิดของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูของเขาผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่า รินรดาแทบจะหยุดหายใจจริงๆ ตามคำสั่ง มือที่กำสมุดบันทึกเล่มเล็กไว้แน่นนั้นสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้จนเธอยังรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากแผงอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตที่ชื้นเหงื่อ
แสงไฟฉายกราดผ่านรอยแยกของประตูเหล็กเข้ามา แสงสีขาวนวลนั้นวาดผ่านใบหน้าของธามันเพียงเสี้ยววินาที เผยให้เห็นนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นเหมือนนักล่าที่กำลังรอจังหวะตะครุบเหยื่อ เขาไม่ได้เบี่ยงตัวหลบ แต่กลับใช้ร่างหนาของตนบังเธอไว้จนมิด มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขายันกับผนังปูนข้างศีรษะเธอไว้แน่น อีกข้างโอบรั้งเอวสอบของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง
วินาทีที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยค่อยๆ จางหายไป รินรดาก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา แต่เธอยังไม่ทันได้ขยับตัว ธามันกลับโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปเพียงนิด
“คุณอัยการผู้แสนดี... การลักลอบเข้ามาในที่แบบนี้ มันไม่ใช่วิสัยของคนที่จะมาเป็นใหญ่ในกระบวนการยุติธรรมเลยนะ” น้ำเสียงของเขาทรงเสน่ห์ทว่าร้ายกาจ “หรือว่าคุณไม่ได้ต้องการหลักฐาน แต่ต้องการ ‘สิ่งอื่น’ ที่อยู่กับผมกันแน่?”
“อย่าสำคัญตัวผิดไป ทนายธามัน” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบพยายามคุมโทนเสียงไม่ให้สั่น “ฉันมาที่นี่เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อมาเล่นเกมประสาทกับคนอย่างคุณ”
“ถูกต้องงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ แรงกดดันจากร่างกายที่เบียดชิดทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม “ความถูกต้องในสายตาของคุณ มันก็แค่หน้ากากที่ใช้ปิดบังความเน่าเฟะของตระกูลคุณไม่ใช่หรือไงรินรดา อย่าปฏิเสธเลยว่าลึกๆ แล้วคุณก็รู้ว่าสมุดเล่มนั้นมันไม่ได้บอกแค่เรื่องเงิน... แต่มันบอกว่าพ่อคุณเป็นฆาตกร”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจ รินรดาผลักอกเขาออกเต็มแรง แต่ธามันกลับคว้าข้อมือเธอไว้แล้วตรึงไว้กับผนัง แรงปะทะนั้นรุนแรงจนสมุดบันทึกร่วงหล่นลงพื้น เสียงดัง *ตุบ* ท่ามกลางความเงียบงัน
ธามันก้มลงมองสมุดที่พื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไป จากความเย้ยหยันกลายเป็นความหิวกระหายที่ยากจะอธิบาย มือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามลำคอระหง นิ้วหัวแม่มือคลึงวนที่ใต้คางเธอเบาๆ อย่างยั่วยวน
“เราไปเจรจากันในที่ที่มันควรจะเป็นดีกว่าไหม... ที่ร้านอาหารส่วนตัวของผม” เขาเอ่ยชวนด้วยนัยยะที่สื่อความหมายลึกซึ้ง “ที่ที่ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอัยการ ไม่มีทนาย... มีแค่ชายกับหญิงที่พร้อมจะหักเหลี่ยมกันจนถึงหยดสุดท้าย”
---
สามสิบนาทีต่อมา ภายในห้องอาหารส่วนตัวที่ประดับด้วยแสงไฟสลัวสีส้มสลัว บรรยากาศเงียบเชียบจนได้ยินเสียงจิบไวน์ราคาแพงของธามัน รินรดานั่งประจันหน้ากับเขาในชุดสูทที่ดูเป็นทางการเกินไปสำหรับค่ำคืนนี้ เธอวางตัวสงบนิ่งเหมือนรูปปั้น แต่ภายในจิตใจกลับปั่นป่วนด้วยคำพูดของเขาที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว
“คุณจะแลกอะไร?” ธามันเปิดประเด็นโดยไม่ละสายตาจากแก้วไวน์ “สมุดบันทึกเล่มนั้นสำคัญกับคุณมากใช่ไหม? ถึงขั้นยอมเอาชื่อเสียงมาเสี่ยง”
“ฉันไม่แลกอะไรทั้งนั้น” รินรดาตอบพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย “ฉันแค่จะเปิดโปงความจริงที่คนอย่างคุณพยายามจะบิดเบือน”
“งั้นลองนี่หน่อยเป็นไง” ธามันลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ มือหนาวางลงบนพนักพิงก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู “ถ้าคุณชนะ ฉันจะส่งหลักฐานชิ้นที่สองให้คุณทันที แต่ถ้าฉันชนะ... คุณต้องเลิกยุ่งกับคดีนี้ และต้องยอมทำตามข้อเสนอของฉัน... ทุกอย่าง”
รินรดาชะงัก เธอรู้ดีว่าข้อเสนอนี้คือกับดัก แต่ความปรารถนาที่จะปิดคดีนี้ให้จบลงด้วยความยุติธรรม (หรือการปกป้องพ่อของเธอ) ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น
“ข้อเสนอคืออะไร?” เธอถามด้วยเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้
ธามันยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากของเธอ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“ข้อเสนอก็คือ... คืนนี้ฉันจะสอนให้คุณรู้ว่า เกมที่แท้จริงน่ะ ไม่ได้ใช้กฎหมายในการตัดสิน แต่มันใช้ร่างกายและความต้องการ... คุณกล้าพอไหมรินรดา?”
เขากดจูบลงบนริมฝีปากเธออย่างดุดัน รสสัมผัสของไวน์ราคาแพงผสานกับความร้อนแรงที่เขามอบให้ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอพยายามจะผลักไส แต่ในขณะเดียวกัน แรงปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานกลับปะทุขึ้นจนยากจะต้านทาน เธอตอบรับจูบนั้นด้วยความเร่าร้อนที่แฝงไปด้วยความแค้นและแรงดึงดูดที่ซับซ้อน
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของธามันที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น เขาผละออกอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองหน้าจอแล้วใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วหันจอให้รินรดาดู
ภาพถ่ายในจอคือรินรดาที่กำลังรับสมุดบันทึกจากมือของใครบางคนในเงามืดเมื่อสองคืนก่อน... ซึ่งไม่ใช่ธามัน
“ผมไม่ได้มาคนเดียวรินรดา” ธามันแสยะยิ้มพลางเก็บโทรศัพท์ “และดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณถืออยู่นั่น จะไม่ใช่ของจริง”
รินรดารีบคว้าสมุดบันทึกจากกระเป๋าขึ้นมาเปิดดู มือของเธอเย็นเฉียบเมื่อพบว่าหน้ากระดาษข้างในว่างเปล่าทุกหน้า! หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องอาหารที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ และร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายจับที่ถืออยู่ในมือ
"ท่านอัยการรินรดาครับ... ผมได้รับคำสั่งให้มาเชิญตัวคุณไปให้ปากคำในข้อหา 'ขโมยเอกสารราชการและพยายามทำลายหลักฐานคดีอาญา' ครับ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปกับมิดไนท์คิสนะคะ
ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 4
ค่ำคืนแห่งการเจรจา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!