ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก•ตอนที่ 32

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าภายนอก มันดูราวกับหีบสมบัติที่บรรจุคำสาป มากกว่าจะเป็นเพียงกระดาษรายงานการเงินของมูลนิธิการกุศลที่พ่อของเธอก่อตั้งขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง รินรดากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยยาทาเล็บสีนู้ดเรียบหรูสั่นระริกเล็กน้อยยามสัมผัสสันแฟ้มหนาเตอะ เธอไม่เคยคิดเลยว่า วันที่เธอต้องใช้ความรู้ทางกฎหมายทั้งหมดในชีวิตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของบิดา จะกลายเป็นวันที่เธอต้องค้นพบว่า... เขานั่นแหละคือปีศาจสวมหน้ากากนักบุญที่แท้จริง "คุณยังเชื่อมั่นในความยุติธรรมอยู่ไหมคะ... ท่านอัยการคนเก่ง" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ธามันก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของผ้าม่านกำมะหยี่สีเข้ม เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ข้อมืออันทรงพลัง และเนกไทที่ถูกคลายออกอย่างไร้ระเบียบ ภาพของทนายความหนุ่มผู้ไร้พ่ายคนนี้ดูอันตรายและเย้ายวนในคราเดียวกัน ยิ่งยามที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ มันเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจที่ผสมผสานกับความสมเพชเวทนาอย่างประหลาด "หุบปากไปซะ ธามัน" รินรดาตวัดสายตากลับไปอย่างดุดัน แม้ขอบตาของเธอจะร้อนผ่าวและเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น "เอกสารพวกนี้... มันอาจจะเป็นฝีมือของพวกคุณที่จัดฉากขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงครอบครัวฉันก็ได้!" "หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางการเงิน เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบัญชีลับในเกาะเคย์แมน และลายเซ็นต์จริงบนเอกสารอนุมัติการฟอกเงินผ่านโครงการการกุศล... คุณเป็นอัยการนะรินรดา คุณรู้ดีกว่าใครว่าตัวเลขพวกนี้มันโกหกไม่ได้" ธามันเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นของบุคลิกเขาแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ "คุณพ่อของคุณไม่ได้แค่ทุจริต... ท่านสั่งเก็บพยานปากเอกเมื่อสิบปีก่อน เพื่อปิดปากเรื่องเส้นทางลำเลียงเงินผิดกฎหมายกลุ่มนั้นด้วยซ้ำ" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น สมองของเธอขาวโพลน ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เธอนั่งตักบิดาผู้ใจดี รอยยิ้มอบอุ่นในวันที่เธอสอบเนติบัณฑิตได้เป็นที่หนึ่ง ทุกอย่างพังทลายลงในพริบตาเดียว ความยุติธรรมที่เธอเทิดทูนมาตลอดชีวิต กลายเป็นเรื่องตลกขบขันเมื่อมันถูกสร้างขึ้นบนคราบเลือดและหยาดเหงื่อของเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่พ่อของเธอเหยียบย่ำ "โกหก..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาอย่างสั่นเครือ รินรดาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ทรงสูงล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "คุณโกหกฉัน!" ธามันไม่ปล่อยให้เธอได้ถอยหนี เขาก้าวประชิดตัวด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง มือหนาเอื้อมมาคว้าเอวบางของเธอไว้แน่น รั้งร่างสั่นเทาเข้าหาแผงอกกว้างอย่างแนบชิด แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกัน รินรดาเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่า แต่ดวงตาคู่คมที่ทอดมองลงมากลับหยุดคำพูดทั้งหมดของเธอไว้ "ฉันไม่เคยโกหกคุณเรื่องงาน... และไม่เคยโกหกเรื่องความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณเหมือนกัน" เสียงกระซิบนั้นพร่าสั่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันมืดมน ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาหาโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว สัมผัสแรกเป็นเพียงการแตะแต้มแผ่วเบาราวกับจะปลอบประโลมความพังทลายในจิตใจ แต่ไม่นานนัก ความอ่อนโยนนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนอันดุดัน เมื่อรสจูบถูกรุกไล่อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันเข้าหาด้วยความโหยหาและเร่งเร้า รินรดาพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงของเธอกลับมลายหายไปในอากาศเมื่อปลายนิ้วของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวสันหลังภายใต้เสื้อสูททางการ ความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความเคว้งคว้างในชีวิต ถูกระบายออกมาผ่านสัมผัสที่ร้อนแรงและเว้าวอน รินรดาจิกมือลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความอัดอั้น ตวัดริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันวาบหวามนั้นอย่างยินยอมพร้อมใจ กลิ่นอายของบาปและความเสน่หาอบอวลไปทั่วห้องทำงานมืดๆ สัมผัสจากเรียวลิ้นที่เกี่ยวรัด ลมหายใจหอบกระชั้นที่ประสานกัน และสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ลูบไล้ไปทั่วสรีระโค้งเว้า ปลุกเร้าไฟปรารถนาในตัวของคนทั้งคู่ให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของความจริงอันโหดร้าย เขารวบเอวเธอยกขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะกระจกโดยไม่ผละริมฝีปากออกจากกัน ความเย็นเยียบของกระจกตัดกับความร้อนรุ่มของร่างกายที่แนบชิด ธามันแทรกกายเข้ามาตรงกลางระหว่างเรียวขาของเธอ มือหนาลูบไล้ต่ำลงจนถึงสะโพกผาย บีบเคล้นหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินรดาแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอเมื่อมือซุกซนของเขาสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อเชิ้ต ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกิดรอยแดงวาบหวาม ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกำแพงในใจ พังทลายลงเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบและการโอบกอดเพื่อยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกันในคืนที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะถอนริมฝีปากออกจากกันด้วยความอาลัยอาวรณ์ ลมหายใจหอบสะท้านและใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำของรินรดาบ่งบอกถึงความปั่นป่วนในอารมณ์ เธอยังคงซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเขา ปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายซึมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง "ทีนี้... คุณจะเอายังไงต่อล่ะครับ ท่านอัยการ" ธามันกระซิบชิดใบหู พ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอระหง "จะปกป้องคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นต่อไป หรือจะเดินหน้าเปิดโปงความจริง แล้วร่วมมือกับฉันลากคอฆาตกรเข้าคุก... แม้ว่าฆาตกรคนนั้นจะมีสายเลือดเดียวกับคุณก็ตาม" รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความลังเลหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว กำปั้นทุบเบาๆ ลงบนอกเขาเพื่อแสดงความยืนยัน "ฉันจะ..." ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและเร่าร้อนลงทันที ทั้งรินรดาและธามันผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของนักสู้ ยังไม่ทันที่ใครจะได้เอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน ร่างสูงโปรดของสารวัตรภาณุ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีแดงฉานในมือ ใบหน้าคมเข้มนั้นเคร่งเครียดและซีดเผือดจนผิดปกติ สายตาดุดันกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของคนทั้งคู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่รินรดา "คุณรินรดาครับ... ผมเพิ่งได้รับคำสั่งด่วนที่สุดจากอธิบดีอัยการ" ภาณุกวาดสายตาคมกริบมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและหวาดหวั่น "ตอนนี้... มีหมายจับในข้อหาสสมรู้ร่วมคิดในคดีฟอกเงินและฆาตกรรมอำพราง ออกมาแล้วครับ... และชื่อแรกในหมายจับนั้น คือคุณพ่อของคุณ... รวมถึงตัวคุณเองด้วยครับ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับหักเหลี่ยมรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%